close

LifeStyle

มุมถ่ายรูปวิวสวยๆที่ไต้หวัน – ชี้เป้าพิกัดถ่ายภาพ Landscape แบบคูลๆ

Landscape-Taipei

มุมถ่ายรูปวิวสวยๆที่ไต้หวัน – ชี้เป้าพิกัดถ่ายภาพ Landscape แบบคูลๆ

ไต้หวันเป็นอีกประเทศนึงฮะ ที่มีทัศนียภาพที่ค่อนข้างน่าสนใจ สำหรับสายธรรมชาติอย่างเราบอกเลยว่า ประทับใจจริงๆกับประเทศนี้ นอกจากชานมไข่มุกชื่อดังแล้ว อีกกิจกรรมที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดนั่นก็คือไปตามล่าหา มุมถ่ายรูปวิวสวยๆที่ไต้หวัน กันเถอะฮะ! ถ้าพร้อมแล้วก็ชวนคนข้างๆ ไปเที่ยวไต้หวันกันเลย และถ้าอยากเที่ยวแบบสะดวก มีคนแพลนทริปให้ แนะนำจองทัวร์ไต้หวันกับ Tourkrub ไปเลยฮะ เที่ยวแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องวุ่นวาย และที่สำคัญงบไม่บานปลายด้วยนะ

ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยว่า 10 มุมถ่ายรูปวิวสวยๆ ที่ไต้หวัน มีที่ไหนสวยจนน่าปักหมุดตามไปถ่ายกันบ้าง

1. Wenwu Temple

สถานที่แรกที่เราอยากจะแนะนำก็คือ Wenwu Temple จริงๆอยากจะยกให้เป็นวัดที่วิวสวยที่สุดที่เคยไปมาเลยล่ะฮะ และสำหรับใครที่จัดทริปไปเที่ยว Sun Moon Lake ห้ามพลาดการไปเที่ยวที่วัดนี้เด็ดขาด! นอกจากจะได้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรแล้ว ยังจะได้ชมวิวสวยๆด้วย ทั้งสถาปัตยกรรมและประติมากรรมต่างๆภายในวัดเอง ยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ และที่สำคัญใครจะไปคิดว่าภายในวัดนี้ จะเป็นมุมถ่ายรูปชั้นดีในการเก็บภาพวิวริมทะเลสาบสุริยันจันทรา อาจจะเป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่บนภูเขาเลยทำให้เห็นทัศนียภาพแบบเต็มๆกันไปเลยล่ะฮะ

Google Maps :


2. National Taichung Theater

จุดเช็คอินยอดฮิต หากใครมีแพลนไปเที่ยว Taichung (ไทจง) โรงละครแห่งชาติที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น เป็นตึกที่มีดีไซน์คูลมากกก มาตอนกลางวันมุมถ่ายรูปเยอะชัวร์ ถูกใจสายมินิมอลแน่นอนฮะ ส่วนตอนกลางคืนก็มีความเจ๋งอยู่ใช่เล่น ด้วยแสงสีบวกกับการออกแบบเท่ๆทำให้เพลินกับการถ่ายรูปมากๆ นอกจากเป็นโรงละครแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดนิทรรศการศิลปะ มีสวนบนหลังคา และยังมีร้านค้าขายสินค้าชิคๆแนวอาร์ตๆให้เลือกช้อปกันอีกด้วยนะ

Google Maps :


3. Alishan

ถ้าพูดถึง มุมถ่ายรูปวิวสวยๆที่ไต้หวัน จะพลาดที่นี่ไปไม่ได้เป็นอันขาด สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนรักธรรมชาติ อาลีซาน เมืองแห่งม่านหมอก และยังมีเส้นทางรถไฟสายเก่าแก่ ขึ้นชื่อว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่สวยติดอันดับโลกให้ถ่ายรูปเจ๋งๆกันอีกด้วย อุทยานแห่งชาติอาลีซาน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ให้ได้เดินเทรลกันด้วยนะ บรรยากาศป่าสนอันยิ่งใหญ่ และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ใครๆก็อยากมาสัมผัส บรรยากาศหมอกเขา อากาศก็ดี ใครที่เป็นสายป่าเขาแนะนำว่าควรเผื่อเวลามาค้างที่นี่ซักคืนจะฟินมากฮะ

Google Maps :


4. Qingjing farm

Qingjing Farm ฟาร์มแกะยอดฮิตที่บอกเลยว่าต้องลบภาพฟาร์มแกะบ้านเราไปก่อน ด้วยภูมิประเทศของไต้หวันที่มีความน่าสนใจอยู่แล้ว อากาศดีๆท่ามกลางหุบเขา เส้นทางการเดินก็ทำได้ดี เดินง่ายสบายมากๆ เผื่อเวลาไปเดินเล่นชิลล์ๆได้เลย ตอนแรกไม่คาดหวังกับที่นี่เลยแต่พอถึงแล้วประทับใจที่นี่มากเลยฮะ บรรยากาศที่เค้าเปรียบเปรยกันว่า เป็นสวิสเซอร์แลนด์ไต้หวัน นี่คือเถียงไม่ออกเลยจริงๆ ปล.เห็นว่าตอนนี้มี Qingjing Skywalk เปิดใหม่แล้วด้วย ยิ่งเพิ่มความฟินเลยล่ะฮะ เพราะมันน่าจะเป็นทางเดินชมวิวที่สวยมากที่สุดอีกแห่งเลยจริงๆนะ

Google Maps :


5. Qingjing Brilliant Twins of Seattle

ที่พักวิวหลักล้านที่ Qingjing รูปร่างหน้าตาเหมือนปราสาทกลางหุบเขา เราเจอที่พักนี้โดยบังเอิญฮะ ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากได้ที่พักบรรยากาศเก๋ๆหน่อย เพราะใครไป Qingjing ก็มักจะให้คำนิยามว่าเป็นสวิซเซอร์แลนด์ไต้หวัน เราเลยมองหาที่พักที่ใกล้เคียงกับบรรยากาศยุโรปสุดๆในราคาที่ไม่แพงมาก มาเจอที่นี่เข้า สะดุดตาสุดๆด้วยโทนสีเหลืองที่โดดเด่นไปถึงภูเขาอีกลูก(มั๊ง) 55555 เป็นอีกที่พักที่น่ารักเลยล่ะฮะ ได้ชาบูฟรี 1 ชุดสำหรับมื้อเย็นด้วย ไฮไลท์ของที่นี่คือ วิวรอบๆที่พักฮะ วิวโล่งมากกก เป็นทำเลที่ดีที่หนึ่งเลยล่ะ มองไปเห็นแม่น้ำที่ไหลผ่านท่ามกลางหุบเขา นั่งรอดูพระอาทิตย์ตกกับอากาศดีๆแบบนี้ อยากจะต่อเวลาอยู่ที่นี่อีกคืนเลย สวยมากกก ฮือออ

Google Maps :


6. Yangmingshan National Park

อุทยานแห่งชาติ Yangmingshan โลเคชั่นเจ๋งๆที่ไม่ควรพลาด เดินทางจากไทเปแค่แป๊บเดียวเท่านั้น สำหรับโลเคชั่นที่นี่จะมีจุดหลักทั้งหมด 13 จุด (ตาม Bus Stop) ซึ่งจริงๆแล้วสามารถเดินถึงกันได้หมดเลยนะ เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบสายป่าเขา ชอบดูวิวภูเขาแบบสวยๆ และที่นี่ยังมีทั้งภูเขาไฟ น้ำพุร้อน ทุ่งหญ้า เรียกได้ว่าใครชอบแบบไหนก็จัดแพลนมาได้ตามใจเลยล่ะ สำหรับจุดแนะนำจะมี Xiao you keng เป็นไอน้ำจากปล่องภูเขาไฟ และอีกจุดที่พลาดไม่ได้ที่ขอยกให้เป็นไฮไลท์เลย Leng shui keng จริงๆมันเป็นเส้นทาง  Hiking Trail ที่ยาวกว่า 18 กม. เลยลองเดินขึ้นไปนิดหน่อย ก็จะเห็นวิวอลังการแบบนี้ มันดีมาก!

วัน-เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 17.00 น.

Google Maps :


7.Jiufen

จิ่วเฟิน (Jiufen Old Street) สถานที่เที่ยวยอดฮิตเมื่อไปเที่ยวไต้หวัน อารมณ์คนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยและต้องไปพัทยา จิ่วเฟิน ก็ประมาณนั้นแหละฮะ ฟิลลิ่งแบบ Walking Street นักท่องเที่ยวล้วนนนจ่ะ เซย์ไฮ! แต่อะไรกันล่ะที่ทำให้จิ่วเฟินเป็นสถานที่ยอดฮิต ด้วยความที่เป็นอีกโลเคชั่นที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมากๆ นั่นก็คือ โคมแดง ที่เป็น Signature ของจิ่วเฟิน จะถูกประดับเป็นทางยาวตลอดทางเดินเลยล่ะ และยังมีร้านน้ำชาวิวหลักล้านให้ไปจิบกันอีก ส่วนเราขอแนะนำ โลเคชั่นลับ มุมชิคๆใน Family Mart ด้านหน้าตลาด เดินเข้าไปสุดทางเดินจะเจอบรรยากาศที่คูลมากก!

Google Maps :


8.Chiang Kai-Shek Memorial Hall

อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของไต้หวันฮะ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1976 เพื่อระลึกถึงอดีตประธานาธิบดีเจียง ไคเชก และนอกจากเราจะได้ไปเที่ยวชม ความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม ประวัติความเป็นมาของท่านแล้ว ยังมีไฮไลท์ในการเที่ยวชมคือ พิธีการเปลี่ยนผลัดเวรทหารเพื่อทำความเคารพรูปปั้น ทุกต้นชั่วโมง 10.00-16.00 น. ที่สำคัญไม่เสียค่าเข้าชมด้วยนะ พอหันหลังจากรูปปั้นท่านเจียง เราก็จะพบกับมุมถ่ายรูปสวยๆ ด้วยรูปแบบอาคารและสถาปัตยกรรมในนั้นมีความยิ่งใหญ่อลังการสมกับบารมีของท่านจริงๆ

Google Maps :


9.Beitou

Beitou โลเคชั่นท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่ง ที่เดินทางสะดวกมากกกก ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่อง น้ำพุร้อนฮะ ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางในการมาแช่น้ำแร่ธรรมชาติที่โด่งดังมากๆของนักท่องเที่ยว ที่สำคัญคือเดินทางง่ายมาก จากไทเปคือใช้เวลาแป๊บเดียว ยังไม่ทันเหนื่อย ส่วนตัวชอบที่นี่นะฮะ ด้วยความที่มีกลิ่นอายแบบธรรมชาติ มีทั้งสวนสาธารณะ ลำธาร ค่อนข้างร่มรื่น เดินไม่เบื่อ เหมาะกับการเป็นเมืองที่พักผ่อนหย่อนใจมากๆ และยังมีสถานที่เจ๋งๆอย่าง ห้องสมุดสาธารณะของเมืองนี้ ติด Top 25 ห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลกด้วยฮะ

Google Maps :


10. Yehliu Geopark

อุทยานเย่หลิว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของไต้หวันฮะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ หินที่มีรูปร่างประหลาดๆ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ลมทะเล และเกิดเป็นหินหน้าตาแปลกๆ ผสมกับจินตนาการของคนก็เลยมีชื่อเรียกหินต่างๆเพียบเลยล่ะฮะ ลองไปตามหากันดู! ด้วยโลเคชั่นที่อยู่ริมทะเล และมีการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวได้อย่างดี มีทางเดินเท้าชมธรรมชาติและชายฝั่งทะเล ทางเรียบดีฮะ เหมาะทั้งเดินชิลล์เรื่อยๆ หรือรถเข็นผู้สูงอายุ ตอบโจทย์หมด ทำให้ที่นี่เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับทุกวัยเลยล่ะ

Google Maps :

จบกันไปแล้วนะฮะ สำหรับ พิกัดถ่ายรูปแบบคูลๆที่ไต้หวัน ส่วนถ้าใครกำลังหาแพลนทริปไต้หวันอยู่ ลองไปดูรีวิวทริปไต้หวันของเรากันต่อได้ที่

ทริปไต้หวัน สายธรรมชาติ >> https://247journey.in.th/taiwanexplorer/

ทริปพาแม่เที่ยวไต้หวัน >> https://247journey.in.th/taiwan-mom-travel-guide/

และหากใครกำลังหาแพลนเที่ยวอยู่ ยังไม่รู้จะไปไหน สามารถติดตามทริปท่องเที่ยวอื่นๆของเราได้ทาง >> https://247journey.in.th เลยฮะ

Read More

พาไปเก็บ 15 ร้านอาหารฮ่องกง ที่คุณไม่ควรพลาด!

cover

พาไปเก็บ 15 ร้านอาหารฮ่องกง ที่คุณไม่ควรพลาด!

ฮ่องกงเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก ที่ต่างพากันเดินทางมาเพื่อเที่ยวและช้อปปิ้งรวมไปถึงสถานที่แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารและของกินต่างๆมากมาย รับรองได้เลยว่าถูกใจเหล่านักท่องเที่ยวให้เดินทางมากันแบบไม่ขาดสายอย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้ Traveloka จึงขออาสาพาทุกคนไปเก็บ 15 ร้านอาหารฮ่องกง ที่คุณไม่ควรพลาดกันแบบจุกๆกันเลยทีเดียว รับรองว่าทริปนี้อิ่มท้องกันอย่างแน่นอน ว่าแล้วไม่รอช้าใครอยากตามมาเก็บร้านอาหารอร่อยในฮ่องกง ก็รีบกดจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวฮ่องกงมาได้เลยที่ Traveloka เว็บไซต์ที่จะทำให้การเดินทางของคุณประหยัดสุดคุ้ม แถมการกด จอง จ่าย ก็ยังง่ายดายหายห่วงได้เลย

จองตั๋วเครื่องบินฮ่องกงราคาโปรโมชั่น คลิกที่นี่

1.Sea View Congee

ขอขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2JyH9u7

มาเริ่มร้านแรกกันที่ร้าน Sea View Congee ซึ่งเป็นร้านโจ๊กที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และยังเป็นร้านโจ๊กยอดฮิตถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งเมนูของร้านแห่งนี้นั้นก็คือ โจ๊กที่มีเนื่อสัมผัสเนียนละเอียดผสมผสานไปกับความหอมมันของน้ำเต้าหู้ที่ทำให้รสชาติโจ๊กอร่อยกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือ ก๋วยเตี๋ยวหลอดปาท่องโก๋ ที่มีลักษณะเป็นเส้นใหญ่พันปาท่องโก๋เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มที่ใช้ทานคู่กันทำให้เกิดเป็นความอร่อยที่ถูกใจเหล่านักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี


2.Dim Sum Icon

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/pg/DIMSUMICON

ร้านถัดมาก็คือร้าน Dim Sum Icon ซึ่งเป็นร้านที่มีการออกแบบมาได้อย่างน่ารักสดใสแถมเมนูอาหารก็ยังชวนให้น่าหลงใหลอีกด้วย โดยเมนูเด็ดของที่นี่จะเป็นเมนูติ่มซำที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ติ่มซำธรรมดา แต่ยังมีการออกแบบให้มีลวดลายออกมาเป็นตัวการ์ตูนกูเดทามะ หรือ เจ้าตัวไข่ขี้เกียจสีเหลืองน่ารักสดใส  ที่มีเมนูต่างๆให้เราเลือกได้ตามใจชอบ โดยเมนูที่ทางเราขอแนะนำก็คือ ซาลาเปาไส้ไหลที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจกันอย่างแน่นอน


3.Mak Man Kee

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/MakManKeeNoodleShop

ร้าน Mak Man Kee เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวขวัญใจคนฮ่องกงและเหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมาย เนื่องจากร้านนี้ราคาอาหารไม่แพงมาก บวกกับวัตถุดิบอย่างดีที่นำมาใช้ในการประกอบอาหาร ทำให้เกิดเป็นรสชาติของบะหมี่เส้นเหนียวหนุบหนับ และเกี๊ยวกุ้งที่มีความกรุบกรอบสัมผัสได้ถึงเนื้อกุ้งเน้นๆ ที่เรียกได้ว่าฟินสุดๆ หากใครอยากมาลองชิมบะหมี่เกี๊ยวแบบฮ่องกงก็สามารถเดินทางมาได้ที่นี่เลยรับรองว่าถูกปากแน่นอน


4.Tim Ho Wan

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/timhowan

มาต่อกันที่ร้านติ่มซำ ชื่อดังของฮ่องกงอย่าง ร้าน Tim Ho Wan ที่ได้รับรางวัล มิชลินสตาร์ แถมยังเป็นร้านที่ได้รับรางวัลร้านมิชลินสตาร์ที่ถูกที่สุดในโลก ในปี 2010 อีกด้วย โดยเมนูเด็ดของภายในร้านแห่งนี้นั่นก็คือ ซาลาเปาหมูเเดงอบ ที่ไม่ว่าจะทำเสร็จออกมากี่รอบก็หมด ทำให้มีคนมายืนรอคิวกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูเด็ดอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ฮะเก๋ากุ้ง ข้าวเหนียวห่อใบบัว และตบท้ายด้วยของหวานอย่างสาคูมะม่วงส้มโอ ที่เป็นของหวานยอดนิยมของฮ่องกงเลยทีเดียว


5.Good Hope Noodle

ขอขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/30BdFRF

อีกหนึ่งร้านบะหมี่เกี๊ยวฮ่องกง ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว และชาวฮ่องกงด้วยกัน ซึ่งเมนูที่ไม่ว่าใครที่มาร้านนี้ก็จะสั่งกันนั่นก็คือ บะหมี่เกี๊ยว แต่เมนูที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนลองทานกันนั่นก็คือ บะหมี่หมูซอสพริก ที่มีครบทุกรสชาติ ทั้งหวาน เค็ม เผ็ด คลุกเคล้าไปกับเส้นบะหมี่ที่เหนียวนุ่มทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม จนต้องสั่งอีกจานเลยทีเดียว หากใครที่ไม่ชอบทานจืดๆก็แนะนำให้สั่งเมนูนี้ได้เลยรับรองว่าเด็ดแน่นอน


6.Taicheong Bakery

ขอขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2xLnTTl

มาถึงฮ่องกง ก็พลาดไม่ได้เลยกับร้านทาร์ตไข่เก่าแก่ชื่อดัง อย่างร้าน Taicheong Bakery ที่ตั้งอยู่ในย่าน จิมซาจุ่ย เป็นร้านที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด เพราะที่ร้านแห่งนี้เปิดขายทาร์ตไข่ซึ่งเป็นขนมยอดฮิตของเกาะฮ่องกง โดยจุดเด่นของทาร์ตไข่ร้านนี้นั้นก็คือ เนื้อครีมไข่ที่เนียมนุ่ม หอมละมุน ไปกับรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ไม่หวานจนเกินไปทำให้เกิดเป็นความอร่อยที่ลงตัวและเป็นขนมที่ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวถูกใจจนต้องกลับมากินซ้ำกันอีกหลายรอบเลยทีเดียว นอกจากนี้ทางร้านก็ยังมีเมนูขนมอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกหากันได้ตามอัธยาศัยอีกด้วย


7.Lan Fong Yuen

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/fongyuen.lan.7

อีกหนึ่งร้านในตำนานของเกาะฮ่องกงแห่งนี้ นั้นก็คือร้าน Lan Fong Yuen ซึ่งเป็นร้านชานมเจ้าดังระดับตำนาน ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1952 เรียกได้ว่าเป็นร้านที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก แถมภายในร้านยังถูกตกแต่งออกมาให้คงความเก่าแก่ผสมผสานกับความทันสมัยขึ้นมาทำให้ภายในร้านมีบรรยากาศที่สุดแสนจะคลาสสิค โดยเมนูเด็ดของร้านนี้นั้นก็คือ ชานมฮ่องกง กับ เฟรนซ์โทสฮ่องกงที่เป็นเรียกได้ว่าเมนูอาหารที่ผสมผสานความเป็นฮ่องกงกับอาหารตะวันตกเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว


8.Ocean Empire

ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://bit.ly/30tEcR5

ร้าน Ocean Empire เป็นหนึ่งในร้านอาหารฮ่องกงที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด เนื่องจากภายในร้านเเห่งนี้เป็นร้านโจ๊กสุดฮิตของคนฮ่องกง ที่มักเรียกร้านนี้ว่า ร้านโจ๊กสีม่วง ซึ่งเป็นร้านที่มีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลายเมนู และในทุกเมนูโจ๊กของร้านนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มทำให้สามารถรับประทานได้อย่างคล่องคอ โดยเมนูหลักๆที่คนส่วนใหญ่นิยมทานของร้านนี้นั้นก็คือ โจ๊กปลา โจ๊กเลือดหมู โจ๊กฟักทอง ข้าวโพด หมูสับ ที่มีราคาเพียงแค่ชามละ 38 เหรียญเท่านั้น หากใครมาที่ฮ่องกงแล้วละก็ อย่าลืมแวะไปทานร้านนี้ได้เลย


9.Australian Diary Company

ขอขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2JEmBix

หากใครที่อยากมาลองทางร้านอาหารเช้าของชาวไต้หวันแล้วละก็ สามารถมาลิ้มลองรสชาติกันได้ที่ร้าน Australian Diary Company ซึ่งเป็นร้านอาหารเช้าในย่าน จอร์แดน แถวย่านจิมซาจุ่ย ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 7.30 น. ไปจนถึงเที่ยง โดยบริเวณหน้าร้านจะเนืองเเน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมากมายืนเรียงรายต่อคิวเพื่อซื้ออาหารเช้าไปรับประทาน โดยเมนูของทางร้านจะมีด้วยกันทั้งหมด 3-4 เมนูเท่านั้น ซึ่งเมนูที่คนส่วนใหญ่นิยมสั่งกันจะเป็นชุดอาหารเช้า ที่มีขนมปัง 1 คู่ ไข่ดาว มักกะโรนี แฮม รวมไปถึงชาหรือกาแฟที่ลูกค้าสามารถสั่งได้ตามใจชอบ และอีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำนั้นก็คือ นมตุ๋น ที่หวานหอมมันอร่อยจนต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียว


10.Chili Party

ขอขอบคุณภาพจาก  https://bit.ly/2Gdmrh2

สำหรับใครที่เบื่ออาหารฮ่องกงแบบจืดๆและอยากลิ้มลองแบบที่มีรสชาติเผ็ดๆแล้วละก็ เราขอแนะนำร้าน Chili Party ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนสไตล์เสฉวน ต้นฉบับของความเผ็ดร้อน ของหม่าล่าฮ่องกงเลยทีเดียว โดยจุดเด่นของทางร้านนั้นก็คือสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ถึง 4 ระดับด้วยกัน ซึ่งในทุกระดับความเผ็ดจะมีส่วนผสมของหม่าล่าเป็นองค์ประกอบ ที่รับรองได้ว่าเผ็ดลิ้นชาแน่นอน หากใครที่จะเดินทางมาก็ขอแนะนำให้สั่งปลาเสฉวน ไก่ผัดพริกเสฉวน ที่เป็นเมนูแนะนำของทางร้านได้เลย


11.Kau Kee

ขอขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2LlKw9A

ร้านอาหารฮ่องกง ที่ต่อมาที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักนั่นก็คือ ร้าน Kau Kee ซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในตำนานของฮ่องกงที่เปิดให้บริการมานานกว่า 90 ปี แถมยังได้รับรางวัลมิชลินสตาร์หลายปีติดต่อกัน ซึ่งเมนูที่คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานกันนั้นก็คือก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใส ที่มีรสชาติกลมกล่อมและยังมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนจากการตุ๋นเนื้อมานานหลายชั่วโมง ทำให้ร้านนี้เป็นที่นิยมของชาวฮ่องกงและเหล่าชาวต่างชาติมากมาย รวมไปถึงคนไทยที่ต่างพากันมายืนต่อคิวรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนี้กันอย่างล้นหลาม


12.Sun Kee

ขอขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2xKndxs

เอาใจสาวกคนรักชีสกันที่ร้าน Sun Kee หรือ ที่รู้จักกันว่าร้านบะหมี่คอหมูย่างราดชีส ในย่านจิมซาจุ่ย เป็นร้านอาหารเล็กๆที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักในหมู่ของชาวฮ่องกงมากกว่า โดยเมนูเด็ดของร้านนี้เเน่นอนว่าต้องเป็นเมนูบะหมี่คอหมูย่างราดชีสแบบจัดเต็มที่มองดูแล้วหลายคนอาจจะคิดว่ามันต้องเลี่ยนแน่ๆแต่ เมื่อได้ลองทานบอกได้เลยว่ามันไม่ได้เลี่ยนอย่างที่คิด โดยเฉพาะตัวซอสชีสที่ผ่านการปรุงรสชาติในสไตล์ของฮ่องกงทำให้ได้ออกมาเป็นรสชาติที่กลมกล่อมลบภาพของความเป็นชีสสไตล์ฝรั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากใครอยากลองเมนูแปลกใหม่แบบนี้ก็ไม่ควรพลาดร้านนี้เลย


13.Cheung Hing Kee Shanghai Pan-Fried Buns

ร้าน Cheung Hing Kee Shanghai Pan-Fried Buns หรือ ร้านซาลาเปาเซี่ยงไฮ้ เป็นหนึ่งในร้านอาหารอร่อย ราคาย่อมเยาว์ แถมยังได้รางวัลระดับมิชลินสตาร์อีกด้วย หากใครที่เดินทางมาเที่ยวแถวย่านจิมซาจุ่ยแห่งนี้ แล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะมาลิ้มลองรสชาติของซาลาเปา ที่รับประกันความสดใหม่แบบทำเสร็จกันร้อนๆให้ได้ทานกันเลยทีเดียว โดยเมนูหลักของร้านนี้ที่เราอยากจะแนะนำนั้นก็คือ ซาลาเปาเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตของทางร้านที่ใช้กรรมวิธีแบบกึ่งนึ่ง กึ่งทอด ที่ทำให้ได้ซาลาเปาที่กรอบนอกนุ่มใน แบบที่หยุดทานไม่ได้กันเลยทีเดียว


14.Mammy Pancake

ขอขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/32lr0Q1

อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่มาฮ่องกงแล้วไม่ควรพลาดนั้นก็คือ วาฟเฟิลบอลของร้าน Mammy Pancake ซึ่งเป็น 1 ใน 23 ร้านสตรีทฟู้ดระดับมิชลินสตาร์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากชาวฮ่องกงและชาวต่างชาติ โดยเมนูหลักๆของที่นี่จะเป็นวาฟเฟิลฮ่องกงที่มีความหอมมัน กรุบกรอบ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักท่องเที่ยว โดยจะมีให้เลือกหลากหลายรสชาติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น งาดำ ชาเขียว ชาเขียวผสมถั่วแดง หมูหยอง มันหวาน ชีส ที่จะมีราคาแตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากใครอยากลองสูตรออริจินัลก็สามารถสั่งได้เช่นกัน


15.Kam’s Roast Goose

มาถึงร้านสุดท้ายที่เราจะแนะนำกันนั่นก็คือ ร้าน Kam’s Roast Goose ซึ่งเป็นร้านห่านย่างระดับมิชลินสตาร์ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ห่านที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น ควบคู่ไปกับหนังที่มีความกรอบหอมมันอร่อย ที่ไม่ว่าจะกัดเข้าไปกี่คำก็ไม่มีทางเบื่อ เพราะที่ร้านแห่งนี้เขาใส่ใจในทุกขั้นตอนกรรมวิธี ทำให้ได้ออกมาเป็นจานที่ดีที่สุด จึงทำให้ร้านแห่งนี้ได้รางวัลมิชลินสตาร์มาถึง 3 ปีซ้อน ทำให้เรามั่นใจในคุณภาพและรสชาติของอาหารได้ว่าร้านนี้เด็ดและไม่ผิดหวังแน่นอน

หมดไปแล้วกับ 15 ร้านอาหารฮ่องกงที่คุณไม่ควรพลาดกันแบบจุกๆ หากใครที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่แล้วละก็ สามารถไปแวะชิมร้านเหล่านี้ได้เลยรับรองว่าเด็ดแน่นอน เพราะเราได้คัดสรรร้านที่ดีและอร่อยจนต้องบอกต่อให้ทุกคนได้มาชิมด้วยตัวเอง และที่สำคัญหากใครที่จะเดินทางมาเที่ยวที่ฮ่องกงนี้แล้วละก็นอกจากจะเตรียมร่างกายมาให้พร้อมแล้ว ยังต้องเตรียมเงินในกระเป๋าให้ดีเพราะเชื่อได้เลยว่าเจอของถูกปากแบบนี้แล้วนั้น กระเป๋าตังฟีบแน่นอน


:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

อ่านรีวิวทริปเที่ยวและเดินทางของ 247Journey ต่อได้ที่ >> https://247journey.in.th/

Read More

เที่ยว โครเอเชีย (Croatia) กระเป๋าตังค์ไม่เพลีย ถ้าปักหมุดไปเที่ยวตามนี้

Croatia-tourkrub

เที่ยว โครเอเชีย (Croatia) กระเป๋าตังค์ไม่เพลีย ถ้าปักหมุดไปเที่ยวตามนี้

โครเอเชีย หนึ่งประเทศชื่อคุ้นหู แต่อาจจะห่างไกลจากจินตนาการว่าหน้าตาภูมิประเทศของประเทศนี้เป็นอย่างไร  ซึ่งต้องบอกเลยว่าคงพลาดมากๆ ถ้านักท่องเที่ยวคนไหนยังไม่ได้ไปสัมผัสกับที่โครเอเชีย เพราะเมืองอัญมณีแห่งทะเลอะเดรียติกแห่งนี้เป็นหนึ่งในประเทศแถบยุโรปที่สวยงามจนถ้าได้ไปเยือนสักครั้งจะต้องหลงรักมนต์เสน่ห์ดินแดนพระจันทร์เสี้ยวของโครเอเชียอย่างง่ายดาย ไม่แพ้เมืองอื่นๆในแถบยุโรปเช่นกันฮะ ว่าแต่ไปเที่ยวโครเอเชียจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง ตาม “ทัวร์ครับ” เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้มากที่สุด รวบรวมที่เที่ยวโครเอเชียมาให้แล้ว รับรองว่าไปเที่ยวตามนี้กระเป๋าตังค์ไม่เพลียแน่นอน!

สำหรับนักเที่ยวสายชิลล์ที่อยากเที่ยวโครเอเชียแบบสบายๆ ไปโครเอเชียแบบไม่มีเพลีย ไม่ต้องทำแพลนให้ยุ่งยาก ทั้งเรื่องวีซ่าเชงเก้นและการเดินทาง สามารถไปจองทัวร์โครเอเชียกับ “ทัวร์ครับ” (Tourkrub) จองทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ กันเลยฮะ

จองทัวร์โครเอเชีย  กับ  ทัวร์ครับ


1.เมืองเก่าดูบรอฟนิค (Dubrovnik Old Town)

Dubrovnik Old Town เมืองเก่าริมทะเลทรงเสน่ห์ทางตอนใต้ของ โครเอเชีย อันเป็นไข่มุกแห่งทะเลอเดรียติก (Adriatic Sea) กับทัศนียภาพคุ้นตาของเมืองและบรรยากาศรอบๆ เมืองที่สวยงามอลังการจนถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรี่ยส์เรื่อง Game of Thrones อันโด่งดัง  ที่ต้องบอกว่าจากฉากของ King’s Landing ในซีรี่ยส์ดัง  ทำให้ตอนนี้เมืองดูบรอฟนิคได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแห่งหนึ่งของการเที่ยวโครเอเชียไปแล้ว  ด้วยเมืองเก่าที่สร้างจากหินหลังคาสีส้มอิฐ  ในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน  บนมุมสูงของภูเขาที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสของทะเลอาเดรียติก  กับความสวยงามโดดเด่นจนได้รับการยกให้เป็นเมืองมรดกโลกจากยูเนสโกในปี ค.ศ.1979 เลยทีเดียว

พิกัด : Dubrovnik


2. เมืองเก่า Korcula

Korcula  อีกหนึ่งเมืองเก่าแก่ของโครเอเชีย  เมืองประวัติศาสตร์ที่มีสถาปัตยกรรมยุคกลางอันทรงเสน่ห์  แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงราวๆ 3,000 คน  แต่ก็ทำให้เมืองเล็กๆ น่ารักแห่งนี้น่าสนใจ  ด้วยความเก่าแก่สุดคลาสสิคที่ลงตัวท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเลสวยๆ ที่เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างมีสไตล์ท่ามกลางธรรมชาติ  และบรรยากาศที่เงียบสงบในวันสบายๆ เป็นที่สุด

พิกัด : Korcula


3. เมืองโรวินจ์  (Rovinj)

เมืองโรวินจ์  (Rovinj)  เมืองท่าโบราณและเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของ โครเอเชีย  ที่ได้ชื่อว่าเป็ฯหนึ่งในเมืองที่งดงามที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนีย  เป็นเครื่องรับประกันความสวยงามของเมืองแห่งนี้  ด้วยศิลปวัฒนธรรมที่อัดแน่น  ผ่านเรื่องราวต่างๆ ของเมืองที่ถูกสะสมมาอย่างยาวนาน  และยังคงยึดมั่นในวิถีชาวประมงโครเอเชียแบบดั้งเดิม  ที่ช่วยเสริมมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ให้ยิ่งน่าหลงใหลเพิ่มขึ้นไปอีก 

พิกัด : Rovinj


4. เมืองสปลิท (Split)

เมืองสปลิท (Split)  เมืองชายทะเลเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในทะเลอเดรียติก  มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ  เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคกรีก  มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 2,500 ปี  จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโครเคเชีย  ที่สวยงามทรงคุณค่าจนต้องห้ามพลาดเมืองนี้อย่างเด็ดขาด  และยังเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโครเอเชีย  อย่าง  พระราชวังไดโอคลีเชียน (Diocletian’s Palace) แห่งจักรวรรณดิโรมันอีกด้วย

พิกัด : Split


5. เมืองโทรเกียร์ (Trogir)

อีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย  เมืองโบราณตั้งแต่สมัยกรักที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ  มีเอกลักษณ์ด้วยลักษณะพิเศษอันโดดเด่นของบ้านเมืองแบบ้านเรือนเก่าแก่สไตล์กรีก – โรมัน ที่สร้างด้วยอิฐมีหลังคาสีส้มเหมือนกันทั้งเมือง  ตัดกับสีฟ้าใสของน้ำทะเล  ริมฝั่งท้องทะเลเอเดรียติกกว้างรอบๆ ตัวเมือง  ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 เช่นเดียวกันกับแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นมรดกโลกอีกหลายแห่งของโครเอเชีย

พิกัด : Trogir


6.พระราชวังไดโอคลีเชียน (Diocletian’s Palace) เมืองสปลิท (Split)

พระราชวังเก่าแก่อายุนับพันปีที่ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิไดโอคลีเชียน  ในช่วงราวๆ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4  กับความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันดั้งเดิม  ในตากอากาศเมืองริมทะเลอย่างเมืองสปลิท  ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979  กับอาคารูปทรงสีเหลี่ยผืนผ้าที่สร้างจากหิน  ขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร  มีทาว์เวอร์ 4 มุม ซุ้มประตูทางเข้าออกแบบโรมันทั้ง 4 ด้าน  อันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมโรมันเก่าแก่สุดคลาสสิค

พิกัด : Diocletian’s Palace


7.มหาวิหารเซนต์เจมส์ (Cathedral of St. James) เมืองซิบีนิค (Sibenik)

อาสนวิหารขนาดใหญ่เก่าแก่  อายุราว 500 ปีที่สร้างด้วยหินตามแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างโกธิคและเรเนซองส์ในเมืองซิบีนิค (Sibenik)  ใช้ระยะเวลาในการสร้างนับร้อยปี  ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1431 – 1535 อันทรงคุณค่าและสวยงาม  โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของโดมขนาดใหญ่ของวิหาร  และรายละเอียดการตกแต่งภายนอกภายในอย่างละเอียดพิถีพิถัน  และวิจิตรบรรจง  จากหินอ่อนอันมีชื่อเสียงของโครเอเชียจากเกาะ Brac เข้ากับเทคนิคการประสานหินอ่อนเข้าด้วยกับแบบการต่อเลโก้ที่ทำให้มองแทบไม่เห็นรอยต่อ  จนสถานที่แห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อมาในปี ค.ศ. 2000

พิกัด : Cathedral of St. James


8. โบสถ์อนาสตาเชีย (The Cathedral of St. Anastasia)  เมืองซาดาร์ (Zadar)

โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ยุคโรมาเนสก์  ถูกสร้างขึ้นในราวๆ สมัยศตวรรษที่ 5-6  ในสไตล์สถาปัตยกรรมเวนิส  นับป็นโบสถ์ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคดัลเมเชี่ยน  โบสถ์ประจำเมืองซาดาร์ (Zadar) ของโครเอเชีย  เมืองประวัติศาสตร์ซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 3,000 ปี  ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าของภูมิภาคดัลเมเชีย (Dalmatia) ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต  แม้ตัวโบสถ์จะเคยได้รับความเสียหายจากสงครามศาสนาในปี ค.ศ. 1202 แต่ต่อมาก็ได้รับการบูรณะใหม่ให้ยังคงกลับความสวยงามอยู่จนถึงปัจจุบัน

พิกัด : The Cathedral of St. Anastasia


9. สนามกีฬากลางแจ้งพูลา อารีนา  (Pula Arena) เมืองพูล่า (Pula)

อารีน่า (Arena) หรือ Amphitheater สนามกีฬากลางแจ้งสมัยโบราณของชาวโรมัน  หรือที่เรารู้จักกันดีในนามโคลอสเซียม  ไม่ได้มีแต่เฉพาะในอิตาลีเท่านั้นนะ  เพราะที่โครเอเชียก็มีโคลอสเซียมเช่นกัน  ที่  สนามกีฬากลางแจ้งพูลา อารีนา  (Pula Arena) สนามกีฤษกลางแจ้งขนาดใหญ่รูปทรงวงรีก่อสร้างด้วยหินและทรายซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพูล่า (Pula) ของโครเอเชีย  สถาปัตยกรรมโรมันที่ยิ่งใหญ่  เก่าแก่ของโรเอเชีย  และยังนับได้ว่าเป็นหนึ่งในโคลอสเซียมที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกอีกด้วย

พิกัด : Pula Arena


10. อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice National Park)

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979  มีพื้นที่กว่า 295 ตารางกิโลเมตร  อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ  ผืนป่าสีเขียวชอุ่ม น้ำตกขนาดใหญ่หลายจุด  และทะเลสาบสีเขียวมรกตสุดอลังการ  ซึ่งมีไฮไลท์อยู่ที่สะพานไม้ที่ทอดตัวยาวเลาะข้างเคียงไปกับน้ำตกขนาดใหญ่กลางทะเลสาบสีเขียวมรกต อันเป็นบรรยากาศสุด Unseen ที่หาชมและสัมผัสใกล้ชิดความงดงามของธรรมชาติแบบอย่างนี้ได้ยากมากถ้าไม่ใช่ที่อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice National Park) หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของโลกที่โครเอเชียแห่งนี้

พิกัด : Plitvice National Park


11. อุทยานแห่งชาติ Kornati National Park

พื้นที่หมู่เกาะอันเป็นสวรรค์ของโครเอเชีย  ซึ่งประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่มากกว่า 80 แห่งอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล  ห้อมล้อมไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสกว้างสุดสายตาแบบพาโนราม่า 360 องศา  รายล้อมด้วยหาดทรายสวยสีขาวเนียน  ตัดกับโขดหินและหน้าผาสีเหลืองอ่อน ๆ สดใส  ที่ทำให้อุทยานแห่งชาติ Kornati National Park แห่งนี้กลายเป็นอุทยานที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในการทัวร์โครเอเชีย  โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักสายลม  แสงแดด เสียงคลื่น  และท้องทะเล  ที่นี่คือสวรรค์ที่แท้ทรูเลยทีเดียว

พิกัด : Kornati National Park


12.อุทยานแห่งชาติ Mljet National Park

อุทยานแห่งชาติ Mljet National Park พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของโครเอเชีย  บนอุทยานเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้  ผืนป่า  และสัตว์ป่านานชนิด  ท่ามกลางท้องทะเลเมดิเตเรเนียนสีเทอร์ควอยซ์  ในบรรยากาศสุดโรแมนติกของธรรมชาติ  ทั้งยังมีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าชื่นชมธรรมชาติสำหรับนักเที่ยวสายกรีน  หรือจะเลือกทำกิจกรรมทางน้ำ  อาทิ  พายเรือคายัค  ว่ายน้ำ  ก็ดีงามไม่แพ้กัน

พิกัด : Mljet National Park


ปักหมุดที่เที่ยวดินแดนพระจันทร์เสี้ยวเมืองอัญมณีแห่งทะเลอะเดรียติกอย่างโครเอเชียกันไปครบแล้ว บอกเลยว่าไปเที่ยวโครเอเชียแล้วปักหมุดที่เที่ยวตามนี้ กระเป๋าตังค์ไม่มีเพลียแน่นอน แถมยังได้เช็คอินที่เที่ยวโครเอเชียกันแบบครบๆ ทุกแนวเลยด้วยล่ะ

:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

และสามารถติดตามทริปท่องเที่ยวอื่นๆของเราได้ทาง >> https://247journey.in.th

Read More

15 บาร์ลับ ที่ไปแล้วจะไม่อยากกลับ ณ โตเกียว (Tokyo)

hidden-bar-tokyo

15 บาร์ลับ ที่ไปแล้วจะไม่อยากกลับ โตเกียว (Tokyo)

ใกล้สิ้นปีแบบนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนคงกำลังวางแผนไปเที่ยวพักผ่อนที่เมืองยอดฮิตอย่าง โตเกียว เพื่อให้รางวัลตัวเองจากการทำงานหนักมาทั้งปี มาทำให้การไปเที่ยวโตเกียวครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหน โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นสายชอบดื่ม จดลิสต์บาร์พวกนี้ไว้ให้ดี ไปถึงโตเกียวเมืองแห่งแสงสีของโลก อย่าหยุดแค่สถานที่แลนด์มาร์ก ตกดึกเมื่อไหร่ไปตามเก็บบาร์ดีๆ ที่เรารวบรวมมาให้แล้วในบทความนี้ รับรองว่าถ่ายรูปไปประดับ IG ได้เก๋กว่าใครจนคนต้องคอนเมนต์ถามหาพิกัดรัวๆ

และถ้าอยากเซฟเงินไปเก็บบาร์เด็ดๆ ที่ว่า อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวกับ Traveloka ให้เราช่วยเลือกและคัดตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นที่มีราคาถูกที่สุดมาให้ ไม่ต้องเสียเวลาไปเทียบราคาทีละเว็บให้วุ่นวาย ยิ่งถ้าใครจองช่วงนี้ 25-29 กันยายน 2019 ยิ่งถูกสุดๆเพราะ Traveloka มอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% ในแคมเปญ EPIC SALE ทั้งโรงแรม เที่ยวบิน และรถรับส่งสนามบิน แถมเดินทางได้ถึงปีหน้าเลยจ้า

ดูรายละเอียด EPIC SALE และรับส่วนลดสูงสุด 80% คลิกที่นี่เลย >> https://www.traveloka.com/en-th/promotion/epicsaleth

เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka คลิก >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan

1.Roku Nana

Credit : http://www.spoon-tamago.com/2010/02/22/secret-bar-roku-nana-六七/

ประเดินร้านแรกด้วยร้านชิคๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณสถานีรปปงหงิ (Roppongi station) ดูภายนอกอาจจะไม่รู้เลยว่าที่นี่เป็นบาร์ ทำให้คุณยิ่งรู้สึกถึงการเข้าไปในบาร์ลับ ร้านนี่มีเครื่องดื่มหลากหลายให้คุณเลือกดื่มไม่ว่าจะค็อกเทล วิสกี้ และไวน์ โดยภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบหรู รอบล้อมไปด้วยวิวสวยๆ ของตึกรปปงปงิที่ทำให้บรรยากาศการดื่มครั้งนี้มันเพลินซะเหลือเกิน นอกจากนี้ทางร้านยังมีอาหารว่างรสชาติดีให้บริการอีกด้วย

แผนที่ : Verde Roppongi 3F, 7-16-11 Roppongi, Minato-ku,Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-เสาร์ ตั้งแต่ 20.00-03.00 น. ปิดวันอาทิตย์


2. EST!

Credit : https://umamimart.com/blogs/main/akio-watanabe-of-bar-est-tokyo

ร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณอูเอโนะ (Ueno) ร้านเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1973 โดยเจ้าของร้านคือคุณวาตานาเบะที่ตอนนี้อายุกว่า 80 ปีแล้ว แต่บอกเลยว่าอายุไม่ใช่อุปสรรค เพราะฝีมือการชงค็อกเทลของแกยังสุดยอดเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน นอกจากนี้แกยังขึ้นชื่อเรื่องการคัดสรรสาเกญี่ปุ่นมาเสิร์ฟลูกค้าอีกด้วย ลองนึกภาพที่ได้นั่งดื่มชิลๆ ในบรรยากาศร้านที่เป็นวินเทจจริงๆ แค่คิดก็ฟินแล้ว อ้อ! ร้านนี้ยังสามารถจองล่วงหน้าได้อีกด้วยนะ

แผนที่ : 3-45-3 Yushima, Bunkyo-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-เสาร์ ตั้งแต่ 18.00-24.00 น. ปิดวันอาทิตย์


3.Bar Benfiddich

Credit : https://punchdrink.com/articles/modern-alchemy-at-tokyo-ben-fiddich-bar-cocktails/

ร้านที่ถูกเปิดโดยบาร์เทนเดอร์ชื่อคุณฮิโรยาสุ คายามะ แม้ว่าบรรยากาศร้านจะดูเต็มไปด้วยวิสกี้ แต่สิ่งที่ขึ้นชื่อที่แท้จริงของร้านคือค็อกเทลที่ผสมสมุนไพรลงไปด้วย ร้านนี้เริ่มจากการที่คุณคายามะเป็นคนที่หลงใหลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีสมุนไพรและส่วนผสมพื้นบ้านสุดๆ บางส่วนผสมก็ได้มาจากสวนที่ปลูกโดยบ้านของเขาเองจากจังหวัดไซตามะเลยทีเดียว ไฮไลต์ของบาร์นี้คือ ไม่มีเมนู! เพราะคุณคายาะมักปรุงสดให้กับลูกค้าแต่ละคน เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ

แผนที่ : Yamatoya Bldg. 9F, 1-13-7 Nishi-Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-เสาร์ 18.00-02.00 น. ปิดวันอาทิตย์


4. Gen Yamamoto

Credit : https://savvytokyo.com/cocktail-omakase-bar-gen-yamamoto/

บาร์เด็ดต้องบอกต่ออีกที่ เพราะบาร์นี้คือบาร์ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังนั่งในร้านโอมากาเสะยังไงยังงั้น เพราะบาร์เทนเดอร์ที่นี่จะใช้มีดมากกว่าถ้วยตวงเหล้าซะอีก สำหรับเครื่องดื่มของที่นี่จะใช้ผลไม้และผักของท้องถิ่นมาเป็นส่วนผสมอีกด้วย แต่สิ่งที่ไม่อยากให้พลาดของบาร์นี้ คือเซ็ตที่จะให้คุณได้ลองเครื่องดื่ม 4-6 เมนู รับรองว่าประทับใจแน่นอน ถ้าอยากลองไม่ต้องรอถึงค่ำ เพราะร้านเริ่มเปิดตั้งแต่ 15.00 น. เลย

แผนที่ : 1-6-4 Azabu-Juban, Minato-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : อังคาร-อาทิตย์ 15.00-23.00 น. ปิดวันจันทร์


5.Bar High Five

Credit : https://sharpmagazine.com/2016/09/19/youre-long-past-due-for-a-trip-to-tokyo/

บอกเลยว่าบาร์นี้หาไม่ง่าย เพราะมันตั้งอยู่ในตึกออฟฟิศที่ดูธรรมดาทั่วไปในย่านกินซ่า (Ginza) แม้ว่าร้านจะเป็นห้องเล็กๆ แต่ก็สามารถดึงดูดลูกค้ามาได้ไม่ขาดสาย ดำเนินการโดยเจ้าของร้านอย่างคุณฮิเดสุกุ อุเอโนะ โดยที่คุณฮิเดสุกุก็เป็นบาร์เทนเดอร์ของร้านนี้เองด้วย นี่เป็นอีกร้านที่ไม่มีเมนูให้คุณ แต่บาร์เทนเดอร์จะถามคำถามต่างๆ เพื่อเลือกค็อกเทลที่เหมาะสมให้กับคุณเอง ได้ลองจิบแก้วแรก รู้ตัวอีกทีคุณอาจจะสั่งตามมาอีกเพียบ

แผนที่ : 5 Chome−4−15 Efflore Ginza5 Bldg., Ginza, Chuo,〒104-0061 Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-เสาร์ 17.00-23.00 น. ปิดวันอาทิตย์


6.Ginza Magic Bar Tejinakkuru

Credit : https://favy-jp.com/topics/1530fbclid=IwAR2HtCvZySEpyI7gVd0vGlGQ9QbXt_DMN7uPB_Dua20o9HskU1ZenGYASW8

ถ้าอยากลองประสบการณ์ดื่มไป ดูมายากลไป ต้องมาที่นี่เลย บาร์ที่อยู่ห่างจากสถานีกินซ่า (Ginza Station) แค่ 4 นาทีเท่านั้น มาถึงร้านคุณจะรู้สึกสนุก ผ่อนคลายสุดๆ กับบาร์เทนเดอร์ที่คอยเอนเตอร์เทนคุณด้วยทริคมายากลแบบต่างๆ พร้อมบรรยากาศในร้านที่มีความเฮฮา ลองแวะมาร้านนี้แล้วจะลืมความเครียดต่างๆ ไปก่อนได้เลย

แผนที่ : 3F, 7-7-19 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ 19:00 – 03:00 น. , วันเสาร์ 19:00 – 01:00 น. ปิดวันอาทิตย์


7.Albatross

Credit : https://www.timeout.com/tokyo/bars-and-pubs/albatross

ร้านเล็กๆ ที่กลางร้านโดดเด่นด้วยแชนเดอเรียในย่านชินจูกุ (Shinjuku) เรียกได้ว่าเป็นร้านที่มีเสน่ห์สุดๆ ด้วยการตกแต่งแบบวินเทจพร้อมผสมผสานงานอาร์ตเข้าไปด้วย ร้านเปิดมาตั้งแต่ปี 1997 โดยตั้งอยู่ในชินจูกุ ซึ่งต้องวัดดวงอยู่เหมือนกันเพราะหาที่นั่งว่างได้ยากมากนั่นเอง ที่ร้านมีบริการเครื่องดื่มหลากหลายตั้งแต่สาเก ไวน์ ค็อกเทล และโชจู ใครที่มีแผนจะไปเที่ยวแถวชินจูกุอยู่แล้ว อย่าลืมแวะไปดูนะ

แผนที่ : Golden Gai 5th Alley, 1-1-7 Kabukicho, Shinjuku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 19.00-05.00 น.


8.Trench, Tokyo

Credit : http://thepouringtales.com/rogerio-igarashi-vaz/

เจอร้านที่มีจุดขายหวือหวากันไปหลายร้านแล้ว ขอแนะนำร้านที่ดูธรรมดา แต่ให้ความรู้สึกไม่ธรรมดาอย่างร้านนี้ ร้านเล็กๆ ที่อยู่ใกล้สถานีอิบิสุ (Ebisu Station) ใช้เวลาเดินจากสถานีมาถึงร้านเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ไปถึงแล้วถ้าคุณไม่รู้จะสั่งเมนูอะไร ลองให้บาร์เทนเดอร์เลือกให้ก็ได้ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าบาร์เทนเดอร์มีรสนิยมที่ดีสุดๆ ใครที่ชอบความเรียบง่าย แต่ได้คุณภาพเน้นๆ ต้องร้านนี้เลย

แผนที่ : 1F, 1-5-8 Ebisu-Nishi, Shibuya-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 19.00-02.00 น.


9.Record Bar Analog

Credit : https://punchdrink.com/articles/best-hidden-record-bars-tokyo/

คอเพลงต้องมา! บาร์ที่ตกต่างภายในสไตล์ Retro เท่ๆ พร้อมฟังเพลงเพลินๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงคุณภาพเยี่ยม ที่ทำให้คุณได้ปล่อยตัวเองไปกับเพลงแนวต่างๆ ตั้งแต่เพลงญี่ปุ่นพื้นบ้านไปจนถึงเพลงคลาสสิกตะวันตก และอย่าพลาดเมนู The Analog Mojito ตัวดัง ที่ทางร้านได้ใช้น้ำตาลชนิดพิเศษซึ่งทำให้ได้รสชาติล้ำลึกถึงเหล้ารัม และใช้มินต์จากประเทศคิวบาที่ให้รสชาติแรงและสดชื่นยิ่งกว่าสเปียร์มินต์ แค่อ่านคงยังไม่ซึ้งถึงรสชาติ ไปลองชิมเองเลยดีที่สุด

แผนที่ : 2-20-9 Dogenzaka, Shibuya-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 20:00-03:00 น.


10. 8bit Caf

Credit : http://goinjapanesque.com/08788/

ย้อนวัยไปกับบาร์ลับที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศเกมยุคเก่า ซึ่งคุณสามารถนั่งเล่นเกมไป ดื่มไปได้ ด้วยการตกแต่งที่แค่เดินเข้าไปความทรงจำวัยเด็กก็ย้อนมา ลองดื่มเมนู 8bit original cocktails หรือจะลอง Dr. Mario drink ดูก็ดีต่อใจเช่นกัน ใครที่เป็นสายเกมเมอร์รับรองว่าไปแล้วจะเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

แผนที่ : 5F 3-8-9 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : อาทิตย์-พฤหัสบดี 19.00-02.00 น. , ศุกร์-เสาร์ 19.00-05.00 น.


11. JBS

Credit : https://vivreatokyo.com/shibuya-4-bars-club-4-ambiances.html

ชื่อร้าน JBS ย่อมาจาก Jazz, Blues, Soul นั่นเอง ถ้าคุณมองหาร้านนั่งดื่มที่เปิดเพลงดีๆ ต้องมาที่ร้านนี้ซึ่งเป็นบาร์ที่ซ่อนอยู่ในย่านชิบูย่า โดยที่ร้านมีแผ่นเสียงถึง 11,000 แผ่น โดยเจ้าของร้านจะเป็นคนเลือกและเปิดเพลงต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้กับร้านในแต่ละวัน เดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ อยากหาที่นั่งพักก็สามารถแวะไปได้ เพราะร้านเปิดตั้งแต่ 14.00 น. แถมเครื่องดื่มในร้านยังสบายกระเป๋าสุดๆ

แผนที่ : 1-17-10 Dogenzaka, Shibuya-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 14:00-23:00 น.


12.Bar Orchard Ginza, Tokyo

Credit : https://www.tofugu.com/travel/bar-orchard/

บาร์ที่เป็นธุรกิจครอบครัว เพราะดำเนินงานโดยคู่สามีภรรยาที่มีความตั้งใจเต็มเปี่ยมคู่หนึ่ง ความพิเศษของที่นี่คือทางร้านจะให้คุณเลือกผลไม้ตามฤดูกาลมาอย่างหนึ่งจากบาร์ แล้วพวกเขาจะทำเครื่องดื่มค็อกเทลให้คุณโดยใช้ผลไม้นั้นเป็นส่วนผสมหลัก บอกเลยว่าทั้งคู่ชำนาญเรื่องการชงค็อกเทลสุดๆ โดยผสมผสานทั้งเทคนิคการชงแบบโมเดิร์นเข้ากับวิธีการชงแบบดั้งเดิม จนได้ค็อกเทลรสชาติเยี่ยมมาเสิร์ฟให้กับคุณ

แผนที่ : Sanraku Bldg 7F, 6-5-16 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-เสาร์ 18.00-23.30 น.


13. Tico Bar

Credit : https://experience-suginami.tokyo/2015/09/tico-bar-2/

ร้านนี้ตั้งอยู่นอกเมืองออกไปเล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่าที่จะไปเพราะที่ร้านมีแอลกอฮอล์ที่ทำขึ้นเอง (Homemade) ให้เลือกลองมากมาย โดยแต่ละรสจะไม่ใช่รสที่หากินได้ทั่วไป เช่น วอดก้ารสขมิ้น วอดก้ารสตะไคร้ และวอดก้ารสทับทิม เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณมีคำถามเกี่ยวกับเครื่องดื่ม พนักงานที่นั่นก็ยินดีที่จะตอบทุกคำถามอย่างตั้งใจ ทำให้เป็นร้านที่มีบรรยากาศ Friendly มากๆ อีกร้านหนึ่ง

แผนที่ : 3 Chome-68 Koenjiminami, Suginami City, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 18.00-02.00 น.


14.Kyomachi Koishigure

Credit : http://cooljapan-city.com/area/tokyo/kyomachi-honkan-koishigure/

ร้านต่อมาคือร้านสไตล์ญี่ปุ่นที่เรามักเรียกกันว่าอิซากายะ (Izakaya) เมื่อเดินเข้ามาในร้านนี้ คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าไปอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว โดยที่นั่งจะแบ่งเป็นห้องขนาดต่างๆ เหมือนกำลังเดินอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภายในตกแต่งสไตล์เกียวโตโบราณมีกระทั่งแม่น้ำจำลองไหลอยู่ภายในร้าน เดินเที่ยวดูญี่ปุ่นยุคปัจจุบันมาแล้วทั้งวัน ได้แวะพักในบรรยากาศญี่ปุ่นยุคโบราณใจกลางชินจูกุก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ

แผนที่ : Musashino Kaikan 6F, 3-27-10 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : อาทิตย์-จันทร์ 17.00-23.00 น. , อังคาร 17.00-23.30 น. , พุธ-เสาร์ 17.00-04.00 น.


15.Planetarium Bar

Credit : https://media.magical-trip.com/recommended-unique-pubs-bars-tokyo-bar-planetarium-bar/

Credit : https://media.magical-trip.com/recommended-unique-pubs-bars-tokyo-bar-planetarium-bar/

บาร์สุดท้ายที่อยากแนะนำ อยู่ใกล้สถานีที่ชื่อคงไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่นัก นั่นคือสถานีชิโรกาเนะได (Shirokanedai station) เป็นบาร์บรรยากาศมืดๆ เพิ่มความลึกลับ แต่ทำให้เรารู้สึกราวกับกำลังนั่งดื่มอยู่ในอวกาศ ด้วยการตกแต่งที่เมื่อเรามองไปบนผนังจะเหมือนกับการนั่งมองท้องฟ้าที่มืดสนิทแต่เห็นทางช้างเผือกระยะประชิด ให้ความรู้สึกโรแมนติกเหมาะกับการพาคนรักไปนั่งผ่อนคลายกันที่สุด

แผนที่ : Tsutsui Shirokanedai Bldg 5F, 4-9-23 Shirokanedai, Minato-ku Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-อังคาร 19.00-02.00 น. , ศุกร์-เสาร์ 19.00-03.00 น. , วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 19.00-24.00 น.


ประสบการณ์ใหม่ๆ ใน โตเกียว รอคุณอยู่ อย่าลืมจองตั๋วเดินทางกับ Traveloka นะฮะ เพราะถ้ามีปัญหาอะไรสามารถติดต่อ Call center ภาษาไทยช่วยเหลือคุณได้ 24 ชั่วโมง เลือกร้านที่ชอบ แล้วไปสัมผัสด้วยตัวเองแถมยังได้เก็บภาพร้านสุดเก๋มาอวดโซเชียลมีเดียกันอีกด้วย!


:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

อ่านรีวิวทริปเที่ยวและเดินทางของ 247Journey ต่อได้ที่ >> https://247journey.in.th/

Read More

บ้านสวนโฮมสเตย์ – ที่พัก คาเฟ่ นครปฐม บรรยากาศสไตล์บ้านๆ แบบติดร่องสวน

BaanSUAN-HOME-STAY

บ้านสวนโฮมสเตย์ – ที่พัก คาเฟ่ นครปฐม บรรยากาศสไตล์บ้านๆ แบบติดร่องสวน

วันนี้จะพาไปพักผ่อนแบบสบายๆ มีวันหยุดสั้นๆก็ไปกันได้ฮะ สำหรับใครที่ชอบที่พักสไตล์บ้านสวน บรรยากาศบ้านๆ สงบๆเน้นความเรียบง่าย ต้องถูกใจสิ่งนี้อย่างแน่นอน! 

บ้านสวนโฮมสเตย์ นครปฐม เป็นที่พักเล็กๆ กำลังน่ารัก สไตล์บ้านสวน ได้ฟิลลิ่งแบบลูกสาวกำนัน คุณพ่อหวงแบบในละครเลย ด้วยรูปทรงบ้านไม้ผสมปูน มีดีเทลความวินเทจกลิ่นอายบ้านเรือนไทยสมัยดั้งเดิม ผสมกับความโมเดิร์นในการตกแต่งต่างๆ มันเลยมีความน่ารักอย่างลงตัว

ที่นี่มีห้องพักรับรองประมาณ 7 ห้องฮะ ค่อนข้างมีความเงียบๆเป็นส่วนตัวมากเลย แต่พื้นที่อ่ะมีเยอะกว่านั้นนะ ถ้าใครอยากจะนอนโถงกลาง หรือ กางเต้นท์ ก็ลองติดต่อทางที่พักมาได้ พื้นที่เหลือเฟือจริงๆ ฮ่าๆ ที่สำคัญคือขับรถไปใกล้มากก อยู่ จ.นครปฐมนี่เองฮะ ขับยังไม่ทันเหนื่อยอ่ะ

ธีมหลักของที่นี่คือเกิดมาเพื่อเป็นบ้านสวนจริงๆฮะ สมชื่อ บ้านสวน โฮมสเตย์ มีท้องร่องพร้อมสวนอยู่มุมนึงและอีกฝั่งจะเป็นโซนบ้านพัก ด้วยความที่บรรยากาศมันดีม๊ากก ที่นี่เลยค่อนข้างโด่งดังในเรื่องของ สถานที่จัดงานแต่งงาน เพราะพอเนรมิตสถานที่ขึ้นมาปุ๊ป ประดับไฟ ชุดไทยและพรมแดง พร้อมฉากด้านหลังเป็นบ้านเรือนไทย คือลงตัวสุดๆอ่ะ

จริงๆก็ไม่ได้รับเฉพาะการจัดงานแต่งเท่านั้นนะฮะ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักสำหรับกรุ๊ป จัดประชุม สัมมนา งานเลี้ยงในบรรยากาศสไตล์บ้านสวน ค่อนข้างได้ฟิลกลุ่มส่วนตัวดีมาก และยังมีบริการอาหาร จัดเลี้ยง สามารถจัดการได้หายห่วงเลย!

บรรยากาศห้องจัดประชุม Meeting Room อยู่บริเวณชั้นล่างของบ้านพักฮะ ค่อนข้างโล่งโปร่งสบายเลยทีเดียว เหมาะมากเลยสำหรับการออกมาจัดกิจกรรมนอกสถานที่ บรรยากาศดูไม่ตึงเครียดเกินไปสไตล์ห้องประชุมดีฮะ

กลับมาสู่ เรื่องของที่พักกันเถอะ สำหรับบ้านพัก จะแบ่งเป็นหลักๆ 2 โซนด้วยกัน

เรือนหลังใหญ่ : บ้านไม้หลังใหญ่ 2 ชั้น (มีชั้นใต้ดินด้วยรวมเป็น 3) วัสดุทำจากไม้ทั้งหลัง บวกกับการตกแต่งแนวชาวบ้านๆหน่อย ทำให้บรรยากาศมันดูสบายๆ ด้วยการดูแลทำความสะอาดที่ดี บวกกับทางเจ้าของ(คุณแม่) ก็ดูแลทุกอย่างเป็นบ้านของตัวเองอ่ะ มันก็เลยดูค่อนข้างใหม่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครันเทียบเท่าที่ัพักอื่นๆเลยล่ะฮะ

เรือนหลังเล็ก : ไฮไลท์คือมีบ่อน้ำ ตั้งอยู่ด้านหน้าเลย อารมณ์ถ้าไปทะเลก็คือ Seaview แต่นี่มาบ้านสวนก็เทียบเป็น Garden view ให้ล่ะกันฮะ แต่แถมบ่อน้ำให้ด้วย อิอิ สำหรับเรือนเล็กจะมีห้องพักแค่ 2 ห้องเท่านั้น ใครมีแพลนจะมาพักพร้อมกัน 2 ห้องก็เป็นส่วนตัวดีนะ มีระเบียงให้นั่งชิลล์ริมน้ำด้านหน้าห้องด้วยแหละ

สำหรับห้องพัก ก็ให้ความคลาสสิคดีฮะ เหมือนมานอนบ้านสวนของคุณตาคุณยาย แต่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็ครบครันนะ ไม่ได้รู้สึกลำบากหรืออะไรเลย แอร์ ทีวี มีพร้อม!

ช่วงเย็นๆก็ออกมานั่งเล่นนอกห้อง รับลมเย็นๆ กับธรรมชาติ บรรยากาศบ้านสวนแบบนี้ มันดีต่อวันพักผ่อนจริงๆเลยฮะ

บ้านสวนโฮมสเตย์ ถือเป็นโฮมสเตย์เล็กๆแต่บรรยากาศดีชะมัดเลย เหมือนไปเที่ยวต่างจังหวัด นอนบ้้านคุณตางี๊อ่ะ มีที่ให้วิ่งเล่น ให้อาหารปลา และนั่งรับลมอ่านการ์ตูนริมระเบียงด้วย แถมเรื่องอาหารก็ครบครัน มีคาเฟ่อยู่ในที่พักเลย เรียกได้ว่า เป็นที่พักที่ค่อนข้างครบครันมากจริงๆเลยล่ะฮะ


ซึ่งต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่า นครปฐมเนี่ย เป็นอีกจังหวัดที่มีคาเฟ่เปิดใหม่เยอะมากกก เพราะด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ และบรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ฟีลลิ่งแบบชานเมืองหน่อยๆ แต่ละร้านก็จะมีความน่ารักแบบบ้านๆ ซึ่งเราว่ามันมีเสน่ห์ดีนะ ซึ่งที่บ้านสวนโฮมสเตย์ ก็มีคาเฟ่ด้วยนะฮะ เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดตัดริบบิ้นกันไปไม่นานนี้เอง

Verde Coffee House & Bistro

ร้านนี้จะตั้งอยู่ในรั้วเดียวกับบ้านสวนโฮมสเตย์เลยฮะ ความรู้สึกแรกตั้งแต่เลี้ยวรถเข้ามาคือบรรยากาศที่เป็นกันเอง ร้านสไตล์บ้านๆที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว มีทั้งส่วนของห้องแอร์สำหรับใครที่อยากหลบร้อนมาตากแอร์เย็นๆให้ชื่นใจ และโซนด้านนอกที่สามารถนั่งรับลมชมวิวบ่อน้ำสไตล์บ้านสวนชิลล์ๆก็ได้ฟีลไปอีกกกก

การตกแต่งร้านจะดูค่อนข้างโปร่ง ความเก๋ของที่นี่คือเค้าปูพื้นด้วยหญ้าเทียมสีเขียว เวลานั่งบน Bean bag แล้วจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนนั่งอยู่ในสนามหญ้าเลยแฮะ ยังมีโซนโต๊ะเล็กๆ โซนเคาน์เตอร์บาร์และโซฟานุ่มๆเผื่อใครที่มากันเป็นกรุ๊ปใหญ่

มาเริ่มกันที่ของคาวกันก่อนดีกว่า นอกจากที่นี่จะมีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกเยอะมากแล้ว ยังมีเมนูอาหารจานเด็ดด้วยฮะ ‘สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล’ ถ้าใครหิวๆอยากแนะนำว่าให้สั่งเถอะคุณขา… เสิร์ฟมาจานใหญ่คุ้มราคามาก กุ้งเอย ปลาหมึกเอย ให้มาแบบไม่หวง เอาจริงๆจานนี้สามารถแบ่งทานได้ 1-2 คนแบบจุกๆเลยนะ ส่วนรสชาติก็แซ่บถึงเครื่องตามสไตล์บ้านสวนเลยจริงๆ!

ม้วนเส้นซี้ดซ้าดกันไปเบาๆแล้ว ขอดับความร้อนในตัวด้วย Toast กรอบนอกหอมเนย จ้วงทานพร้อมกับไอศครีมเย็นๆและผลไม้ เมนูนี้นอกจากถูกใจสายปังแล้ว น่าจะเป็นเมนูโปรดของเด็กๆด้วยฮะ

ในส่วนของเมนูเครื่องดื่ม ที่นี่ก็มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายฮะ จะสายชา กาแฟ น้ำผลไม้หรือสมูทตี้ก็มีครบ มาเริ่มเอาใจวัยใสด้วย Lychee Rose Italian Soda แก้วนี้ดื่มแล้วรับรองความสดใสซู่ซ่า กลิ่นหอมของลิ้นจี่และความเย็นชื่นใจของโซดา เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ก็ปลื้มมม

ส่วนใครที่เป็นสายหวาน ชอบความนุ่มและหอมต้องสั่ง Iced Chocolate ฟองนมด้านบนกับเกล็ดช็อคโกแลตที่โรยมาด้านบน ทั้งละมุนและเคี้ยวเพลินมาก แต่ถ้าใครชอบแบบเข้มขึ้นอีกนิดต้อง Dark Cocoa เลยฮะ แค่เห็นใจมันก็สั่นนนน หวานน้อยเข้มข้นถูกใจมากจริงๆ

และถ้าใครเป็นสายแฟ นอกจากความหอมและเข้มของกาแฟที่เป็นตัวเบสแล้ว ทีเด็ดคือที่นี่เค้ายังหาวัตถุดิบที่มีในสวนมาผสมเพิ่มคุณค่าและความอร่อย อิอิ Coconut Coffee ใช้น้ำมะพร้าวเฉาะสดจากลูกสู่แก้ว ฟีลลิ่งมันดีมาก 5555 แต่ถ้าชอบให้มีรสหวานหน่อยต้อง Americano Honey Lime หอมน้ำผึ้ง รสหวานอ่อนๆ ดื่มง่าย แก้ง่วงเพลินๆเลยล่ะฮะ

นอกจากอาหารคาว หวานและขนมอร่อยๆ อีกอย่างที่ชอบคือบรรยากาศ ด้วยพื้นที่รอบๆสไตล์บ้านสวนเล็กๆ สามารถยกแก้วออกมานั่งชิลล์ๆชมต้นไม้กับคูน้ำด้านหน้าได้ แถมถ้าใครอยากให้อาหารน้องปลาก็ได้นะฮับ


สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พัก หรือ คาเฟ่สำหรับวันพักผ่อนในสไตล์บ้านสวน เราขอแนะนำที่นี่ให้เป็นอีกหนึ่งจุดพักผ่อนน่าสนใจเลยล่ะฮะ ทั้งความครบครันในเรื่องของบ้านพัก เงียบสงบ เป็นส่วนตัว และยังมีอาหารอร่อยๆ เครื่องดื่มดีๆ รวมไปถึงราคาก็ไม่แพงด้วย ถ้าเทียบกับบรรยากาศที่ได้รับคุ้มค่าเกินสิ่งที่จ่ายไปแน่นอน 🙂

Bann Suan Home Stay บ้านสวนโฮมสเตย์
Google Map : https://goo.gl/maps/xaziyQq2ej4H35rH8
Tel : 089-667-7939 , 090-402-4298
Website : https://bannsuanhome-stay.com/


:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

อ่านรีวิวทริปเที่ยวและเดินทางของ 247Journey ต่อได้ที่ >> https://247journey.in.th/

Read More

ออกผจญภัยที่ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ตามล่าลายแทงขุมทรัพย์ของประเทศมหาอำนาจ

Saint-Petersburg

ออกผจญภัยที่ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ตามล่าลายแทงขุมทรัพย์ของประเทศมหาอำนาจ

เข้าสู่ช่วงหน้าร้อน พระอาทิตย์​ก็ดูเหมือนจะขยันเร่งแสง ร้อนแรงเสียจนเราแทบจะทนไม่ไหว​ จากที่เคยนัดกับก๊วนเพื่อนสาวว่าจะไปใส่บิกินี่​ท้าลมแดดแบบทุกปีคงต้องขอบาย ขอเปลี่ยนไปเที่ยวที่หนาวๆ พอจะหลบร้อนสักแป๊บนึงละกัน แต่จุดหมายของเราในทริปนี้ไม่ใช่เกาหลี ญี่ปุ่นเหมือน​เคยๆ นะ ครั้งนี้เราจะออกจาก Comfort zone พาเพื่อน​ๆไปผจญภัย​ในประเทศ​มหาอำนา​จ​อย่างรัสเซียกัน พาไปทัวร์ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก รับรองว่าแต่ละสถานที่ที่เรานำมาเล่าให้ฟังนั้นน่ามหัศจรรย์และมีเสน่ห์​จนเพื่อนๆ ต้องอยากเดินตามลายแทงของเราอย่างแน่นอน

เริ่มต้นการเดินทางกับบัดดี้คู่ใจ

เซนต์​ปีเตอร์​เบิร์ก​ คือจุดหมายปลายทาง​ของเราในทริปนี้ หลังจากที่เสิร์ชหา​ข้อมูล​และสถานที่เที่ยวแล้ว เราก็เริ่มทำการจองตั๋ว​เครื่องบิน เซนต์​ปีเตอร์​เบิร์ก กับ Traveloka เพื่อน​ซี้คู่ใจทันที เพราะ Traveloka​ ชอบมีโปรดีๆ ราคาโดนๆ มาให้เราตลอด คราวนี้ก็เหมือนกัน​ เราได้ตั๋วเครื่องบิน​ Cathay Pacific สายการบิน Full Service ​ระดับโลก​ด้วยราคาเบาๆ เห็น​แค่ไหน จ่ายแค่นั้น ไม่มีบวกเพิ่ม เป็นแบบนี้แล้วจะให้เรานอกใจไปใช้บริการ​ที่ไหนได้ล่ะ จริงมั้ย?

เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปรัสเซียกับ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-russia


1.Hermitage Museum

ที่เที่ยวแรกที่เรารีบบึ่งไปทันทีหลังจากเครื่องบินแลนด์​ดิ้ง​ก็คือ Hermitage museum หรือพระราชวังฤดูหนาวนั่นเอง Hermitage museum นั้นถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์​ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอัน​ดับ​สามของโลก จนเรียกได้ว่าหากเราจะต้องใช้เวลาชื่นชมสถาปัตยกรรม​และสมบัติ​ล้ำค่าทุกชิ้นด้านใน เราอาจ​จะต้อง​ใช้เวลาถึง 15 ปีเลยก็ว่าได้!

เมื่อเราเดินผ่านรั้วกำแพงสีเขียวสลับขาวสวยงามแปลกตาเข้าไป ก็จะพบกับโถงบันไดที่สลักเสลา​จากหินอ่อนสีขาว ประดับ​ด้วยทองคำอย่างงดงาม อลังการ​ดาวล้านดวง การเยี่ยมชมด้านในตัวพระราชวังนั้นใช่ว่าเราจะเที่ยวเดินดุ่มๆ ไปได้ทุกที่ เพราะภายใน​มีการจัดแบ่งโซนให้เที่ยวชมตามราคาแพคเกจตั๋ว​ที่เราเลือก แน่นอนว่ายิ่งอยากชมของสวยๆ แพงๆ ก็ต้องจ่ายราคาแรงนิดนึง

โดยเราสามารถ​ซื้อตั๋ว​เข้าชมได้ที่เคาน์เตอร์​ด้านหรือว่าจะซื้อ​เป็น​ E-Ticket ผ่านเว็บไซต์​ของพิพิธภัณฑ์​ก็ได้ http://www.hermitagemuseum.org/wps/portal/hermitage?lng=th

  • ที่อยู่ : Palace Square, 2, Sankt-Peterburg, Russia, 190000
  • เวลาเปิด – ปิด : วันอังคาร วันพฤหัสบดี วันเสาร์ และวันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 10.30 – 18.00 น. / วันพุธและวันศุกร์ เปิดตั้งแต่ 10.30 – 21.00 น. / ปิดวันจันทร์ 
  • ค่าเข้าชม :  300 – 700 RUB ตามแต่แพคเกจที่เราเลือก

2. Savior On The Spilled Blood

อีกหนึ่งแลนด์มาร์ค​ที่ขาดไม่ได้​เมื่อมาเที่ยว เซนต์​ปีเตอร์​เบิร์ก ​ก็คือ โบสถ์แห่งหยดเลือด (Savior on the Spilled Blood) แห่ง​นี้ เห็นรูปลักษณ์​อาคารสวยๆ สีสันสดใสน่าประทับใจ​แบบนี้ แต่จริง​ๆ แล้วโบสถ์​แห่ง​นี้​กลับมีประวัติ​ศาสตร์​ที่น่าสะเทือน​ใจและแสนเศร้านะ เพราะเป็น​สถาน​ที่ลอบปลงพระชนม์​พระเจ้า​อเล็กซ์​ซานเดอร์​ที่ 2 หลังจากที่ท่านประกาศ​เลิกทาส เพื่อให้ประชาชน​ทุกคนที่สิทธิ​เท่าเทียมกัน​ แต่ทุกคน​ไม่เข้าใจ เลยคิดคด​ทรยศ​ลอบปลงพระชนม์ท่าน ต้อง​ใช้เวลา​อยู่​นานกว่าทุกคนจะเข้าใจและสำนึกผิดในสิ่งที่กระทำ เลยตัดสินใจ​สร้างโบสถ์​แห่ง​นี้​เป็น​อนุสรณ์​สถานไว้อาลัยแก่ท่านด้วยความวิจิตร​บรรจง ด้านในโบสถ์​นั้นถูก​สลัก ด้วยมือตั้งแต่​เพดานจรดพื้นทุกตารางเมตร​อย่างน่าทึ่ง แถมยังมีการประดับประดา​ด้วยโมเสกอย่างละเอียดสวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์​ของที่นี่ แอบกระซิบ​นิดนึง​ว่าการจะเข้าไปเยี่ยม​ชม​ด้านในนั้นอาจจะ​ต้องใช้ความอดทน​ในการรอสักหน่อย​ แต่ถ้าเพื่อน​ๆ​ ซื้อตั๋ว​ E-ticket จากเว็บไซต์​ก็จะสามารถ​ร่นระยะ​เวลาในการต่อแถว​ได้อีกหน่อยนึง 

  • ที่อยู่ : Griboyedov channel embankment, 2Б, Sankt-Peterburg, Russia 191186
  • เวลาเปิด – ปิด : วันพฤหัสบดี – วันอังคารตั้งแต่ 10.30 – 18.00 น. ปิดวันพุธ  / ในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 กันยายนนั้นจะเป็นให้เข้ารอบเย็นอีกหนึ่งรอบตั้งแต่เวลา 18.00 – 22. 30 น. 
  • ค่าเข้าชม :  250 RUB

3. Catherine Palace

เมืองเซนต์ปีเตอร์​เบิร์ก​นี่เป็น​เมือง​ที่มีเสน่ห์​จริงๆ​ นะ ทั้งสวยงามน่าหลงใหล​แถมยัง​เต็ม​ไปด้วยโบราณสถาน​ที่งดงามมากมาย ให้เราเลือกชมได้ตลอดทั่วทั้งเมืองอีกด้วย Catherine​ palace​ ก็เป็​นอีกสถานที่​​ที่ขาดไม่ได้​เมื่อมาเยี่ยมเยียน​เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก พระราชวัง​แห่ง​นี้พระเจ้าปีเตอร์​มหาราช​นั้นสร้างขึ้นเพื่อเอาอกเอาใจพระราชินี​แคทเธอรีนที่ 1 ทำให้พระราชวัง​มีความสวยงาม ลวดลายการแกะสลักอ่อนช้อย​ให้สมกับความงดงามของพระนาง ซึ่งเป็นพระชายาสุดที่รักของพระองค์นั่นเอง ไฮไลท์เด็ดของการเยี่ยมชม Catherine palace ก็คือห้องอำพันที่ถูกออกแบบ​และประดับประดา​ด้วยทองคำจนแสงสีทอง​เรืองรอง​ไปทั่วทั้งห้อง นอกจากนี้​พระราชวัง​แห่ง​นี้​ยังถือเครื่อง​หมายมิตรภาพ​ของราชอาณาจักร​โซเวียตกับประเทศ​เยอรมัน​ ที่ส่งช่างฝีมือดีที่สุด​มาช่วยบูรณะ​หลังจากที่ได้รับผลกระทบ​จากสงคราม​โลกครั้งที่สอง​จนยับเยิน

  • ที่อยู่ : Garden St, 7, Pushkin, Sankt-Peterburg, Russia 196601
  • เวลาเปิด – ปิด :
    • วันพุธ – วันจันทร์ ปิดวันอังคาร และวันจันทร์สุดท้ายของเดือน 
    • เดือนพฤศจิกายน เมษายน เปิดตั้งแต่ 10.00 – 16.45 น. (8 มีนาคม เปิดตั้งแต่ 10.00 – 15.45 น.)
    • เดือนพฤษภาคม – กันยายน เปิดตั้งแต่ 12.00 – 17.45 น.
    • 1 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน เปิดตั้งแต่ 12.00 – 16.45 น.
  • ค่าเข้าชม :  400 RUB

4. Nevsky Prospekt

นอกจาก​พิพิธภัณฑ์​และพระราชวัง​ต่างๆ แล้ว อาคารบ้านเรือน​ของ เซนต์ปีเตอร์​เบิร์ก ​ก็​มีความสวยงาม​ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่ถนน Nevsky ​Prospekt​ ที่เป็นถนนเส้นแรกและเส้นหลักที่พระเจ้าปีเตอร์​มหาราช​ได้รับสั่งให้สร้างขึ้นมาเพื่อยกระดับ​วิถีชีวิต​ความเป็นอยู่​ของชาวเมือง ปัจจุบัน​ถนนสายนี้กลายเป็น​แห่งรวมร้านอาหาร​บรรยากาศ​ดีๆ และร้านขายสินค้า​แบรนด์เนม​ชั้นนำมากมาย เราสามารถ​เดินเล่นชื่นชมความสวยงาม​ของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่​ที่ยังคงรักษา​สภาพ​ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอดสองฝั่งถนนได้ตลอดทั้งวัน

  • ที่อยู่ : Nevskiy Prospekt, St. Petersburg, Russia
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • ค่าเข้าชม :  ฟรี

5. Kazan Cathedral

ถัดจาก​ถนน Nevsky​ Prospekt ​ไปนิดนึง ​เราก็จะพบกับอีกหนึ่​งที่เที่ยว​ที่พลาดไม่ได้​ มหาวิหาร​ Kazan Cathedral นั้นถูกออกแบบ​ตกแต่ง​ด้วยสไตล์​นีโอคลาสสิก​ผสมผสาน​เข้ากับสถาปัตยกรรม​สไตล์​อิตาลี​ได้อย่างลงตัว​ ทำให้กลายเป็น​อีกหนึ่​งสถานที่เที่ยวที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้านหน้าของมหาวิหารมีสวนสาธารณะ​เล็กๆ ที่ชาวเมืองชอบมานั่งเล่น​ พักผ่อน​และทำกิจกรรม​กลางแจ้ง​กันอิสระ​และ​สนุกสนาน ด้านในยังมีการประกอบพิธีทางศาสนา​คริสต์อยู่​นะ ฉะนั้น​หากจะเข้าไปเยี่ยม​ชม​ด้านใน​จะต้องสำรวมกันนิดนึง​

  • ที่อยู่ : Kazanskaya Sq 2 | Metro Nevskiy Prospect, St. Petersburg 191186
  • เวลาเปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ 08.30 – 20.00 น. / วันเสาร์ – วันอาทิตย์ 06.30 – 20.00  น. 
  • ค่าเข้าชม :  ฟรี

6. Peterhof Palace

อีกหนึ่งที่เที่ยวไฮไลท์​ที่เราเฝ้ารอก็คือพระราชวัง​ฤดูร้อน​ หรือ Peterhof​ Palace แห่งนี้ ด้วยความที่ตกหลุมรักตั้งแต่เห็น​รูปตามเว็บไซต์​ เราเลยรีบกดซื้อตั๋ว​เข้าชมที่เว็บนี้ http://www.en.peterhof-express.ru ทันทีเพื่อเป็​นการสร้างความมั่นใจ​ว่าเราจะไม่ต้อง​รอต่อคิวนานเหมือน​นักท่องเที่ยว​คนอื่นๆ ที่ไปซื้อบัตรตรงหน้าวัง พระราชวัง​ฤดูร้อน​แห่งนี้ถูกสร้าง​ขึ้น​ใน​รัชสมัย​ของพระเจ้า​ปีเตอร์​มหาราช​ เป็น​พระราชวัง​สวยงามและยิ่งใหญ่​ ใช้เวลา​ในการสร้างกว่าสิบ​ปี​ถึงจะแล้วเสร็จ​  มีการออกแบบ​ตกแต่ง​สไตล์ร่วมสมัย​ ทาพระราชวังทั้งหลัง​ด้วยสีเหลืองไข่ไก่ ​สร้าง​ความรู้สึก​อบอุ่น​สดใส ให้กับผู้มาพบเห็น ไฮไลท์​ของพระราชวัง​ฤดูร้อน​​ก็​คือ​สวนน้ำพุที่สุดแสนจะตระการตา​ จากตัวน้ำพุริมระเบียง​มีสระน้ำทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา​ ราวกับภาพวาดชวนฝันในเทพนิยาย​

  • ที่อยู่ : Razvodnaya St., 2, Peterhof, St. Petersburg 198516
  • เวลาเปิด – ปิด : วันอังคาร – วันอาทิตย์ 10.30 – 18.00 น.  ปิดวันจันทร์
  • ค่าเข้าชม :  1,000 RUB

7. St. Isaac’s Cathedral

St. Isaac’s Cathedral นั้นเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญมากที่สุดของเมือง เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เพราะเคยเป็นที่ประกอบพิธีพระบรมราชาภิเษกสมรสของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชและพระนางแคทเธอรีน ทำให้มีการจัดสร้างวิหารหลังนี้ให้ยิ่งใหญ่อลังการ มีหลังคารูปโดมที่ทำจากทองคำแท้ 100 กิโลกรัม จนเราสามารถมองเห็นความงดงามและมลังเมลืองของมันได้จากที่ไกลๆ ด้านในตัววิหารนั้นถูกประดับตกแต่งสลักเสลาเสาและรูปปั้นแบบนูนต่ำด้วยหินอ่อนและหินแร่ต่างๆ ทำให้เกิดความสวยงามและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้เรายังสามารถซื้อตั๋ว E- Ticket ของวิหารแห่งนี้ได้ที่ http://eng.cathedral.ru เพื่อความรวดเร็ว ไม่ต้องรอต่อคิวนาน

  • ที่อยู่ : St Isaac’s Square, 4, Sankt-Peterburg, Russia, 190000
  • เวลาเปิด – ปิด : วันพฤหัสบดี  – วันอังคารตั้งแต่  10.30 – 18.00 น.  ปิดวันพุธ
  • ค่าเข้าชม :  250 RUB

8. Peter And Paul Fortress

ที่เที่ยว​แห่งสุดท้ายที่เราอยาก​จะ​แนะนํา​เพื่อนๆ ก็คือ​ Peter and Paul Fortress ป้อมปราการ​ที่มีความสำคัญ​และทรงคุณค่า​ที่สุดของเซนต์​ปีเตอร์​เบิร์ก​ ด้วยความที่่ป้อมปราการ​แห่งนี้ถูก​สร้างขึ้นรัชสมัย​ของ​พระเจ้า​ปีเตอร์​มหาราช​ เพื่อเป็น​อนุสรณ์​สถานแก่บาทหลวง​ปีเตอร์​และ​บาทหลวง​พอลที่ต่อสู้​ยืนยันและเผยแพร่​ศาสนา​คริสต์​อย่างเข้มแข็ง​ไม่หวั่นไหว​กับภัยสงคราม ด้านในถูกออกให้เป็น​อาคารทรงหกเหลี่ยม​ตกแต่ง​ด้วย​ศิลปะ​แบบบารอก ถึงแม้ว่าป้อมปราการ​แห่ง​นี้​จะอยู่ห่างออกมา​จาก​แหล่ง​ท่องเที่ยว​อื่นสักหน่อย​ แต่ความงดงาม​ของมันนั้นคุ้มค่า​และคู่ควร​ที่จะให้อภัย​ได้


และนี่ก็​คือที่เที่ยว​ใน เซนต์​ปีเตอร์​เบิร์ก​ ที่เราอยากจะแนะนำ แต่ละที่ทั้งสวย ทั้งมีเสน่ห์​​ จริงๆ ​แล้วเราว่าประเทศ​รัสเซีย​ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่อีกเพียบ​เลยนะ เสียดายที่เวลาไปน้อย ไว้คราวหน้า​เราจะต้องกลับมาเที่ยวอีกแน่นอน​ ส่วนใครที่อยากไปเที่ยวแบบเรา แนะนำว่าถ้าหากใครอยากจองเส้นทางบินต่างประเทศ แนะนำจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka ได้เลย เพราะมีให้เลือกหลากหลายเส้นทางบินทั่วโลก ที่สำคัญคือไว้ใจได้แน่นอน เพราะไม่มีตั๋วผีชัวร์ จองกี่ครั้งก็ยังมั่นใจ ชอบสุดๆ คือมีปัญหาอะไร ก็โทรไป Call Center ได้ จะมีคนรอรับสาย 24 ชั่วโมง

เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปรัสเซียกับ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-russia


:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

อ่านรีวิวทริปเที่ยวและเดินทางของ 247Journey ต่อได้ที่ >> https://247journey.in.th/

Read More

15 คาเฟ่เชียงใหม่ ไปเที่ยวกันได้ทุกฤดู

คาเฟ่เชียงใหม่

15 คาเฟ่เชียงใหม่ ไปเที่ยวกันได้ทุกฤดู

แม้ว่า “เชียงใหม่” จะเป็นจังหวัดที่คนนิยมไปเที่ยวในช่วงปลายปี หรือว่าในช่วงหน้าหนาว แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า จริงๆ แล้วเชียงใหม่เองนั้นก็สามารถเที่ยวกันได้ถูกฤดู ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฤดูฝน หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว เชียงใหม่เองก็มีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างกันออกไป สำหรับคนที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ เชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วก็คงเล็งที่เที่ยวเชียงใหม่หลักๆ เลยก็จะมีทั้งที่เที่ยวสายธรรมชาติ ที่เที่ยวเชียงใหม่ใกล้เมือง หรือว่าที่กำลังฮิตสุดๆ ในตอนนี้ก็คือ คาเฟ่เชียงใหม่ ซึ่งถูกอกถูกใจสายชิคแน่ๆ บอกได้คำเดียวว่ามีคาเฟ่ให้เลือกนั่งจิบกาแฟกันทุกตรอกซอกซอยเต็มไปหมด

หากใครที่กำลังสนใจจะไปเที่ยวเชียงใหม่แบบชิคๆ ตามไปเก็บ คาเฟ่เชียงใหม่ ตามวิถี Cafe Hopping อย่ารอช้าไปจองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่กับ Traveloka กันดีกว่า เพราะมีตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ราคาดีๆ ให้เลือกเพียบ ที่สำคัญนอกเหนือจากการจองง่ายแล้วนั้น จ่ายเงินยังง่ายมากด้วย มีหลายช่องทางให้เลือก และมีโปรโมชั่นให้ได้ใช้กันตลอดๆ

1. Khagee

“Khagee” อ่านว่า ขจี เป็นร้านกาแฟชิคๆ ที่อยู่ในย่านริมแม่น้ำปิง หรือว่าย่านวัดเกตการามที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี ว่าเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร และคาเฟ่หลายๆ แห่ง สำหรับร้านนี้ถึงแม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่ก็เล็กพริกขี้หนูนะจ๊ะ เนื่องจากว่าได้รับความนิยมมาก ขึ้นชื่อเรื่องเมนูเบเกอรี่ของทางร้าน ที่ใครอยากชิมเบเกอรี่อบใหม่อร่อยๆ หอมกรุ่น ก็ให้รีบมาสักหน่อยนะ เพราะบางเมนูก็หมดตั้งแต่หัววันกันเลยทีเดียว เมนูที่แนะนำเอาเป็นว่าไม่มี เพราะสั่งเลยอร่อยทุกเมนู

Credit: https://www.facebook.com/khageecafe

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: ปิดทุกวันจันทร์ และวันอังคาร 10.00 – 17.00 น.


2. Forest Bake

เป็นร้านคาเฟ่สุดชิคที่ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อจริงๆ กับ “Forest Bake” ที่ล่าสุดก็ได้มีการขยายสาขามาที่กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับใครที่อยากไปเยือนสาขาที่เป็นออริจินัล ก็ให้ตามไปปักหมุดกันได้ ความโดดเด่นของร้านนี้ คือร้านน่ารักๆ ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวขจี เหมือนเป็นร้านเบเกอรี่เล็กๆ ในป่าใหญ่ โดดเด่นด้วยเมนูเบเกอรี่ที่มีให้เลือกมากมาย หน้าตาน่ารักเหมือนหลุดออกมาจากในนิทาน แนะนำเมนูบราวนี่ที่เป็นซิกเนเจอร์ กินคู่กับไอศกรีมอัญชันมะนาวแสนชื่นใจ

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: ปิดทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี 10.30 – 17.00 น.


3. Woo Cafe-Art Gallery-Lifestyle Shop

“Woo Cafe” ก็เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่สุดชิคที่อยากจะแนะนำ ยิ่งใครที่ได้มีโอกาสไปเดินเล่นแถวย่านวัดเกตแล้วนั้น ก็ควรที่จะแวะไปถ่ายรูปก็ยังดี เพราะร้านวูว์ คาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งร้านได้สวยมาก มีแต่มุมถ่ายรูปน่ารักๆ อยู่เต็มไปหมด เหมาะกับทั้งมานั่งชิลล์ดื่มกาแฟ หรือจะมานั่งทำงาน รับประทานอาหารก็ได้หมด เป็นคาเฟ่ที่เหมาะกับวันว่างๆ สบายๆ สำหรับใครที่ชอบงานศิลปะก็ไม่ควรพลาด เพราะคาเฟ่แห่งนี้จะเปิดเป็นอาร์ตแกลอรี่ที่ชั้นบนด้วย

Credit: https://www.facebook.com/Woochiangmai/

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: 10.00 – 22.00 น.


4. Magokoro Teahouse (มีใจให้มัทฉะ)

สำหรับคาเฟ่แห่งนี้จะเรียกคาเฟ่ก็ไม่ถูกซะเดียว แต่ถ้าบอกว่าเป็นคาเฟ่ชาเขียวก็น่าจะเหมาะกว่า เพราะว่า “Magokoro Teahouse (มีใจให้มัทฉะ)” เป็นร้านที่ขายเฉพาะแต่เมนูชาเขียวเท่านั้น ซึ่งบอกเลยว่าหายากมากในเชียงใหม่ ที่จะมีร้านที่มีเมนูชาเขียวให้เลือกอย่างหลากหลาย โดยรสชาติชาก็บอกเลยว่ากลมกล่อม เข้มข้น และละมุนลิ้นมาก เพราะใช้ชาคุณภาพดี มีทั้งชาร้อน ชาเย็น หรือว่าขนมญี่ปุ่นที่เอาไว้กินคู่กับชา ก็มีให้เลือกครบ ใครชอบชาเขียวต้องมาลองนะ

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: 10.00 – 18.00 น.


5. GRAPH Cafe

Credit: https://www.facebook.com/graphgroup.co/

หากว่าถามถึงคาเฟ่ที่ทั้งสวยด้วย และอร่อยด้วย ก็อยากจะแนะนำให้มาที่ “GRAPH Cafe” นี่แหละ ตอนนี้กราฟคาเฟ่ ก็จะมีให้เลือกสองสาขาด้วยกัน ก็คือสาขาที่อยู่บริเวณคูเมือง และสาขาที่นิมมานวัน สำหรับใครที่สะดวกสาขาไหน ก็ไปสาขานั้นได้เลย แต่สำหรับคนที่อยากได้ฟีลบรรยากาศร้านกาแฟเล็กๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่น และมุมชิคๆ ที่ถึงแม้ร้านจะเล็กไปหน่อย แต่ก็ถ่ายรูปสนุกอยู่ไม่ใช่น้อย เมนูก็มีให้เลือกหลากหลายมากๆ มีทั้งเมนูที่มีคาเฟอีน และเมนูที่ไม่มีคาเฟอีน

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น.


6. Gateway Coffee Roasters

Credit: https://www.facebook.com/gatewaycoffeeroasters/

ใครที่ทั้งชอบถ่ายรูปด้วย และดื่มกาแฟด้วย แนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะมาเยือนคาเฟ่ “Gateway Coffee Roasters” กันดูสักครั้ง สำหรับร้านกาแฟนี้ก็จะเป็นเครือเดียวกับกราฟนั่นแหละ แต่เมนูก็จะไม่เหมือนกัน มีความเป็นซิกเนเจอร์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยร้านกาแฟสไตล์ฮิปๆ แบบปูนเปลือย ที่มีอาร์ตแกลอรี่อยู่ด้วย ตั้งอยู่บนถนนท่าแพ ไฮไลท์จะอยู่ที่วิวระเบียงร้านที่สามารถมองออกไปเห็นวิวได้อย่างสวยงาม เหมาะกับสายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่ชอบถ่ายรูปเป็นอย่างมาก

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 09.00 – 18.00 น.


7. Transit Number 8

Credit: https://www.facebook.com/transitnumber8/

นับว่าเป็นคาเฟ่ที่เพิ่งเปิดใหม่ แต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับ “Transit Number 8” ที่อยู่ใกล้ๆ กับย่านนิมานเหมินห์ และไม่ไกลสนามบินมากนัก โดยคาเฟ่แห่งนี้ก็สวยงาม และน่าถ่ายรูปไปซะทุกมุม สำหรับมุมเด็ด น่าจะเป็นมุมหน้าร้านที่มองเห็นตัวคาเฟ่ที่ออกแบบใหม่ ซะจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ด้านในจะมีทั้งหมดสองชั้นด้วยกัน สำหรับชั้นสองก็จะมีหลังคาที่ถูกออกแบบใหม่ ให้สามารถมองขึ้นไปเห็นเฆมสีฟ้าสดใสด้วย ใครที่ชอบกินกาแฟ พร้อมกับถ่ายรูปสวยๆ อย่าลืมปักหมุดด่วน

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 08.00 – 18.00 น.


8. Yellow Crafts Cafe

Credit: https://www.facebook.com/YellowCraftsHomeBrewing/

ขอเอาใจคนที่ชอบนั่งคาเฟ่ แต่แพ้นมวัวกันบ้าง สำหรับใครที่ไม่สามารถดื่มนมวัวได้ เราขอเสนอคาเฟ่สุดชิคที่มาในธีมสีเหลือง ที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับถั่วเหลืองเป็นหลัก ถึงแม้จะฟังดูแปลก แต่คาเฟ่แห่งนี้ก็ได้รับความนิยมไม่ใช่น้อย เพราะมีคนจำนวนหนึ่งที่ชอบนมถั่วเหลือง มากกว่านม หรือกาแฟทั่วไป หลักๆ แล้วจะมีขายทั้งนมถั่วเหลือง แบบร้อน แบบเย็น และแบบใส่ขวดกลับบ้าน นอกจากนั้นยังมีคุ้กกี้โฮมเมดรสชาติดี เอาไว้ให้สั่งกินแกล้มกับนมถั่วเหลืองรสชาติแสนละมุน

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 07.00 – 19.00 น.


9. The Baristro x Ping River

มาเชียงใหม่ทั้งที ถ้าหากอยากมีรูปชิคๆ ไปอวดเพื่อนในไอจี ก็ต้องมาที่นี่เลย แนะนำเป็นอย่างมากสำหรับใครชอบถ่ายรูปเป็นพิเศษ หรือมองหาโลเคชั่นสวยๆ ที่ทั้งมีมุมสวยๆ และมีของกินอร่อยๆ กับ “The Baristro x Ping River” คาเฟ่สุดชิคที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ด้วยวิวอันแสนงดงามที่สามารถมองเห็นแม่น้ำปิงเป็นฉากหลัง และจุดถ่ายรูปที่มีให้ถ่ายแทบจะทุกมุมของร้าน เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากจะแนะนำสำหรับใครไปเที่ยวเชียงใหม่ บอกเลยว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 08.00 – 19.00 น.


10. Omnia Cafe & Roastery

Credit: https://www.facebook.com/OmniaCafeChiangmai/

ใครๆ บอกว่ามาเชียงใหม่ทั้งที ถ้าเป็นคนที่ชอบกินกาแฟ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาชิมกาแฟที่ร้านนี้ “Omnia Cafe & Roastery” เพราะร้านนี้เลื่องลือเรื่องรสชาติกาแฟ และคุณภาพของเมล็ดพันธุ์กาแฟเป็นอย่างยิ่ง ความพิเศษคือร้านกาแฟแห่งนี้จะเป็นทั้งโรงคั่วกาแฟ และขายกาแฟไปพร้อมๆ กัน มีเมล็ดกาแฟจากไทย และจากเมืองนอกมาให้คุณได้เลือกสรรกันตลอด ที่สำคัญคือจะมีการชงกาแฟหลายๆ แบบ ทั้งแบบ pour over หรือแบบดริป ที่คุณสามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง เป็นอีกหนึ่งร้านที่คอกาแฟต้องชอบอย่างแน่นอน

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 08.00 – 16.00 น.


11. Looper Co.

Credit: https://www.facebook.com/looperandcompany/

อยากถ่ายรูปสวยๆ มีรูปชิคๆ ไปอวดเพื่อนบนไอจี ด้วยคาเฟ่ที่มีมู้ดแอนด์โทนดี๊ดี ทางเราขอให้คุณปักหมุดไว้ที่ “Looper Co.” ก่อนได้เลย เพราะร้านนี้คุมโทนได้สวยมาก ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ เฟอร์นิเจอร์ การจัดร้าน หรือว่าแม้แต่องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญก็คือไม่ได้มีแค่เมนูกาแฟ และเครื่องดื่มให้เลือกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และค็อกเทลเมนูต่างๆ ด้วย เพราะว่าตอนกลางคืนสถานที่แห่งนี้จะแปลงร่างจากร้านกาแฟ กลายเป็นบาร์ชิคๆ ขนาดย่อม

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 10.00 – 23.50 น.


12. No.39 Cafe, Chiang Mai

Credit: https://www.facebook.com/no39chiangmai/

เป็นคาเฟ่ที่มีทั้งชิคด้วย แล้วก็ชิลล์ด้วย เพราะว่าคาเฟ่ “No.39 Cafe” เต็มไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ในย่านวัดอุโมงค์ หากใครที่ชอบคาเฟ่ที่มีความสงบ แต่ก็ยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะคาเฟ่แห่งนี้โดดเด่นด้วยสระน้ำขนาดย่อม ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้มากมาย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในคาเฟ่ตามชนบท แต่แท้จริงแล้วเดินทางมาง่ายมาก เนื่องจากโลเคชั่นตั้งอยู่ในซอยหลังวัดอุโมงค์ เลยจากวัดอุโมงค์เข้ามาประมาณ 300 เมตรเท่านั้น

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน 09.30 – 19.00 น.


13. A Day In Chiang Mai Coffee Brew

Credit: https://www.facebook.com/adayinchiangmaicoffee/

ใครเป็นสายชิค ต้องห้ามพลาดที่จะมาเยือนร้านนี้เลย เพราะถึงแม้ร้านคาเฟ่ “A Day In Chiang Mai Coffee Brew” เป็นร้านกาแฟที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่การตกแต่งร้าน และมุมถ่ายรูปสวยๆ บอกเลยว่ากินขาด มีมุมเก๋ๆ ให้คุณได้นั่งถ่ายรูป อย่างเช่นมุมข้างหน้าต่างบานใหญ่ หรือจะยืนถ่ายรูปนอกร้าน ให้เห็นตัวร้านก็เก๋อย่าบอกใคร สำหรับเมนูกาแฟ หากใครเป็นคอกาแฟแนะนำให้ลองกินกาแฟดู เพราะทางร้านใช้วัตถุดิบชั้นดี หรือถ้าใครไม่ดื่มคาเฟอีนก็มีเมนูอื่นๆ ให้เลือก รวมไปถึงเมนูเบเกอรี่ด้วยเช่นกัน

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: 10.00 – 17.00 น.


14. Rustic & Blue

Credit: https://www.facebook.com/rusticandbluechiangmai/

หากจะบอกว่า “Rustic & Blue” เป็นหนึ่งคาเฟ่ที่ควรไปเยือน ก็คงไม่ถูกนัก เพราะว่าอันที่จริงแล้วรัสติก แอนด์บลู ก็มีขายทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม โดดเด่นด้วยบรรยากาศสุดชิค ที่น่าถ่ายรูปไปซะทุกมุม ตกแต่งร้านด้วยความเป็นลอฟท์เบาๆ ไฮไลท์ของร้านนี้ นอกเหนือจากบรรยากาศที่ดีมากๆ ควรค่าแก่การมาเยือนแล้วนั้น ยังมีเมนูอาหารต่างๆ ที่เน้นการใช้วัถุดิบจากธรรมชาติ เน้นความเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ใครเป็นสายเฮลท์ตี้ด้วยแล้วนั้น ต้องมาโดนแล้วแหละ

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: 08.30 – 21.30 น.


15. 8 Days a week

Credit: https://www.facebook.com/8daysaweek.cafe/

คาเฟ่น้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดไม่นานมานี้ “8 Days a week” เป็นคาเฟ่สุดชิคที่ตั้งอยู่ในซอยนิมมานเหมินห์ซอย 2 เป็นคาเฟ่ที่มีพื้นที่กว้างขวาง เพราะว่าลักษณะของคาเฟ่คือเป็นบ้านทั้งหลัง สำหรับการตกแต่งของคาเฟ่จะออกโทนสีซอฟท์ๆ มีความฮิปสเตอร์ สามารถถ่ายรูปได้ทุกมุม เป็นคาเฟ่ที่มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย สำหรับใครที่อยากลองชิมเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน แนะนำให้สั่ง “8 Days a week” เมนูกาแฟที่มีชื่อเดียวกับร้านเลย

Google Maps

วัน และเวลาเปิดปิด: 08.00 – 20.00 น.


รู้อย่างนี้แล้ว สุดสัปดาห์นี้ก็อย่ารอช้า ไปจองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่กับ Traveloka กันดีกว่า แล้วคุณจะรู้ว่าคาเฟ่ที่เชียงใหม่นั้นชิคขนาดไหน แถมยังมีให้เลือกมากมายเต็มไปหมด ถ้าหากอยากมีรูปสวยๆ อวดเพื่อนบนไอจี แนะนำให้ลองแวะไปเที่ยว คาเฟ่เชียงใหม่ ที่สามารถไปเที่ยวได้ในทุกฤดู โดยเลือกจากลิสต์ที่เรามีกันได้เลย

ติดตามอ่าน Cafe Hopping อื่นๆ ต่อได้ทาง >> http://247journey.in.th/ หรือ Follow Facebook Page : 247Journey

Read More

แบกกระเป๋าให้หนักทำไม? มารู้จักกับ AIRPORTELs บริการฝากกระเป๋า & ขนส่งสัมภาระถึงที่

Airportels

แบกกระเป๋าให้หนักทำไม? มารู้จักกับ AIRPORTELs บริการฝากกระเป๋า & ขนส่งสัมภาระถึงที่

จากทริปเที่ยวเชียงใหม่รอบที่ผ่านมา ได้ใช้บริการ AIRPORTELs ให้มารับกระเป๋าเดินทาง ไปส่งโรงแรมที่เชียงใหม่ให้หน่อย และก็ชอบใจกับบริการเจ๋งๆแบบนี้มากเลยฮะ คือมันตอบโจทย์ชีวิตคนทำงาน และ ชอบเที่ยวอย่างเรามากกกก ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับใครๆที่กำลังมองหาความสะดวกสบายแบบนี้เหมือนกัน 🙂

อ่านรีวิว ทริปเชียงใหม่ คลิกที่ภาพได้เลย!
ใช้บริการ AIRPORTELs ส่งกระเป๋าจากบ้าน(BKK) > โรงแรมพาสเทล(CNX)
ส่งก่อน 12.00 ถึงภายใน 21.00 ภายในวันเดียวกันเลยฮะ (Sameday)

ก่อนอื่นจะพาไปรู้จักกับ AIRPORTELs กันก่อนนะฮะ! บริการนี้เหมาะมาก สำหรับคนที่ชอบเที่ยว เดินทาง แต่ก็มีสัมภาระเยอะ เป็นภาระในการเดินทาง 55555

AIRPORTELs ก็เลยมีเป็นบริการรับฝากกระเป๋า รวมไปถึงขนส่งสัมภาระไปยังจุดหมายปลายทางน่ะฮะ ปลอดภัย ไว้ใจได้ ในราคาที่คุ้มค่า สามารถไปเที่ยวตัวปลิวแบบสบายใจได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องกระเป๋า เพราะเดี๋ยวทางนี้เค้าดูแลให้!

โดยจุดให้บริการ อัพเดท ณ ปัจจุบัน (4/07/2019) มีทั้งหมด 9 โลเคชั่นนะฮะ
ส่วนใหญ่ก็จะเน้นเป็นใจกลางโซนท่องเที่ยว ซึ่งก็จะมีทั้งสาขาที่เปิด 24 ชม. และบางสาขาก็จะไม่ได้เปิดตลอดนะ ยังไงก่อนจอง แนะนำเช็คข้อมูล จุดให้บริการ & เวลาทำการได้ที่ >> คลิกที่นี่ได้เลย

  • สนามบินสุวรรณภูมิ
  • สนามบินดอนเมือง
  • MBK Center
  • Terminal 21 Asok
  • CentralWorld
  • Central Floresta Phuket
  • Terminal 21 Pattaya
  • Central Patong Phuket
  • สนามบินภูเก็ต

บริการหลักๆของ AIRPORTELs จะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบนะฮะ

1) บริการขนส่งกระเป๋า / สัมภาระ (Luggage Delivery)
2) บริการรับฝากสัมภาระ (Luggage Storage)

บริการ ขนส่งกระเป๋า /สัมภาระ (Luggage Delivery)

สำหรับบริการนี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 300 บาทฮะ ขอแบ่งเป็นหมวดย่อยลงมาอีกนิดคือ

  • ส่งภายในจังหวัดเดียวกัน – สามารถเลือกจุด Drop ตามสาขาได้เลยฮะ หรือถ้าไม่สะดวกไปตามสาขา ก็จ่ายเพิ่มมาอีกหน่อย ให้ทางนี้เค้าไปรับถึงที่ แต่ได้ความสะดวกสบายเพิ่มมาเพียบบ!
  • ส่งข้ามจังหวัด – สามารถเลือกจุด Drop ได้เช่นเดียวกันฮะ ตามสาขาที่สะดวกกันเลย หรือถ้าไม่สะดวกก็สามารถนัดมารับได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างในส่วนของ เชียงใหม่ ที่เราไปนั้น ยังไม่ได้มีสาขาที่นั่น เลยให้ไปส่งถึงโรงแรมเลยฮะ

สำหรับจุดเด่นของบริการขนส่งกระเป๋า /สัมภาระ (Luggage Delivery) คือไม่จำกัดไซส์ ไม่จำกัดน้ำหนัก นับแค่จำนวนสัมภาระ(ใบ) ซึ่งถ้าหากเทียบกับค่าโหลดกระเป๋าของสายการบิน หรือแบบเวลาลงเครื่องแล้วก็ต้องหาพาหนะที่สามารถขนสัมภาระไปด้วยกันอีก ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ ยกตัวอย่างมาเที่ยวเชียงใหม่งี๊นะฮะ บางคนก็อยากเช่ามอไซค์ หรือ โบกรถแดงไรงี๊ แต่พอมองกระเป๋าตัวเองก็ยอมแพ้ 555555 ก็ต้องไปจ่ายค่าเดินทางที่รองรับสัมภาระได้เพิ่มอีก มันน่าจะดีอยู่นะ ถ้าแบบกระเป๋าวาร์ปมาที่พักได้เลย ฮ่าๆ

และไม่ใช่แค่กระเป๋าเดินทางอย่างเดียว อย่างสัมภาระอื่นๆ ก็ยังสามารถส่งอีกด้วยนะฮะ หรือจะเป็นพวกของฝากก็ได้นะ อย่างเราไปเชียงใหม่ ก็จะต้องแบกน้ำพริกหนุ่ม แคปหมู และของฝากอื่นๆ กลับมาเพียบ ฉะนั้นทางเลือกนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากกกก 5555 ไม่ต้องมาแบกกล่องพัสดุที่ใส่แต่ของกินมา ฮ่าๆ ขนมาโหลดขึ้นเครื่องเองงี๊ แบกกลับบ้านอีก ก็ต้องเรียก Grab กลับอีกเนอะ แต่ถ้าใช้บริการขนส่งกระเป๋าก็คือเดินตัวปลิวกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องรอรับกระเป๋าด้วย นั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านสบายๆ

Tips : สำหรับการใช้บริการขนส่งกระเปา สัมภาระ เราขอแนะนำว่าให้คำนวณวันและเวลาให้ดีนะฮะ ลองเช็คกับทาง Aitportels ดูก่อนได้ ว่าถ้าอยากให้สัมภาระถึงวัน/เวลานี้ ควรจะส่งวันไหนและก่อนเวลาไหน ซึ่งถ้าส่งถึงไวเกินไป มันจะมีค่าบริการฝากสัมภาระเพิ่มขึ้นมา จากตอนแรกมีเป้าหมายจะช่วยเซฟงบ อาจเป็นเพิ่มค่าใช้จ่ายไปอีก ฮ่าๆ หรือถ้าส่งถึงช้าเกินไป อย่างบางทีมีของจำเป็นในกระเป๋าต้องใช้งี๊ กลายเป็นเพิ่มความยากในการดำเนินชีวิตไปกว่าเดิมอีกเนี่ยย แฮ่ๆ


บริการ รับฝากกระเป๋า /สัมภาระ (Luggage Storage)

สำหรับบริการนี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 69 บาทฮะ

  • มีให้เลือกทั้งแบบระยะยาวเลยนะฮะ ตามความต้องการของลูกค้า ทั้งฝากแบบ 1 วัน / 5-7 วัน / 26-30 วัน ซึ่งราคาไม่แพงเลยแหละ
  • มั่นใจได้ว่าปลอดภัย และไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว เพราะเค้ามีพื้นที่สำหรับจัดเก็บกระเป๋าของทุกคนแน่นอน ที่สำคัญคือมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี พร้อมกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ที่สำคัญคือมีประกันของสูงสุดให้กับสัมภาระแต่ละชิ้นสูงสุดถึง 100,000 บาท จ้าาา

สำหรับจุดเด่นของบริการรับฝากกระเป๋า /สัมภาระ (Luggage Storage) คือไม่จำกัดไซส์ ไม่จำกัดน้ำหนักของสัมภาระฮะ คิดเป็นราคาเหมาเลยทุกใบ บางสาขามีบริการฝากฟรี (2-4 ชั่วโมง) ดีงามมากกกก และที่สำคัญคือยังรับฝากสัมภาระอื่นๆที่ไม่ใช่กระเป๋าเดินทางอีกด้วย ทั้งอุปกรณ์กีฬาต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Notebook / Laptop ก็สามารถฝากได้


สำหรับวิธีการใช้งาน & ชำระเงิน (ง่ายนิดเดียว)

  • จองผ่านออนไลน์
  • Walk-in ตามสาขา

สำหรับการชำระเงิน มีให้เลือกตามความสะดวกของลูกค้าเลยฮะ สามารถชำระเงินได้ทั้งช่องทางออนไลน์ โดยตัดผ่านบัตรเครดิต / บัตรเดบิต / Alipay หรือหากสะดวกไปที่เคาน์เตอร์สาขาของทาง Aiportels ก็สามารถไปจ่ายที่นั่นก็ได้นะฮะ เรียกได้ว่าตอบโจทย์ลูกค้าทุกแบบเลยจริงๆ

และสำหรับวันนี้เราจะมาแชร์วิธีการใช้งานกันแบบสั้นๆง่ายๆ 4 ขั้นตอนเท่านั้นนน!! ทุกคนก็จะได้ปลดล็อคสัมภาระ และไปเที่ยวกันแบบสบายชิลล์ๆ สบายตัวได้แล้วววว >3

1.เริ่มแรกก็เลือกบริการกันก่อนเลย จะฝากกระเป๋า หรือ จะขนส่งกระเป๋า

2.เลือกสถานที่จุดรับ-ส่ง สัมภาระ (พร้อมระบุวันที่และเวลา)

3.ตรวจเช็คข้อมูลการจองให้ถูกต้อง! (อย่าใส่ผิด เดี๋ยวลำบาก)

4.ชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที!

เป็นไงกันบ้างฮะ ตัวช่วยการท่องเที่ยวของเราครั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าข้อดี คือ สะดวกสบายมากขึ้น ถ้าเทียบราคาถือว่าคุ้มค่าเลย ไม่แพงอย่างที่คิดฮะ และที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดไซส์ / น้ำหนักกระเป๋า มีรับประกันของหาย + ระบบติดตาม Tracking สัมภาระ รวมถึง การันตีว่าของจะถึงภายในไม่กี่ชั่วโมงด้วย!

เราหวังว่า Content นี้จะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะฮะ 🙂 ส่วนใครที่อยากลองใช้บริการ AIRPORTELs เห็นว่าช่วงนี้มี Code ส่วนลดกันอยู่ด้วย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ ได้เลยฮะ

Website : https://th.airportels.asia/

Facebook : https://www.facebook.com/airportels/

Tel : 063-216-6699


24 Hours a day, 7 Days a week for Journey!

Facebook : 247Journey

Twitter : 247Journey

Instagram : 247Journeyy

Read More

15 สิ่งของน่าซื้อ ในช่วง ฮ่องกง ลดทั้งเกาะ (Hongkong Summer Sale)

Hongkong Summer Sale ลดทั้งเกาะฮ่องกง

15 สิ่งของน่าซื้อ ในช่วง ฮ่องกง ลดทั้งเกาะ (Hongkong Summer Sale)

เมื่อพูดถึงเกาะ ฮ่องกง ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม คงลืมกันไม่ได้เลยกับเทศกาลฮ่องกงลดทั้งเกาะ! เพราะที่นี่จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและเหล่าบรรดานักช้อปจำนวนมากมายมหาศาลเรียงรายกันอยู่ทั่วทั้งเกาะในทุกซอกทุกมุมตามศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้ง เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางมาช้อปกันอย่างสนุกสนานแบบจัดหนักจัดเต็มแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาที่ถูกมากกันอีกด้วย และเพื่อให้ทุกคนสามารถช้อปกันได้อย่างจุใจแบบสุดคุ้ม วันนี้เราเลยขออาสามาแนะนำ 15 สิ่งของน่าซื้อกันที่เกาะฮ่องกง ที่จะทำให้คุณไม่พลาดกับของที่ควรซื้อในราคาประหยัดกันได้เลยที่นี่! หากคุณเป็นหนึ่งในเหล่านักช้อปก็รีบจองตั๋วมากันได้เลยที่ Traveloka ที่จะทำให้การจองตั๋วของคุณง่ายกว่าที่คิด

จองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง ราคาโปรโมชั่น คลิกที่นี่ >> https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Hong-Kong.HKG/1

หรือใครอยากสะดวกมากกว่านั้น พอบินไปถึงฮ่องกงปุ๊ป ให้จองรถรับสนามบินฮ่องกงกันได้เลย เพราะเดี๋ยวนี้ Traveloka มีบริการแล้ว แค่กดจองเท่านั้น! ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวาย รอรถรับส่งสนามบินไปส่งที่โรงแรม หรือจะเรียกรถจากโรงแรมมาส่งที่สนามบินก็ได้ แต่แนะนำให้จองก่อนล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ทางไปจอง >> https://www.traveloka.com/th-th/airport-transfer

พอได้ตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงราคาประหยัดแล้ว ก็ไปช้อปปิ้งให้ทั่วเกาะฮ่องกงกันไปเลย!

1.เสื้อผ้าแฟชั่น

สิ่งแรกที่ไม่ควรพลาดช้อปในช่วงฮ่องกงลดทั้งเกาะเลยนั่นก็คือ เสื้อผ้าแฟชั่นของเหล่าดีไซน์เนอร์ชาวฮ่องกง และเสื้อผ้าตามร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Calvin Klein, Timberland, Guess หรือ Bossini ที่เรียกได้ว่าสวยงามเป็นอย่างมาก แถมราคาก็ยังถูกสุดๆ สายแฟชั่นทั้งหลายไม่ควรพลาดเลยกับการมาเดินช้อปปิ้งเสื้อผ้ากันอย่างสนุกสนาน หากใครที่จะเดินทางก็เตรียมกระเป๋ามาไว้ใส่เสื้อผ้าให้ดีๆ เพราะเสื้อผ้าที่นี่ทั้งถูก สวยและคุ้มค่าที่สุดเลย

2.สกินแคร์

มาถึงอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องซื้อเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ สกินแคร์ ที่เรียกได้ว่าถูกมากๆ เพราะที่นี่จะมีการจัดโปรโมชั่นแบบยกเซ็ตที่เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าหากใครเป็นสาวกสกินแคร์แล้วละก็ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีแบรนด์สกินแคร์ดังๆมากมาย อาทิเช่น  SKII, Estae Lauder, Lancome ให้นักท่องเที่ยวและสายช้อปทั้งหลายได้มาช้อปกันแบบสุดคุ้ม จัดหนักกันไปเลยทีเดียว ที่นี่ไม่ควรพลาด ใครอยากมาช้อปแบบฟินๆเต็มอิ่มแบบจุใจเตรียมกระเป๋าตังมาให้พร้อมที่งานนี้เลย

3.เครื่องสำอาง

เตรียมฟินกันแบบกระหนำจุใจกันได้เลยกันการช้อปปิ้งเครื่องสำอางที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาช้อปที่ฮ่องกง เพราะนอกจากจะราคาถูกแล้วยังมีเครื่องสำอางใหม่ๆมากมาย ที่นักท่องเที่ยวและเหล่าบรรดาสายช้อปเครื่องสำอางต้องตื่นตาตื่นใจ กันอย่างแน่นอน หากใครที่จะเดินทางมาช้อปปิ้งเครื่องสำอางเหล่านี้ก็ต้องลิสรายการมาให้ดี เพราะสินค้าที่นี่เค้าเยอะมากๆ แถมเรื่องราคาไม่ต้องพูดถึงยิ่งช่วงเกาะฮ่องกงลดทั้งเกาะขนาดนี้ ราคาดีมากเลยทีเดียว

4.น้ำหอม

มาต่อกันที่น้ำหอม ที่ต้องบอกเลยว่าที่ฮ่องกงแห่งนี้มีน้ำหอมราคาดีมากๆ แถมยังมีน้ำหอมแบรนด์ดังมากมายให้นักท่องเที่ยวได้มาเลือกช้อปกันแบบที่รับรองได้เลยว่าถูกใจนักท่องเที่ยวและเหล่าบรรดานักช้อปทั้งหลายแน่นอน หากใครที่ชื่นชอบน้ำหอมก็สามารถเลือกซื้อกันได้ที่นี่เลย โดยเฉพาะในช่วงลดทั้งเกาะของที่นี่มีโปรเด็ดๆมากมาย ที่ไม่ควรพลาดสุดๆ แนะนำเลยว่าใครมาควรซื้อน้ำหอมกลับไปฝาก เพื่อน ครอบครัว หรือคนรักได้เลย เพราะคุ้มมากๆเลย

5.สินค้าแบรนด์เนม

เรียกได้ว่าพลาดไม่ได้เลยกับสินค้าแบรนด์เนมต่างๆในช่วง ฮ่องกง ลดทั้งเกาะแบบนี้ เพราะที่นี่มีถนนมากมายที่เต็มไปด้วยแบรนด์เนมชั้นนำต่างๆมากมาย ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอน ที่ขนขบวนมาลดราคากันแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ แบบที่บอกเลยว่าใครที่มาซื้อรับรองว่าคุ้มสุดคุ้มแน่นอน เพราะที่นี่ลดทุกอย่างเลยจริงๆมีตั้งแต่ 30% ไปจนถึง 70%กันเลยทีเดียว สาวกแบรนด์เนมทั้งหลายไม่ควรพลาด เตรียมเงินในกระเป๋ามาช้อปกันให้จุใจไปเลยทีเดียว

6.กระเป๋า

อีกหนึ่งสิ่งของที่ไม่ควรพลาด นั่นก็คือ กระเป๋า ที่ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีกลับไปมากๆ เพราะนอกจากจะราคาดีแล้วนั้น กระเป๋าของที่นี่ยังมีคุณภาพดีสุดๆ แถมดีไซน์ของกระเป๋าแต่ละใบก็ยังออกแบบมาอย่างดี ไม่ว่าจะกระเป๋าจากดีไซน์เนอร์ท้องถิ่นชาวฮ่องกง หรือ กระเป๋าแฟชั่น รวมไปถึงกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย ก็เรียกได้ว่าไม่ควรพลาดที่จะมาซื้อสุดๆ เพราะราคาดีขนาดนี้แล้ว แถมคุณภาพและความสวยงามยังมาเต็มที่แบบที่เรียกว่าใครพลาดก็แย่แล้ว

7.นาฬิกา

มาต่อกันที่ นาฬิกา แบรนด์ดังๆมากมายบอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดที่สุดๆ เพราะหากใครที่เดินทางมาที่เกาะฮ่องกงแล้วยังนึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดีนั้น เราก็ขอแนะนำเลยว่า ควรซื้อนาฬิกาแบรนด์ดีๆไว้สักเรือน เพราะที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านนาฬิกาแบรนด์ดังๆมากมายและราคาที่นี่ในช่วงลดแบบนี้ก็ถือว่าดีสุดๆ แถมยังได้นาฬิกาสวยๆและยังเป็นแบรนด์ชั้นนำ แบบที่ไม่ควรพลาดเลยเชียว ว่าแล้วใครที่มาช่วงนี้ก็ลิสยี่ห้อนาฬิกามาไว้ได้เลย จะได้ไม่พลาดของดี ในราคาถูกแสนถูกได้เลยที่นี่

8.รองเท้าแฟชั่น

อีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ รองเท้าแฟชั่น ที่ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลลดทั้งเกาะะหรือไม่ก็ตามนักท่องเที่ยวและเหล่านักช้อปมากมายก็ต่างให้ความสนใจกับการเลือกสรรรองเท้าแฟชั่นที่สวยงามและทันสมัย ได้ที่ฮ่องกงแห่งนี้ ซึ่งจะเต็มไปด้วยรองเท้ามากมายจากบรรดาเหล่าดีไซน์เนอร์ทั้งชาวฮ่องกงและชาวต่างชาติ รวมไปถึงร้านค้าชั้นนำ ไปจนถึงแบรนด์ไฮเอนที่มีให้เลือกซื้อหากันตามความต้องการ ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาช้อปกันแบบสนุกสนามเลยทีเดียว

9.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บนเกาะฮ่องกงแห่งนี้จะเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัยมากมายไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ กล้อง มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมที่มีให้เลือกสรรหลากหลายรูปแบบ โดยจะมีร้าน Fortress และร้าน Broadway ที่มีหลายสาขาด้วยกันในฮ่องกง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อได้อย่างสนุกสุดฟิน กับการช้อปปิ้งอย่างสนุกสนานแถมยังเลือกซื้อได้ง่ายดาย หากใครที่อยากได้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ และอุปกรณ์เสริมต่างๆก็สามารถมาเลือกซื้อได้เลยที่นี่

10.รองเท้าอุปกรณ์กีฬา

รองเท้าอุปกรณ์กีฬา ที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่านักช้อปเลยก็ว่าได้ เพราะที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้ จะมีรองเท้ากีฬาและอุปกรณ์การกีฬาใหม่ๆมากมาย ที่ยังไม่มีขายในบ้านเรามาวางขายกันอย่างละลานตา แถมยิ่งในช่วงลดทั้งเกาะแบบนี้ พลาดไม่ได้เลยกับการช้อปปิ้งรองเท้าและอุปกรณ์การกีฬาต่างๆ ที่มาในราคาคุ้มสุดคุ้ม แบบที่เรียกว่าไม่เสียดายเลยที่บินมาไกลถึงนี้ หากใครที่อยากได้คู่ไหนแล้วละก็ สามารถเตรียมตังในกระเป๋าแล้วมาจับจองกันได้เลยที่นี่

11.เครื่องประดับ

มาต่อกันที่สิ่งของน่าช้อปอย่างต่อมานั้นก็คือ เครื่องประดับที่ต้องบอกเลยว่าควรค่าแก่การมาซื้อในช่วงลดกระหน่ำทั้งเกาะแบบสุดๆ เนื่องจากเครื่องประดับที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้มีดีไซน์สวยงามที่มาจากการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชาวฮ่องกง รวมไปถึงเครื่องประดับแบรนด์ชั้นนำมากมายที่รับรองได้เลยว่าถูกใจสาวๆอย่างแน่นอน และยิ่งในช่วงลดแบบนี้ บอกเลยว่าราคาดีมากๆ เพราะลดถึง 70% หากใครที่ชื่นชอบเครื่องประดับ ก็สามารถมาเลือกช้อปกันได้เลย

12.ของในดิสนีย์

มาถึงฮ่องกงกันแล้วก็พลาดไม่ได้เลยที่จะเดินทางมาที่ดิสนีย์แลนด์ ที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับคุณหนูๆเลยก็ว่าได้ และหากใครที่ชื่นชอบดิสนีย์และเป็นสาวกตัวยงของดิสนียแลนด์นี้แล้วละก็ เตรียมตัวมาช้อปกันได้เลยในช่วงลดทั้งเกาะแบบนี้ เพราะคุณจะได้สิ่งของจากดิสนีย์แลนด์มากมาย ในแบบคุ้มสุดๆ เพราะที่ดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ก็ลดกันแบบกะหนำซัมเมอร์เซลส์แบบที่ว่าฟินสุดๆไปเลย ใครที่เป็นสาวกดิสนีย์ฟังขนาดนี้แล้วก็ไม่ควรพลาดเลยที่จะมาช้อปในช่วงนี้

13.โมเดล ของเล่น

สำหรับใครที่ชื่นชอบสะสมเหล่าโมเดล และของเล่นต่างๆมากมาย ที่ต้องบอกเลยว่าที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งที่รองลงมาจากญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยโมเดลและของเล่นต่างๆมากมาย ที่นักท่องเที่ยว และเหล่านักช้อปโมเดลต่างให้ความสนใจเดินทางมาเพื่อเลือกซื้อกันอย่างล้นหลาม โดยที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้จะมีตึก Golden Computer ที่เต็มไปด้วย โมเดล และของเล่นต่างๆมากมาย ที่รับรองว่าใครที่ชื่นชอบสะสมของพวกนี้แล้วละก็มาที่นี่เเล้วเป็นต้องถอนตัวไม่ขึ้นเลยเชียว

14.เครื่องราง

พูดถึงการเดินทางมาที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้ บอกได้เลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด กับการมาซื้อเครื่องรางกังหันลม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะฮ่องกง แถมยังเป็นเครื่องรางที่ช่วยปกปักษ์รักษาคุ้มครอง เพื่อความปลอดภัย และเสริมความเป็นสิริมงคล ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ลดราคาแต่ หากใครเดินทางมาเที่ยวที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้แล้วนั้น ก็ไม่ควรพลาดเลยที่จะซื้อเครื่องรางนี้ เพราะถ้าคุณพลาดแสดงว่าคุณยังมาไม่ถึงฮ่องกงเลยก็ว่าได้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุ่นใจอย่าลืมมาซื้อพกติดตัวกันไว้นะทุกคน

15.ขนม

ขอขอบคุณรูปจาก pbs.twimg.com

มาถึงสิ่งของสุดท้ายที่หากใครเดินทางมาฮ่องกงก็ไม่พลาดที่จะซื้อไปฝาก เพื่อน และครอบครัว นั้นก็คือ ขนม ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมทาร์ตไข่ที่ไม่ว่าใครต่อใครที่เดินทางมาต่างก็ต้องซื้อกับไปเป็นของฝาก นอกจากนี้ยังมีขนมอีกมากมายที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อได้อย่างเต็มที่ ยิ่งในช่วงลดทั้งเกาะแบบนี้ได้ขนมกับไปฝากแบบไม่อั้นแน่นอน ใครอยากเอาขนมใหม่ๆไปฝากเพื่อน ก็สามารถมาเลือกได้เลยที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้

หมดไปแล้วกับ 15 สิ่งของน่าซื้อ บนเกาะฮ่องกง ในช่วงลดทั้งเกาะ ที่คุณไม่ควรพลาด และหากคุณเป็นนักช้อปตัวยง หรือมือใหม่หัดช้อปก็ตามกันมาได้เลย เพราะรับรองได้เลยว่า การเดินทางมาที่เกาะฮ่องกงในช่วงลดทั้งเกาะแบบนี้จะทำให้คุณสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับสินค้ามากมายในราคาสุดคุ้ม แบบที่คุณจะต้องไม่เชื่อเลยทีเดียว ว่าแล้วรีบจองตั๋วกันมาได้เลยที่เว็บไซต์ Traveloka เว็บที่จะทำให้คุณจองตั๋วเครื่องบินได้ในราคาสุดคุ้ม แถมยังจองง่ายสะดวกกว่าที่เห็น!


ติดตามอ่าน Travel Guide ต่างประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ :

จีน >> http://247journey.in.th/travel-beijing-china/

ญี่ปุ่น >> http://247journey.in.th/japan-cherry-blossom-sakura/

มาเก๊า >> http://247journey.in.th/travel-macau/

ไต้หวัน >> http://247journey.in.th/taiwanexplorer/

:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

Read More

Springfield@Sea ที่พักชะอำ-หัวหิน ติดทะเล สระว่ายน้ำใหญ่สะใจ เอาใจคนชอบโดดน้ำ

junE-2019

Springfield@Sea ที่พักชะอำ-หัวหิน ติดทะเล สระว่ายน้ำใหญ่สะใจ เอาใจคนชอบโดดน้ำ

ถ้าถามหา ที่พักชะอำ-หัวหิน ติดทะเล มีสระว่ายน้ำใหญ่ให้เล่นแบบสะใจ! อยากจะขอแนะนำที่นี่เลยฮะ SpringField @ Sea Resort & Spa เป็นที่พักติดทะเลราคาไม่แพง แต่ครบครันไปด้วยความคุณภาพ การันตีมาด้วยการเปิดให้บริการมารวมๆ 10 ปีได้แล้วฮะ!

ใครเล่าจะไปรู้ว่า Springfield เค้ามีโรงแรมในเครือทั้งหมด 2 ที่นะฮะ

ตั้งอยู่ที่ชะอำทั้ง 2 ที่เลยย ทีเด็ดคือสระว่ายน้ำใหญ่สะใจเว่อร์! ใครไปก็อย่าสับสนน้าาา

  • Springfield@Sea Resort & Spa- สายชิลล์ริมหาด ติดทะเล จัดที่นี่เลยจ้าา ห่างไม่กี่ก้าวเท่านั้น
  • Springfield Village Golf & Spa – เน้นกิจกรรม มีทั้งกอล์ฟและกิจกรรม Adventure และมี Jacuzzi ทุกห้องพัก

สำหรับรอบนี้เราเลือกพักที่ Springfield@Sea กัน เหมาะเลยถ้าใครอยากได้ฟิลแบบเดินเล่นริมทะเล พริ้วๆ สวยๆ

บอกเลยว่าด้านหน้าโรงแรมมีชายหาดค่อนข้างเป็นส่วนตัว ช่วงที่ไปเหมือนมีทะเลแหวกเล็กๆให้แชะภาพกันด้วยยย ฟิลดีมากกกกฮะ

จริงๆเราได้ยินชื่อของ สปริงฟิลด์ มานานแล้วนะฮะ แต่ไม่มีโอกาสได้พักซักที รอบนี้เห็นว่าทางรีสอร์ทเพิ่งมีการรีโนเวทใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีเลยนะ สำหรับสไตล์ของ Springfield @ Sea โฉมใหม่เนี่ยยย เน้นเป็นแบบ Tropical Modern Style ดูสบายๆ ผ่อนคลายเหมาะกับวันหยุด

บวกกับบรรยากาศกว้างๆ โล่งโปร่ง และมีพื้นที่ให้เราซอกแซกเพียบบ

จริงๆต้องขอชมตรงที่การรีโนเวทครั้งนี้ มันไม่ได้โมเดิร์นจ๋าแบบเข้าไม่ถึง แต่มันเป็นการปรับรูปแบบให้ดูสมัยใหม่มากขึ้น และใช้สีสันเพิ่มความสดใส ทั้งนี้ก็ยังดูหรูหราใน น่าประทับใจตามแบบฉบับของ สปริงฟิลด์ ไว้ด้วยนะฮะ >3

ซึ่งต้องบอกว่าเป็นอีกรีสอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่นะ เหมือนถูกวาง Position ให้เป็นรีสอร์ตแบบหรูหราท่ามกลางธรรมชาติน่ะ

ในส่วนของห้องพัก ที่นี่มีห้องพักรองรับเยอะเลยฮะ ประมาณ 105 ห้อง ตัวอาคารวางตัวแนวยาวเลย ฉะนั้นก็จะได้ดื่มด่ำกับวิวทะเลและสระว่ายน้ำด้วยนะ

สำหรับห้องพักที่เราเลือกเป็น GRAND DELUXE ROOM (44 sq.M.) คือไซส์ห้องที่นี่เริ่มต้นที่ 44 Sq.M.จ้าา มีความร้ายกาจมากก 555555 ใหญ่เว่อร์ๆ มีรีสอร์ตไหนใช้ห้อง Deluxe เป็นห้องเริ่มต้นบ้าง ถามจริงงง!?

ไฮไลท์ของห้องนี้คือจะมีอ่างอาบน้ำและสามารถมองทะลุไปด้านนอกได้เลยฮะ

นอกจากนอนแช่อ่างฟินๆในห้องแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับสปริงฟิลด์ที่ไม่อยากให้พลาด นั่นก็คือ สระว่ายน้ำ ต้องยกให้เค้าเลยจริงๆฮะ เรื่องนี้ ! สระว่ายน้ำ ของ สปริงฟิลด์แอทซี กว้างมากกก กว้างเว่อร์ เลิฟมากก คือแบบจะแหวกว่ายท่าไหน ไร้กังวล ไม่ต้องกลัวชนคนจ้าา ใหญ่มากจริงๆ และยังมีโซนเด็ก เอาใจน้องๆหนู มีสไลเดอร์ให้เล่นด้วยฮะ

และอย่างที่บอกก็ แอทซี นี่เนอะ จะพลาดทะเลไปได้ยังไง เดินไปไม่กี่ก้าวก็มีชายหาดบรรยากาศส่วนตัวอยู่ด้านหน้าที่พักเลย

และด้วยบรรยากาศดีๆติดหาด ทางรีสอร์ทก็เลยทำเป็นโซนนั่งชิลล์ให้กับลูกค้าด้วย


เรียกได้ว่ามีให้เลือกทั้งร้านอาหารและคาเฟ่เลยนะ บ่ายแก่ๆเราเลยออกมาหาขนมกินที่คาเฟ่ของรีสอร์ทฮะ ซึ่งบอกเลยว่าอร่อยเกินความคาดหวังไปเยอะมากกกก ทีเด็ดคือ ช็อคโกแลตลาวา ยอมสยบให้เลยจริงๆ!

และช่วงเย็นถ้าใครไม่อยากออกไปไหน ก็มีโซนร้านอาหารให้นั่งกันยาวๆเลยนะ สำหรับสายเครื่องดื่ม ก็จะมีบาร์ อยากได้เครื่องดื่มแบบไหน มีให้เลือกเพียบ เราจัดค็อกเทลมาแบบสวยๆ หันฝั่งนึงเป็นทะเล ฝั่งนึงเป็นวิวสระว่ายน้ำ ดีเว่อร์!

และถ้าใครสายผ่อนคลาย ก็ยังมีโซนสปาให้บริการด้วยฮะ ขับรถมาเมื่อยๆเหนื่อยๆนี่เหมาะเลย

และนอกจากบรรยากาศชวนให้ผ่อนคลายแบบโตๆกันไปแล้ว ถ้าใครมาเที่ยวกันแนวครอบครัว มีเด็กๆมาด้วย ที่นี่เค้าจัดเต็มสำหรับ Kids Zone จริงๆฮะ นอกจากจะมี Playground สนามทราย มีสไลเดอร์ ให้เล่นปีนป่าย ยังมีส่วน Indoor เป็น Kid Room ห้องกระจกอยู่ติดกัน เปิดแอร์เย็นๆ ด้านในมีของเล่นอีกเพียบ อยากรู้ว่าเยอะขนาดไหน ต้องพาน้องๆหนูๆมาลองกันเองนะฮะ 😛 รับรองว่า ติดหนึบ อยู่ยาวทั้งวัน 55555555

ปิดท้ายกันด้วยความคุ้มค่า ก่อนเช็คเอ้าท์ออกจากห้องพักฮะ อาหารเช้าของที่นี่จัดเต็ม ฟูลออฟชั่นมากกกก สเตชั่นนี่เพียบแบบสะใจ สุกี้ แพนเค้ก ขนมครก ไล่เรียงไปจนถึงชา-กาแฟ โบราณ ชงกันสดใหม่เลยจ่ะ ที่สำคัญทั้งหมดนี้ เป็นแบบบุฟเฟ่ต์เติมพลังกันได้ไม่อั้นฮะ สุดยอดดด >3

สรุปแล้วส่วนตัวเราว่า Springfield @ Sea เป็นรีสอร์ทน่าพักอีกแห่งโซนชะอำ-หัวหินฮะ ถ้าใครกำลังมองหาที่พักดีๆติดทะเล ราคาคุ้มค่า เราว่าที่นี่ตอบโจทย์เลยนะ นอกจากจะได้บรรยากาศริมทะเลแบบส่วนตัว ยังเหมาะกับคนที่ไม่อยากออกไปเที่ยวไหน เพราะมีทั้งกิจกรรม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ร้านอาหาร คาเฟ่ รสชาติดีไม่ต้องเสี่ยงดวง ถือว่าเป็นอีกทริปชะอำ-หัวหิน ที่น่าประทับใจเลยฮะ 🙂

FB : https://www.facebook.com/springfieldgroupresort/

Website : http://www.springfieldresort.com/atsea/

Tel : 032 709 300


และหากใครกำลังหาแพลนเที่ยวอยู่ ยังไม่รู้จะไปไหน สามารถติดตามทริปท่องเที่ยวอื่นๆของเราได้ทาง >> https://247journey.in.th เลยฮะ

Read More