close
Cover Sohuahin

มาเที่ยวหัวหินทั้งที ต้องมีรูปปัง!

วันนี้จะมาเผยมุมถ่ายรูปสวยๆที่หัวหินฮะ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาล

ยืนยันว่ามาที่นี่ยังไง ก็ได้รูปปังๆกลับไปแน่นอนฮะ เหมาะกับสายแชะ-แชร์-ชิมมากๆเลย >3

Beach Society @ So Sofitel Huahin

ร้านอาหารสุดชิค ริมทะเล BeachFront ของแท้ ไม่หลอกลวง

เพราะอีกนิดจะลงไปกินในทะเลได้แว้วววว 5555

ที่นี่เป็นร้านอาหารของทางโรงแรม So Sofitel Huahin (โซ โซฟิเทล หัวหิน) ฮะ

บรรยากาศทะเลเนี่ยเป็นส่วนตัวเว่อร์!

แต่ไม่ต้องกังวลฮะ..แม้หากไม่ได้เข้าพักที่นี่ ก็สามารถเข้ามาทานอาหารได้นะ

ซึ่งตัวของร้านอาหารเนี่ยเค้าจะอยู่ด้านในสุด(ริมทะเล)เลย

ระหว่างทางที่เข้ามาก็มีรถกอล์ฟให้บริการ ไม่ต้องเดินเมื่อย

หรือสายชิลล์ชอบเดิน ก็มาแอบส่องบรรยากาศในโรงแรมได้ ว่ามันคูลขนาดไหน มุมถ่ายรูปเนี่ยเพียบบบบ!

กลับมาถึงเรื่องอาหารกันต่อฮะ สำหรับในส่วนของ Beach Society ให้บริการอะไรบ้าง?

หลักๆจะเป็นในส่วนของ Lunch (มื้อกลางวัน) และ Dinner(มื้อเย็น) ฮะ

ในส่วนของมื้อกลางวันจะต้องออกไปข้างนอกให้เหนื่อยทำไม ในเมื่อที่นี่เค้ามีทุกอย่างให้ครบ!

จะใช้ชีวิตให้ปังทั้งที ไลน์อาหารจะต้องแน่นนนน เมนูน่าอร่อยจะต้องมี

ขอแนะนำ The Sunday Brunch Club นี่เลยฮะ

มื้อสุดพิเศษทุกวันอาทิตย์ที่มีเมนูให้เลือกแบบจัดเต็ม!

..

ลองมาดูตัวอย่างอาหารกันดีกว่า

ทุกโต๊ะเค้าจะมี Welcome Platter มาเสิร์ฟให้รองท้องกันฮะ เป็นเนื้อและชีสต่างๆ

อาหารส่วนใหญ่จะเน้นไปทางซีฟู้ดฮะ

‘Hot Bucket’ หรือที่เราคุ้นหูกันว่ากุ้งถัง

ซอสเผ็ดร้อนนิดๆเข้ากับอาหารทะเลเป็นที่สุด

เมนูไข่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Fried egg, Poached egg หรือ Egg Benedict เค้าก็มีให้เลือกเยอะมาก

แต่ถ้าใครชอบทานเนื้อ ที่นี่เค้ามี ‘So Beach Burger’ เห็นจิ๋วๆแบบนี้อร่อยเอาเรื่องฮะ

เบอร์เกอร์เนื้อวัวหอมๆ ตรงเนื้อยังมีความ Juicy เล็กๆ ยิ่งได้ความนัวจากชีสด้วยแล้ว อร่อยเข้ากันไปอีก

สั่งเมนูทานเล่นอย่าง ‘Hua Hin Squid’ มาคู่กันอีก โอยยย ลงตัว!

สั่งผัก ‘Royal Project Salad’ ให้ไม่รู้สึกผิดกันบ้าง 555555

ส่วนเมนูฟิวชั่นที่อยากให้ลอง ‘Larb Talay Pizza’ ฮะ

พิซซ่าแป้งบางหน้าซีฟู้ดที่มีรสเปรี้ยวอมหวานของน้ำลาบ กับความหอมนัวจากชีส

จานนี้รสชาติกลางๆ ไม่เผ็ดฮะ คนไม่ทานเผ็ดก็ทานได้

อีกเมนูคือ ‘Spaghetti Al Vongole’

สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดพริกแห้ง ผัดกับหอยตลับและมะเขือเทศ รสชาติลงตัวดีฮะ

แต่ถ้าใครอยากทานอาหารแบบไทยๆหน่อย

เค้าก็มีเมนูข้าวต้มไก่ฉีกและก๋วยเตี๋ยวด้วยเหมือนกันฮะ

มื้อนี้จะยังไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีของหวานปิดท้าย

ทั้งผลไม้ แพนเค้ก และเบเกอรี่ต่างๆที่เรียกได้ว่าหยุดทานไม่ได้เลยจริงๆ

นี่เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งนะฮะ เยอะแบบลงรูปได้ทั้งเดือนละมั้ง ฮ่าๆๆ

เราสามารถสั่งทานได้ไม่อั้นในราคา 990 บาท

พร้อมเครื่องดื่ม (ไวน์/เบียร์/Soft drink) ได้อีกคนละแก้ว

ซึ่งเราว่ามันคุ้มมากกกก เพราะนอกจากจะได้ทานอาหารหลากหลาย

ยังได้เสพบรรยากาศสวยๆริมทะเลด้วยฮะ

แต่ถ้าใครสายดื่ม สามารถจ่ายเพิ่มอีก 700 นะฮะ คราวนี้อยากจะดื่มอะไร จำนวนเท่าไหร่ก็เต็มที่ไปเล้ยย

ปล. ถ้าใครอยากจะเข้ามานั่งชิลล์วันอื่น ก็สามารถเข้ามาได้นะฮะ

สามารถสั่งอาหาร เครื่องดื่มอื่นๆได้ตามปกติฮะ

แต่ถ้าสนใจนั่งชิลล์ทานแบบเพลินๆ สั่งไม่อั้น All you can eat

ก็แนะนำ Sunday Brunch ที่มีเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้นนะฮะ

เวลาให้บริการ 12.00 – 16.00 น.


สำหรับ Dinner ที่นี่ก็จะเป็นบีช บาร์ที่สมบูรณ์แบบอีกแห่งเลยล่ะฮะ

มีค็อกเทล และ เครื่องดื่มอื่นๆให้เลือกกันตามใจชอบเลยน่ะ

.

ทาง So Sofitel เค้าจะมีธีมงานดินเนอร์ 2 แบบฮะ

คือ Beach Party ซึ่งจะมีทุกวันเสาร์แรกของเดือนฮะ สไตล์ก็จะเป็น Party on the Beach เลยล่ะ

ส่วนอีกธีมจะเป็น Gin & Jazz เพลงเบาๆคลอๆ ทุกวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนฮะ

แน่นอนคนโรแมนติคแบบเราต้องเลือก Gin & Jazz สิเนอะ

(ความจริงคือแก่แล้วเต้นไม่ไหว ขอนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆรับลมทะเลพอ ฮ่าๆๆ)

ความเก๋ของคืนพิเศษแบบนี้คือ เราจะสามารถออกแบบเครื่องดื่มของเราเองฮะ

โดยที่มี Gin เป็นตัว base เราสามารถเลือกว่าจะผสมกับอะไร แล้วตกแต่งด้วยอะไร

ที่สำคัญคือเค้าจะให้เราตั้งชื่อเครื่องดื่มนั้นเองด้วย! ชอบไอเดียนี้มากเลยย งื้อออ

และชื่อเครื่องดื่มสุดพิเศษคืนนี้คือ 247Journey ฮิ้วววววว สดชื่นน

และแน่นอนถึงแม้ทุกคนจะไม่ได้มาตรงกับเสาร์ที่ 1 และ 3 ของเดือนก็ตามที

สามารถเข้ามาทานอาหารกันที่นี่ได้นะฮะ เพราะมีเมนูให้เลือกหลากหลาย

เหมือนมาดินเนอร์ที่หาดส่วนตัว การันตีอีกที ว่า วิวดีเว่อร์!!

..

มาดูอาหารบ้างดีกว่า ประเดิมจานแรกด้วยความสดชื่นของ ‘Royal Project Seafood + Mango’

ผักสลัดสดกรอบ กับความหวานฉ่ำของมะม่วงสุกและอาหารทะเล เป็นจานเรียกน้ำย่อยได้ดีจริงๆ

จานต่อไปกับเมนูแซลม่อนฮะ ส่วนใหญ่เราจะเจอแต่แซลม่อนรมควัน

แต่ที่นี่เป็น ‘Beetroot Gravlax Salmon’ มันคือแซลม่อนดอง นอกจากสีสวยแล้วยังอร่อยไปอีกแบบ

อีกเมนูที่ชอบ ‘New England Clam Chowder’

ซุปครีมหอยตลับ เนื้อข้นๆหอมๆ ทานกับขนมปังกรอบด้านบน โรยผงปาปริก้าเข้าไปอีกนิดคือดีงาม

อันนี้ ‘Larb Talay Pizza’ อีกแล้วฮะ ติดใจจนต้องซ้ำ

‘Ginger & Garlic Lemon Mussels’ จานนี้เอาใจคนชอบทานหอยฮะ

สำหรับสาวๆต้องเมนู ‘Grilled Sea Bass’

เนื้อปลาสดๆกับความกลมกล่อมของฟักทองบดด้านล่าง จานนี้อร่อยมากฮะ

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วย ‘Cro – Nuts’ เมนูของหวานที่ห้ามพลาด

ครัวซองค์โดนัทกรอบๆมีน้ำตาลมะพร้าวโรยด้านบน เสิร์ฟมาแบบอุ่นๆเลย

ด้านบนเป็นไอศครีมรสเบอร์รี่เปรี้ยวๆ ทานด้วยกันแล้วฟินมากฮะ

และถ้าใครอยากจะมีคืนพิเศษ จะมาจัดดินเนอร์แบบโรแมนติก

ทางที่พักเค้าก็มี Private Dinner ด้วยน้าาา

แค่เห็นบรรยากาศก็เขินแล้วแหละฮะ อิอิ


มาดับเบิ้ลความอยากมาหัวหินกันอีกซักหน่อย

จะพาเข้าไปสำรวจความน่ารัก(น่าพัก) ของโซ โซฟิเทล หัวหิน กันฮะ

รอบนี้มาทิ้งตัวอยู่ที่นี่ 3 วัน 2 คืนเลยแหละ และอยากจะสนับสนุนให้วันหยุดมีมากกว่าเสาร์-อาทิตย์

เพราะบอกเลยแค่ 2 วัน 1 คืนมันไม่พอ ถ้ามาเจอสถานที่แบบนี้ โอยยยยยย

ความอลังการตั้งแต่ทางเดินเข้า บันไดหินอ่อนอลังการงานสร้าง ทางเดินไปล็อบบี้ฮะ

ดูตื่นเต้นและชวนค้นหาเลยล่ะ ว่าข้างในที่พักจะเป็นยังไง?

ตอนเดินก็มีความเขินอยู่หน่อยๆ เพราะทุกคนเห็นเราหมดเลย

แต่คิดว่าเป็นข้อดีสำหรับพนักงานนะฮะ แบบมีลูกค้ามาแล้วงี๊ เตรียมตัวให้บริการ เริ่ม! 555555

ส่วนของงานดีไซน์บอกเลยว่าหายห่วง เพราะว่าจัดเต็มกับพลังดีไซน์แบบทุกอณู

เพราะว่าได้นักออกแบบชื่อดัง คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค มาออกแบบให้ฮะ

โดยคอนเซ็ปต์หลักของที่นี่คือ Imagnative Escape ให้พักผ่อนกันแบบ ท่องโลกแห่งจินตนาการ น่ะฮะ

ก็จะมีเรื่องราวตั้งแต่ก้าวเข้าที่พักมาเลยฮะ จะมีน้องกระต่ายสีขาวถือนาฬิกา เหมือนหยุดเวลาไว้

ณ จุดนี้คือเข้าสู่โลกจินตนาการอย่างสมบูรณ์แบบแล้วฮะ 😛

ความล้ำของดีไซน์ที่นี่ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งที่พัก ที่ถ่ายรูปเพลินมากกก

โดยเฉพาะกำแพงหินที่แบบเหมือนโดนมนต์สะกด เดินผ่านทุกครั้ง ก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปทุกครั้ง

มุมเดียวกันด้วย (เพื่อ?) งงตัวเองเหมือนกันฮะ 55555555

ในส่วนของ Type ห้องพัก ที่นี่มีให้เลือกหลายแบบฮะ มีทั้งพูลวิลล่า

หรือจะเป็นแนวครอบครัวก็มีห้อง Family น่ารักกุ๊กกิ๊ก สำหรับน้องๆด้วย

สำหรับรอบนี้เราพักห้องเบสิคสุคฮะ So Studio

..

เราเลือกดีไซน์ห้องพักในสไตล์ So Nature ซึ่งจะเน้นดีไซน์ให้สัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติมากที่สุด

อินทีเรียก็จะเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติงี๊ฮะ

(ส่วนดีไซน์อีกแบบจะเป็น So Arty เน้นผสมผสานศิลปะ จะดูซนๆกว่าน่ะฮะ)

ไฮไลท์ทีเด็ดคือ Rain Shower ที่ได้ไอเดียเหมือนอาบน้ำกลางสายฝน

ฝักบัวขนาดใหญ่และพื้นที่ห้องน้ำกว้างมากกเหลือพื้นที่ไว้ให้แดนซ์ในระหว่างอาบน้ำ 5555

เรียกได้ว่าชุ่มฉ่ำ สะใจเลยล่ะฮะ

สำหรับใครที่อยากหากิจกรรมอะไรทำ ก็มีทั้งสปา ฟิตเนส และสระว่ายน้ำครบครันฮะ

บางวันก็จะมี คลาสโยคะ ตอนเช้าให้เอ็นจอยกันด้วยนะ

และไฮไลท์สุดท้ายที่จะพาทุกคนไปพบกันนั่นคือ White Oven

ห้องอาหารหลักของที่นี่ฮะ ดีไซน์ได้เฉียบมาก สวย น่าถ่ายรูปทุกมุมฮะ

ทีเด็ดอาหารเช้าที่นี่ นอกจากจัดเต็มกันแบบ Full Option แล้ว

ยังมี Healthy Choice เหมาะสำหรับสายรักสุขภาพกันด้วยฮะ

อาหารกลางวันก็มีให้บริการนะฮะ เรียกได้ว่ามาพักที่นี่ ไม่ต้องกลัวหิว 55555

ส่วนด้านบนของ White Oven ทางที่พักก็เปิดเป็น Rooftop Bar

ชื่อว่า Hiso Bar ฮะ ซึ่งหน้าตาก็ดูไฮโซ สมชื่อจริงๆน่ะ 55555

เหมาะไว้มานั่งชิลล์ รับลมเย็นๆบนดาดฟ้า

แต่ว่าหลายๆคนมักจะชอบขึ้นมาถ่ายรูปตรงบันได้น่ะฮะ เรียกได้ว่าเป็น มุมมหาชนเลยล่ะ

นี่ก็มาถ่ายทุกวันเลย จนกว่าจะพอใจ 5555555

เนี่ยแหละฮะ หัวหินทริปนี้ จะไม่มีรูปสวยๆกลับไปได้ยังไง

เตรียมชุดและเมมโมรี่มาให้พอก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆ

และสำหรับใครที่สนใจเข้าไปทานอาหาร ถ่ายรูปเด็ดๆ หรืออยากจะพักที่นี่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : So Sofitel Huahin


24 Hours a day, 7 Days a week for Journey!

Facebook : 247Journey

Twitter : 247Journey

Instagram : 247Journeyy

Tags : Beach SocietySo SofitelSo Sofitel HuahinSo StudioWhite Ovenที่พักหัวหินมุมถ่ายรูปริมทะเลร้านอาหารสระว่ายน้ำหัวหินห้องอาหารอาหารเช้าเที่ยวหัวหินโซฟิเทลโซฟิเทล หัวหิน
247journey

The author 247journey