close

แพลนเที่ยว โตเกียว 3 วัน : Tokyo City Guide เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกด้วยตัวเอง

โอฮาโย โกไซมัส! วันนี้ขอทักทายกันแบบสไตล์ญี่ปุ่นหน่อยฮะ พอดีช่วงต้นเดือนธค. ที่ผ่านมา เป็นทริปญี่ปุ่นครั้งแรกด้วยตัวเองของเราฮะ ก็จะตื่นเต้นหน่อยๆ มีคนบิ๊วเยอะ ว่าญี่ปุ่นเนี่ยเป็นประเทศที่ใครไปแล้วก็อยากกลับไปอีก ไปแล้วต้องไปซ้ำแน่ๆ อ่ะก็ว่ากันไป ก็เลยอยากไปลองกับตัวเองดูหน่อย เลยคิดว่าเก็บโซน โตเกียว ก่อนเลย น่าจะง่ายสุด ล่ะพอกลับมาแล้ว เอ้ออออ ขอตั๋วเครื่องบินหน่อยได้ไหม อยากกลับไปเดี๋ยวนี้เลย 555555 เอาเป็นว่าเกริ่นมากันเยอะแล้ว ญี่ปุ่นครั้งแรกของเราเป็นยังไงไปชมพร้อมๆกันเลยฮะ

ทริปนี้บินกับการบินไทย สายการบินแห่งชาติ และเพื่อให้ทริปของเราสะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องไปนั่งหน้างอ รอนานที่สนามบิน นอกจากจะจองตั๋วไปญี่ปุ่นผ่าน Traveloka แล้ว รู้ยังว่าตอนนี้สามารถเช็คอินออนไลน์ผ่าน Traveloka ได้แล้วนะฮะ คือปกติจองตั๋วเครื่องบินผ่านแอพ แต่เวลาอยากจะเช็คอินออนไลน์ต้องไปนั่งเปิดเว็บสายการบิน ซับซ้อนไปอีกกก แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วจ่ะ! ดีมากก เลิฟมากก ที่เช็คอินออนไลน์ได้ง่ายๆแล้วเน้ออ ยิ่งถ้าทริปไหนไม่ต้องโหลดกระเป๋า โอยยย สะดวกสุด โดยสามารถเช็คอินออนไลน์กับ Traveloka ผ่านแอพลิเคชั่น หรือหน้าเว็บได้เลย เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ > https://www.traveloka.com/th-th/checkin 

สำหรับรีวิวนี้เราตัดตอนมาเฉพาะ โตเกียว (Tokyo) เท่านั้นนะฮะ ซึ่งก็แนะนำให้เที่ยวตามโซนตามภูมิภาคที่เค้าแบ่งกันไว้น่ะ มันประหยัดและก็ดีแบบที่ญี่ปุ่นเค้าแพลนไว้จริงๆ เราก็จะตะลอนในเมืองแค่ประมาณ 3 วัน สัมผัสความเป็นโตเกียว เต็มไปด้วยย่านชอปปิ้ง ของอร่อย กันให้แน่นๆไปเลย!

ส่วนเรื่องพาสการเดินทางใน โตเกียว ทริปนี้แนะนำเป็น 72 hour Tokyo metro pass ราคา 1,500 Yen/คน จะนั่งไปไหนมาไหนก็สะดวกสุดๆ (ส่วนใครชื่นชอบธรรมชาติ รอติดตามกันอีกนิด เดี๋ยวมีแพลนนอกเมืองมาให้ด้วยฮะ อิอิ)

Day 01

เริ่มต้นกันที่ Ueno ย่านขึ้นชื่อที่ใครๆก็ไปพัก เพราะว่าเป็นแหล่งใจกลางมีทั้งสถานี JR / Metro / Skyliner สามารถเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก และยังมีแหล่งชอปปิ้ง กิน เที่ยว เรียกได้ว่าครบในย่านเดียว

เป้าหมายแรกของเราวันนี้ก็คือ สวนอูเอโนะ (Ueno Park) สวนสาธารณะเก่าแก่ใจกลางเมืองฮะ การเดินทางก็ง่ายๆ ลง JR Ueno Station ได้เลย พอออกจากสถานีมา ฝั่งตรงข้ามจะเจอกับตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko shopping Street) ซึ่งเป็นถนนคนเดินสุดฮอต เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร บรรยากาศจะคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นๆจนไปถึงประมาณสามทุ่มฮะ แต่วันนี้เราออกกันแต่เช้า เลยเดินผ่านไปก่อน 555555

ซึ่งพอข้ามฝั่งมา สวนอุเอโนะ ก็จะอยู่ทางขวามือฮะ ก็เดินลัดเลาะเข้าไป ตอนแรกก็คิดว่าเป็นสวนเล็กๆธรรมดา แต่จริงๆที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องอุโมงค์ซากุระอยู่นะ หากใครมาช่วงเทศกาลซากุระ ต้องตระการตามากๆแน่ เพราะว่าเค้ามีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้นเลยนะฮะ

และนอกจากจะเป็นสวนสาธารณะขึ้นชื่อแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่บริเวณนี้ด้วยนะ ทั้งสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ให้เลือกเที่ยวชม และสำหรับใครที่ชอบจิบกาแฟชิวๆ ยังมี Starbucks ภายในสวนอุเอโนะด้วยนะ บรรยากาศและดีไซน์ดูเรียบง่ายสบายๆ มีความเป็นญี่ปุ่น (ก็อยู่ญี่ปุ่นมั้ยอ่า 5555) มีพื้นที่ทั้ง Indoor / Outdoor นั่งมองกลุ่มเด็กนักเรียนเดินผ่านไปมา ใครชอบบรรยากาศฟีลร่มรื่นๆ แนะนำเลย

Ueno Park (สวนอุเอโนะ)

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/vn4ha2ZPQrmhZd1C8
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Ueno
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Ginza Line หรือ Hibiya Line มาลงที่สถานี Ueno

หลังจากเดินเล่นถ่ายรูปกันไปเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไปของเราคือ ไปเดินเล่นชอปปิ้งที่ Shibuya แต่ระหว่างที่เดินลัดเลาะไปย่านชิคๆอย่าง Omotesando อยากแนะนำให้แวะร้านแซนวิสเล็กๆร้านนึงก่อนฮะ Sandwich & Coffee Ampere サンドイッチとコーヒー アンペア เราปักหมุดร้านนี้ไว้ และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยล่ะ

ร้านแซนวิชเล็กๆใต้หอพัก เมนูหลักของที่นี่เลยก็คือแซนวิชนี่แหละฮะ มีทั้งแบบอุ่นร้อนประมาณ 6-7 ไส้ให้เลือก กับแบบพร้อมทานที่วางเรียงไว้ให้เลือกในตู้กระจก ส่วนเมนูเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ก็มีแบบง่ายๆ ไม่กี่เมนูฮะ มีนมถั่วเหลืองเป็นออฟชั่นเสริมเผื่อใครไม่ทานหรือแพ้นมวัวด้วยนะ

โดยที่ร้านเค้าก็จะมีแพ็คคู่ของเค้าด้วยนะ ถ้าซื้อแซนวิสคู่กาแฟจะได้รับส่วนลดบลาๆ เราเลือกลองไส้แฮมชีสฮะ ขนมปังแผ่นไม่หนามาก ประกบแฮมกับชีสแล้วปิ้งมาแบบกรอบมากกกก ชีสยืดดดเยิ้ม กัดไปเค็มๆนัวๆ กระดกกาแฟตามไปด้วยฟินสุด! เป็นเมนูธรรมดาๆที่อร่อยแบบไม่ธรรมดาเลย

Sandwich & Coffee Ampere サンドイッチとコーヒー アンペア

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/1TR7PZfqDsoNWEFz9
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Shibuya
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Ginza Line หรือ Hanzomon Line หรือ Fukutoshin Line มาลงที่สถานี Shibuya

หลังจากเติมพลังกันแล้ว แพลนของเราวันนี้ ก็เดินลัดเลาะกันไปเรื่อยๆ Shibuya-Harajuku-Omotesando ซึ่งเรียกว่าเป็นย่านฮิตที่ใครไป โตเกียว ก็จะต้องแวะไปล่ะฮะ จริงๆแล้วทั้งสามย่านนี้ไม่ไกลกันมาก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมหรู ร้านแฟชั่นแบร์นญี่ปุ่นเก๋ๆ และคาเฟ่น่ารักๆอีกเพียบ พูดได้ว่าแค่เดินก็เพลินมาก จนลืมเรื่องระยะทางไปเลย 55555

มาแวะกันที่ร้าน Luke’s Lobster กันหน่อยฮะ ร้านซีฟู้ดชื่อดังจากฝั่งอเมริกา ถ้าจะเรียกว่าแซนวิสไส้ทะลักก็คงไม่ผิด อย่างที่รู้กันคือความพรีเมี่ยมของไส้ ล็อบสเตอร์เนื้อเด้ง คลุกเคล้ากับซอสมายองเนส แต่ที่เด็ดความอร่อยของชิ้นนี้ต้องยกให้ขนมปังฮะ เนื้อปังดีมาก เข้ากันแบบไม่มีเงื่อนไข ถ้าไม่นับเรื่องราคา 5555

นอกจากล็อบสเตอร์ที่เป็นตัวท็อปฮิตแล้ว ยังมีไส้ปูอลาสก้ากับกุ้งด้วยนะ ตอนนี้ในญี่ปุ่นเองก็มีหลายสาขา สาขาที่เราไปนี้อยู่ที่ย่าน Omotesando ฮับ ไม่ต้องต่อคิวนาน เดี๋ยวไปร้านอื่นไม่ทัน XD

สำหรับย่าน Omotesando เราขอแนะนำสถานที่ถ่ายรูปยอดฮิต 2 ที่ฮะ จะอยู่บริเวณ ห้างโตคิว พลาซ่า โอโมเตซันโดะ ฮาราจูกุ (Tokyu Plaza Omotesando Harajuku) ตรงแยกเลย มุมแรกจะเป็นบริเวณทางบันไดเลื่อนทางเข้าห้าง เหมือนถ้ำกระจก สะท้อนไปมาแบบมีมิติ ดูแปลกตาดีฮะ เป็นมุมถ่ายรูปที่ถ่ายออกมายังไงก็สวย ถ่ายย้อนแสงยังสวย!

ส่วนด้านบนดาดฟ้าของห้างโตคิว พลาซ่า มี Starbucks Coffee ที่เป็นอีกร้านสตาบัคที่มีทีเด็ดเป็นวิวมุมสูง น่าไปถ่ายรูปสุดๆ บรรยากาศด้านบน Rooftop เนรมิตเป็นสวนลอยฟ้า มีที่นั่งให้เลือกเยอะแยะมาก แล้วแต่มุมที่ชอบเลย ซึ่งมุมด้านบนเนี่ย มันสามารถมองเห็นสี่แยก Jingumae ใครที่ชอบถ่ายภาพแนว Street บอกเลยว่าถูกใจ จะได้เห็นความเป็นโตเกียว ผู้คนพลุกพล่าน ใครที่เดินชอปปิ้งมาเหนื่อยๆ แวะมาพักจิบกาแฟกันบนนี้ บอกเลยว่ามีแรงเดินลุยต่อแน่นอนฮะ

Tokyu Plaza Omotesando Harajuku

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/C6jkFGdz6yLGXe2s5
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Harajuku
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Chiyoda Line หรือ Fukutoshin Line มาลงที่สถานี Meiji-jingumae <Harajuku>

หลังจากถ่ายรูปกันพอประมาณ เราก็จะเดินไปเที่ยว อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของ โตเกียว ที่คนไปเช็คอินกันเยอะ ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) เป็นศาลเจ้าชื่อดังที่ไม่ควรพลาด ถ้ามาเที่ยวโตเกียวฮะ ลองไปขอพรกันได้ เห็นว่าดังเรื่องความรักด้วยแหละฮะ และนอกจากจะมีความโด่งดังเป็นศาลเจ้าที่ใครๆก็หลงรักแล้ว ต้องบอกว่าที่นี่มีทัศนียภาพ บรรยากาศที่ร่มรื่นมากกกกก ชอบมากกก ทางเดินเข้านี่คือไม่ต้องกลัวแดด บรรยากาศเป็นต้นไม้ใหญ่ยักษ์ ยิ่งตอนเดินออกเราทะลุมาอีกทาง คือป่ากลางโตเกียว ดีๆเองนี่แหละฮะ 55555

ปิดท้ายวันกันด้วยของอร่อยกันดีกว่าฮะ เรามูฟไปที่ย่าน Akihabara สายโอตะ สายเกมส์ สายของเล่น เป็นย่านที่หนุ่มๆค่อนข้างเลิฟกันมาก ความตลกของเราก็คือ จริงๆร้านอาหารที่เราจะไปกันนี้มีที่สาขา Harajuku ด้วยนะ แต่ก็กลัวคนเยอะ กับอีกอย่างคืออยากไปเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศย่านนี้ด้วย เลยลองมาที่นี่ดูดีกว่า

Roast Beef Ohno ข้าวหน้าเนื้อย่างชื่อดัง ราคาเป็นมิตร เมนูแนะนำ Black Wagyu Roasted Beef Rice เนื้อวากิว A4 สไลด์แผ่นใหญ่ๆ ย่างมานิดๆแบบไม่สุกมาก ทาด้วยซอสของทางร้าน ด้านบนมีไข่แดงตรงกลาง ทางร้านแนะนำให้ชิมเนื้อเปล่าๆก่อนคำแรกให้ได้รสเนื้อแบบเต็มที่ฮะ

หลังจากนั้นก็ทำการเจาะน้องไข่ ทานกับข้าวญี่ปุ่นละอ่ะหืมมมม ละมุนมาก มีผักกะหล่ำปลีหมักรสเปรี้ยวมาแก้เลี่ยน และมี mountain wasabi กับครีมชีสมาให้ด้วย ตบท้ายด้วยซุปหางวัวใสรสอูมามิ จบจานนี้ไขมันเราก็เพียงพอสำหรับต่อสู้กับความหนาวแล้ว ฟินนนพริ้มสุดๆสำหรับค่ำคืนนี้ไปเลย >3

Roast Beef Ōno Akihabara

  • Google Maps : https://g.page/roastbeefohno_akihabara?share
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Akihabara
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Hibiya Line มาลงที่สถานี Akihabara

DAY 02

Day 2 : ด้วยความที่หลงรักขนมปังมาก ร้านนี้เป็นอีกร้านที่เราปักหมุดไว้เช้านี้เลยล่ะฮะ Centre The Bakery มีเป็นโซน Restaurant ไว้สำหรับนั่งทานเมนูอื่นๆได้ด้วย ไฮไลท์คือมีให้ปิ้งขนมปังด้วยตัวเอง การตกแต่งร้านที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นยุโรปนิดๆ กับความน่ารักแบบมีกิมมิคที่ทางร้านจะให้คนที่ไปทานมีส่วนร่วมในความอร่อยไปด้วย และขนมปังเค้าเด็ดจริงๆเลยได้รับความนิยมมากๆเลยล่ะ

เมนูคลาสสิคของที่นี่คือขนมปังปิ้ง ใช่ฮะ อ่านไม่ผิด 555 ขนมปังปิ้งธรรมดาเนี่ยแหละ แต่ที่ร้านจะมีขนมปังพื้นฐานให้เลือก 3 แบบฮะ แบบแรกเป็นขนมปังสไตล์ญี่ปุ่น ทางร้านแนะนำให้กินแบบไม่ต้องปิ้ง กินแบบเปล่าๆเนี่ยแหละฮะ เพื่อให้ได้สัมผัส Texture และรสชาติของขนมปังมากสุด ส่วนตัวว่าเนื้อขนมปังนุ่มออกไปทางเหนียว เคี้ยวมันส์เลย หลังจากนั้นก็จัดแผ่นที่สองกันต่อ 55555 สำหรับแผ่นนี้จะเป็นขนมปังสไตล์อเมริกัน ปิ้งแล้วจะกรอบนอกนุ่มใน คือดี! ส่วนแบบสุดท้ายคือขนมปังสไตล์บริติชฮะ เอาใจคนที่ชอบขนมปังแบบกรอบๆ ซึ่งเราก็คือหนึ่งในนั้น โอยยยย ประทับใจ >3

ความครีเอทของคือทางร้าน จะให้เราไปหยิบเครื่องปิ้งขนมปังมาทำการปิ้งเอง มีความน่ารักอ่ะ เลือกเครื่องปิ้งขนมปังตามแบบที่ชอบ แต่ละเครื่องที่บอกเลยว่าสีสัน ดีไซน์น่ารักมากๆ อยากหิ้วกลับบ้าน ฮ่าๆ โดยระยะเวลาที่แนะนำคือ 2 นาทีฮะ อาจจะมากหรือน้อยกว่าก็ตามแต่เราชอบ จะมีให้เลือกด้วยว่าจะรับเป็นเซ็ตคู่เนยกับแยมด้วยมั๊ย และในเซ็ตจะมีนมหรือชาหอมๆไว้ให้ฟรีแก้วนึงด้วยฮะ

Centre The Bakery

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/vX827qLAb3i5ZXNd8
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Yurakucho
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Yurakucho Line มาลงที่สถานี Ginza-itchome

สำหรับแพลนวันนี้ตั้งใจไปเดินเล่นย่านฮิปๆ Naka-Meguro และ Daikanyama ซึ่งส่วนตัวค่อนข้างชอบฟีลสองย่านนี้มาก เป็นอารมณ์แบบฮิปๆสโลว์ไลฟ์ คนไม่พลุกพล่านวุ่นวาย สามารถเดินเล่นเพลินๆได้ตลอดวัน เรามาเริ่มกันที่ Naka-Meguro กันก่อนฮะ สำหรับย่านนี้ไฮไลท์คือจะเป็นทางเดินริมแม่น้ำ Meguro อยากให้ทุกคนสลัดภาพแม่น้ำลำคลองบ้านเราในหัวออกให้หมด เพราะญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่นจริงๆ!

สะอาดสะอ้านมากกกกเกินเบอร์ นี่คือถ้าต้องเดินไปทำงานทุกวัน ก็จะเดินอ่ะ ฮ่าๆ สำหรับย่านนี้แล้ว จริงๆนางเป็นย่านสุดฮอตช่วงเทศกาลซากุระนะ ลองจินตนาการจากใบสีเหลืองๆเป็นสีชมพูดิ งามขน๊าดแน่นอน! แต่ก็นั่นแหละด้วยทางเดินที่ค่อนข้างร่มรื่น วิวคลองสวยๆ แบรนด์สโตร์ ร้านมือสอง คาเฟ่ ร้านอาหารให้เลือกแวะ และที่สำคัญผู้คน ไม่ได้พลุกพล่านเหมือนย่านอื่น เราว่ามันเป็นเสน่ห์ของย่านนี้ ที่ไม่ว่าเทศกาลไหนก็สามารถมาเที่ยวเล่นได้ตลอดเลย

เดินเล่นกันไปเรื่อยๆ ก็เดินต่อกันไปถึงอีกย่านฮิปๆอีกที่นึงได้เลยฮะ นั่นคือย่าน Daikanyama นั่นเอง ซึ่งเป้าหมายของเราวันนี้คือ Daikanyama T-Site เค้าว่าเป็น Community ที่ค่อนข้างฮิตของวัยรุ่น มีร้านหนังสือ Tsutaya Books มีร้านเครื่องเขียน / Music Store / Gadget / ร้านอาหาร และก็เจอ Starbucks อีกแล้วจ้าาา ต้องบอกว่าสตาบัคในญี่ปุ่นแต่ละที่มีความ Unique มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมากในแต่ละสาขา สำหรับสาขานี้ด้านในก็จัดเป็นมุมโต๊ะหันหน้าออกทางกระจกเพื่อให้เห็นวิวสวนย่อมๆ ส่วนด้านนอกก็เป็นโต๊ะ นั่งอ่านหนังสือ ทำงานกันเพลินๆกลางบรรยากาศดีๆ

ด้วยดีไซน์ทันสมัยเป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้ เราว่ามันดูเป็นฟิลแบบเต็มไปด้วยความ Creative ดีแหละ เป็นอีกย่านในโตเกียวที่เราอยากให้ลองเดินเล่นกันนะฮะ

Daikanyama T-Site


หลังจากเดินเหนื่อยเตร็ดเตร่กันมาทั้งวัน มื้อบ่าย+เย็นของเราวันนี้ ขอรวบตึง จะไปหาซูชิอร่อยๆกินกันฮะ มาถึงญี่ปุ่นทั้งที ไม่กินซูชิได้ไงเล่าาา และจะพลาดร้านนี้ไปไม่ได้เลย Sushi No Midori ร้านซูชิคุณภาพดี ที่การันตีว่าราคาน่าคบหา ร้านนี้เป็นร้านขึ้นชื่ออยู่แล้วฮะ หลายๆคนอาจได้ยินกันมาบ้าง จริงๆแล้วร้านนี้มีหลายสาขาเลยนะ แต่สำหรับสาขาที่จะแนะนำคือ สาขา Akasaka Biz Tower นี้ฮะ คาดว่าน่าจะคนน้อยสุดแล้ว 55555

แต่ก่อนจะทำทุกอย่าง สิ่งแรกที่ต้องทำคือเข้าไปกดคิวที่ตู้หน้าร้านกันก่อนเลย จองคิวเสร็จจะไปเดินเล่น เข้าห้องน้ำรอก็ตามสบายเลย เพราะเห็นคนน้อยๆแบบนี้ เรารอไปประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงเลยจ่ะพี่จ๋า 55555 อีกเหตุผลที่ทำให้ร้านนี้ค่อนข้างดังในหมู่นักท่องเที่ยวก็คือเมนูเค้ามีภาษาอังกฤษและรูปให้ดูฮะ เค้าจะจัดเซ็ตซูชิต่างๆให้เราเลือกตามชอบเลย ส่วนเราเลือกเซ็ตรวม(เกือบใหญ่สุด)ไป มีทั้งหมด 10 คำ ฟังเหมือนน้อยแต่พอยกมาเสิร์ฟทำเอาตาโตเลยนะ โอ้วว!

ข้าวปั้นหน้าปลาดิบต่างๆ ปลาสดอร่อย ไม่คาว ข้าวเปรี้ยวนิดๆ มีวาซาบิใส่มาให้เบาๆ (ตอนเราสั่งออเดอร์ พนักงานจะถามว่าสามารถทานวาซาบิด้วยมั้ย ถ้าใครไม่ชอบหรือไม่ทานเผ็ดก็สามารถบอกได้ฮะ) ปลาไหลนุ่มมมหวานมาก ชิ้นใหญ่แทบคีบไม่ขึ้น ส่วนท่ากินไม่ต้องคิดถึง ต้องอ้าปากกว้างเบอร์ไหนถึงจะงับหมด XD อ้อ..เซ็ตนี้เค้าจะมีไข่ตุ๋นกับสลัดมันปูเสิร์ฟมาให้ด้วยนะฮะ ราคารวมอยู่ที่ 2,000 เยนเท่านั้นเองง่ะ ผู้หญิงตัวเล็กๆของเราอิ่มแบบตาจะปิด อิอิ

แต่ถ้าใครไม่อยากทานเป็นเซ็ต สามารถสั่งเป็นคำๆได้เหมือนกันฮะ ปลาชิ้นใหญ่เต็มคำเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือใหญ่เท่าไอโฟนเลย เย้! <3

Sushi No Midori

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/5X9NxbXGzPaH1Vjf7
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Chiyoda Line มาลงที่สถานี Akasaka

แพลนกลางคืนวันนี้ เราตั้งใจจะไปดูงานไฟกันซักหน่อยฮะ เลยตัดสินใจเลือกไปย่าน Roppongi เห็นว่ามีงานไฟจัดอยู่เกือบทุกปี โดยเป้าหมายคืนนี้จะอยู่ที่ Tokyo Midtown ฮะ ซึ่งก่อนที่จะไปดูไฟค่ำคืนนี้ เราขอไปแวะ National Art Center ของที่นี่กันซะหน่อย เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเลยฮะ และที่นี่จะเน้นเป็นนิทรรศการหมุนเวียน มีงานนิทรรศการน่าสนใจๆให้ชมกันอยู่เสมอ

ดีไซน์อาคารมีความสวยมาก ทำเป็นกระจกรอบตัวอาคาร ด้านในนอกจากจะเป็นสถานที่ใช้จัดแสดงงานศิลป์แล้ว ยังมีพื้นที่ร้านคาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ร้านดีไซน์เก๋ๆอีกด้วยฮะ แต่สิ่งที่เราชอบคือนอกจากโซนเหล่านี้แล้ว มันจะมีพื้นที่นั่งภายใน แค่มานั่งพักผ่อนหย่อนใจด้านในก็ชื่นใจแล้วอ่ะ

The National Art Center, Tokyo 国立新美術館

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/wiY24HvTY3GJnTMY6
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Chiyoda Line มาลงที่สถานี Nogizaka

ไปลุยต่อกับเทศกาลงานประดับไฟสวยๆส่งท้ายค่ำคืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับการมาเที่ยวฤดูหนาวของญี่ปุ่นฮะ ซึ่งงาน Winter Illuminations นี้จะจัดขึ้นหลายๆพื้นที่เลยนะ แต่ละพื้นที่จะมีธีมที่ต่างกันไป เราเลือกมาชมที่ Tokyo Midtown สถานี Roppongi มีจัดแสดงงาน MIDTOWN CHRISTMAS 2019 ซึ่งงานนี้จัดมาติดต่อกันถึง 13 ปีแล้วนะฮะ โซนการจัดแสดงเค้าอลังการสุดๆเลย ซึ่งก็จะอยู่โซนไม่ไกลกันมาก ไล่เข้ามาแบบเบาๆก่อน ในห้าง ตามถนน และมาถึงโซนนี้ที่จัดแสดงในธีม Space Phenomenon เจ๋งเว่อร์!

Tokyo Midtown 東京ミッドタウン

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/TzF1SF94YNvY5J8MA
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Oedo Line หรือ Hibiya Line มาลงที่สถานี Roppongi

DAY 03

วันสุดท้ายในโตเกียว มีแพลนไปตามกินร้านเด็ดติดดาว มิชลินสตาร์ สองร้านฮะ เลยแพลนเวลาค่อนข้างหลวมหน่อย เผื่อเวลาต่อคิว เริ่มต้นกันที่ Tsuta Japanese Soba Noodle ร้านราเมน ร้านแรกที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ (ปี2015) บางคนอาจเคยไปทานร้านนี้ตอนอยู่ที่ Sugamo แต่เราขอมาอัพเดตหน่อยนะฮะ ตอนนี้ร้าน Tsuta ย้ายมาอยู่ที่ย่าน Shibuya แล้วเน้ออ ซึ่งบังเอิญมากกก เรามีโอกาสไปทันวันเปิดร้าน Soft Opening วันแรกเลยล่ะฮะ อิอิ

ชาวบ้านที่อยู่ละแวกข้างๆก็คงจะตื่นเต้นกับแถวคิวที่ยาวเหมือนเรานี่ล่ะ ร้านนี้เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 น. ไม่ต้องไปรอจองรับ Ticket แล้วกลับไปกินตามเวลาแบบแต่ก่อนแล้ว แต่ใช้วิธีใครมาก่อนก็ต่อคิวก่อน แล้วเราก็ต่อแถวรอคิวกันไปประทานเกือบ 2 ชั่วโมงเช่นเดิม 55555

ร้านราเมนชั้นใต้ดินเล็กๆ มีโต๊ะและที่นั่งตรงเคาน์เตอร์รวมประมาน 20 ที่ กับเมนูราเมนที่มีน้ำซุปให้เลือก 3 แบบหลักๆ คือ Shoyu sauce (soy sauce), Shio (salt) และ Miso โดยเส้นที่นี่เค้าจะใช้เส้นโซบะล่ะฮะ ราคาเริ่มต้นชามละ 1,300 เยน แต่ถ้าใครอยากเพิ่มความหอมฟิน แนะนำให้ใส่ black truffle เพิ่มไปก็จะตกอยู่ที่ชามละ 2,900 เยนฮับ

ร้านนี้เค้าจะเน้นในเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ เส้นโซบะทำสดใหม่ texture จะไม่ได้นุ่มแต่ก็ไม่ได้แข็งจนเกินไป มันเป็นเนื้อสัมผัสที่ฟินมากเวลาที่คีบเส้นเข้าปากแล้วซูดดดด ความพีคที่มากกว่าคือน้ำซุปเค้าล่ะฮะ เราสั่งทั้ง Shoyu และ Shio ทั้งสองอย่างคือกลมกล่อมลงตัว เป็นน้ำซุปแบบใส ทำให้รู้สึกทานง่าย ซดหมดถ้วยก็ไม่เลี่ยน รสน้ำซุปไม่จัดแต่ให้สัมผัสที่ครบในเรื่องของความอร่อย

Tsuta Japanese Soba Noodles蔦

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/i2W5QfAkXPePJ8Wy5
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Chiyoda Line มาลงที่สถานี Yoyogi-Uehara

อย่างที่บอกจริงๆแล้วตอนแรกเข้าใจว่า Tsuta ร้านราเมนมิชลินตั้งอยู่ที่ Sugamo ก็เลยตั้งใจไปพักแถวนั้น (มีความตั้งใจกับการกินสุดๆ) และคิดว่าจะหาสถานที่เที่ยวที่ย่านนั้นไปบ้าง แต่พอไปถึงแล้วบังเอิญไปอีกว่าร้านย้ายไปแล้ว 5555 นั่นแหละเป็นความโชคดีที่ทำให้เราไปรู้จักกับ Sugamo Jizo-dori ถนนคนเดินอีกที่ที่น่าสนใจใน โตเกียว ตั้งอยู่ที่ย่านซูกาโม่ (Sugamo) ไม่ไกลจาก JR และ Tokyo Metro เลยฮะ

ความน่าสนใจคือที่นี่เป็นอีกย่านที่ค่อนข้างมีความน่ารัก หากใครอยากสัมผัสอีกบรรยากาศของ โตเกียว มีความ local ไม่วุ่นวายมากเกิน ที่นี่ได้รับฉายาว่า ฮารุจุกุคุณยาย เป็นเหมือนศูนย์รวมคนสูงวัย ซึ่งหากไปช่วงวันที่ 4/14/24 จะมีงานเทศกาลวัด Koganji ซึ่งอยู่ในถนนนี้แหละ จะมีร้านขายของเต็มสองข้างทางเลย ตอนแรกคิดว่าถนนคนเดินทั่วไป มีผู้สูงอายุมาบ้าง แต่พอไปจริงๆ สูงอายุแบบสูงงงงงงงจริ๊งงง ตื่นตาตื่นใจดีฮะ มีความน่ารักในแบบของคุณตาคุณยายอ่ะ

การันตีว่ามีความน่าเดินเลยแหละ แล้วก็มีของกินน่ากินตลอดทางเต็มไปหมด! เรียกได้ว่าชิมกันจนสนุก ร้านไหนคนต่อคิวเยอะ ไม่พลาดที่จะแวะเข้าไปลอง 5555

ส่วนนี่เป็น 4 อย่างที่เราขอ Recommend ถ้าใครมาแวะเที่ยวถนนคนเดินที่นี่ฮะ อันแรกเป็นลูกชิ้นทอดอะไรซักอย่างคนต่อคิวเยอะมากกกก ทอดมาร้อนๆอร่อยเว่อร์! ส่วนอันที่สองเป็นที่ฮอตฮิตของผู้สูงวัยเลย หน้าตาคล้าย ดังโงะ ต้มร้อนๆ กลิ่นเหมือนปลาหมึก Texture เหมือนบุก แต่อร่อยเฉยย 5555 และอันต่อมาเป็น ไอติมงาดำ ร้าน GOMA FUKUDO งาแน่นๆอร่อย

ส่วนไฮไลท์อย่างสุดท้าย เซมเบ้ ร้านนี้อยู่ต้นซอยเลยฮะ อร่อยไม่ไหวแล้ววว มีเซมเบ้หลายแบบให้เลือกซื้อฮะ แต่ถ้าอยากกินเดี๋ยวนั้นเลย แนะนำตู้นี้อยู่ด้านหน้า ชิมได้เลยฮะ ว่าชอบแบบไหน รสชาติโชยุเข้มข้นที่เคลือบเซมเบ้คือดีมากกกก ส่วนถ้าใครชอบกลิ่นไหม้ๆเข้มๆหน่อยให้ดูสีเลือกแบบเข้มๆไปเลย

Sugamo Jizodori Shopping Street

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/pSgKCbLUCXPZ9gA78
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Sugamo
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Toei Mita Line มาลงที่สถานี Sugamo

และอีกหนึ่งย่านที่พลาดไม่ได้ เมื่อไปเยือนโตเกียว นั่นก็คือ ย่าน Asakusa ฮะ เหมือนเป็นแลนด์มาร์คในการแวะไปเยือนไปแล้ว เพราะมีวัดชื่อดังอย่าง Sensoji Temple ที่มีซิกเนเจอร์เป็นโคมแดงอันใหญ่ๆ อยู่ด้านหน้าประตู และที่สำคัญด้านหน้าถนนมองเห็น Tokyo Skytree ซึ่งเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สวยงามอลังการมาก ขนาดแค่มองเห็นไกลๆนะฮะ

พอเดินเข้าประตูโคมแดงมา ก็จะเจอกับ Nakamise Shopping Street ถนนคนเดินสายสั้นๆแต่เต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คนเต็มพื้นที่เลยล่ะฮะ จังหวะที่เราไปคนค่อนข้างแน่นเลยล่ะ เราเลยมุ่งหน้าไปหาร้านไอศกรีมชาเขียว 7 ระดับที่ปักหมุดมาตั้งแต่เมืองไทยกันก่อนล่ะกัน ค่อยแวะกลับมาถ่ายรูปตอนมืดๆเลย ก็จะได้ฟิลแบบสองบรรยากาศฮะ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปขอพรน่ะฮะ ซึ่งถ้าใครจะไปเที่ยววัดในญี่ปุ่น เราแนะนำว่าลองหารีวิวอ่านก่อนไปแต่ละที่นะฮะ จะได้รู้ว่าจะต้องเตรียมตัว / มีขั้นตอนอะไรบ้าง 🙂

Sensoji Temple

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/vybLzK58BWcGizq8A
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Ginza Line มาลงที่สถานี Asakusa

มุ่งหน้ากันต่อไปที่ Suzukien Asakusa Honten สายชาเขียวต้องไม่พลาดร้านนี้ เพราะร้านนี้ได้ชื่อว่าเป็น ร้านไอศกรีมเจลาโตชาเขียวมัทฉะที่รสชาติเข้มข้นที่สุดในโลก ร้านเล็กๆริมถนนในย่านอาซากุสะ ที่มีทีเด็ดเรื่องความเข้มข้นของไอศกรีม ระดับชาเขียวให้เลือกตั้งแต่ระดับ 1-7 มีทั้งแบบใส่โคนและใส่ถ้วย เราลองระดับ 7 เลยฮะ รสชาติไม่ได้ขมอย่างที่คิด อร่อยทานเพลิน ความหอมให้เต็มสิบ จริงๆไม่ใช่แค่ไอศกรีมชาเขียวที่เข้มข้นนะฮะ ที่ร้านยังมีรสอื่นๆด้วยฮะ โฮจิฉะ หรือ เราลองงาดำไปด้วย คือหอมมากกกแต่แอบหวานไปนิด แต่รวมๆแล้วชอบมากฮับ

Suzukien Asakusa 壽々喜園

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/q8ES6R5myKCoQdpp8
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Ginza Line มาลงที่สถานี Asakusa

ปิดท้ายด้วย Onigiri Asakusa Yadoroku อีกหนึ่งร้านที่ได้รับรางวัลมิชลิน bib gourmand ร้านข้าวปั้นที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ร้านนี้แบ่งเวลาเปิดเป็น 2 ช่วงฮะ โดยจะเปิดช่วง 11.30-15.00 น. และช่วง 18.00-21.00 น. ซึ่งเราไปทานตอนช่วงเย็นตั้งแต่ร้านเปิดเลยฮะ ร้านเล็กๆที่ดูอบอุ่นตั้งแต่ก้าวเข้ามา เพราะนอกจากพื้นที่ในร้านจะไม่ได้กว้างมาก ที่นั่งต่างๆก็ค่อนข้างใกล้กัน รวมถึงเคาน์เตอร์บาร์บริเวณที่เชฟทำข้าวปั้น จะกั้นด้วยตู้กระจกใสที่ใส่ไส้ต่างๆแค่นั้นเอง

เราสั่งแบบเซ็ต 2 ชิ้น ความน่ารักคือเชฟที่ทำข้าวปั้นให้เราทานในวันนั้นเป็นคุณป้าผู้มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา คุณป้าทำข้าวปั้นเสิร์ฟมาให้เราทีละชิ้น ข้าวอุ่นๆที่เหมือนเพิ่งตักขึ้นมาจากหม้อ ห่อด้วยไส้ต่างๆที่มีทั้งรสคาวหวาน โดยที่นี่เค้าจะพับสาหร่ายแล้วเหลือปลายไว้ข้างนึง กัดไปคำแรกมันอร่อยมาก มันได้ฟีลเหมือนเรากลับบ้านแล้วคุณแม่ทำของอร่อยให้ทานแบบนั้นเลย พอเราทานชิ้นแรกหมด คุณป้าก็จะทำชิ้นที่สองมาให้ เราก็จะได้ทานแบบร้อนๆซึ่งมันโคตรฟิน

Onigiri Asakusa Yadoroku おにぎり 浅草 宿六

  • Google Maps : https://goo.gl/maps/TU6FMBe9wfbmbdRPA
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Ginza Line มาลงที่สถานี Asakusa

ก็เป็นอันจบทริปโตเกียว 3 วัน อัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ เน้นกินซะส่วนใหญ่ สัมผัสบรรยากาศในเมืองอย่างจุกๆ ถือว่าประทับใจมากเลยล่ะฮะ สำหรับทริปเที่ยวโตเกียวครั้งแรกด้วยตัวเอง และก็เข้าใจอย่างสุดซึ้งจริงๆที่ใครเค้าบอกว่า ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่อยากจะกลับไปหลายๆครั้ง ทั้งสถานที่ ผู้คน บรรยากาศมันเรียกร้องให้กลับไปจริงๆน่ะแหละ

สุดท้ายนี้ลาไปด้วยบรรยากาศในเมืองโตเกียว ที่ไม่ว่าจะหมุนกล้องไปทางไหน ภาพก็สวย ถนนทางยาวสุดสายตา บ้านเมืองสะอาด อากาศดี เดินเรื่อยได้ทั้งวัน มีทั้งความทันสมัย แต่บางมุมก็ยังมีความคลาสสิคดั้งเดิมแบบเป็นตัวของตัวเองอยู่ เอาเป็นว่าหลงรักที่นี่อย่างจริงจัง และหวังว่าจะได้ไปหาอีกนะ โตเกียว 🙂


และหากใครกำลังหาแพลนเที่ยวอยู่ ยังไม่รู้จะไปไหน สามารถติดตามทริปท่องเที่ยวอื่นๆของเราได้ทาง >> https://247journey.in.th เลยฮะ

Tags : Centre The BakeryDaikanyama T-SiteNational Art CenterOmotesandoRoast Beef Ōno AkihabaraSugamoSushi No MidoriTsutaUeno Parkข้าวหน้าเนื้อมิชลินสตาร์มิชลินไกด์ราเมนเที่ยวญี่ปุ่นเที่ยวโตเกียวแพลนโตเกียว 3 วันโตเกียว
to3ychonpi

The author to3ychonpi

Leave a Response

7 − one =

error: Content is protected !!