close

 

TAIWAN : พาแม่เที่ยวไต้หวัน 2018 ฉบับคุณแม่ปลื้ม!

ต้องบอกว่า EP.นี้เป็นฉบับพิเศษสุดๆไปอีกฮะ ก็เพราะว่าเป็นทริปที่ตอบสนอง คุณแม่ ไงล่ะฮะ 55555

ฉะนั้นจะทำอะไร จะวางแพลนไปที่ไหน ก็ต้องนึกถึงอายุอานามกันนิดนึง ฮ่าๆๆๆ

จะไปเที่ยวสายธรรมชาติ เดินขึ้นเขา เข้าป่า อย่างรีวิวก่อน (คลิกอ่าน)

มันก็ไม่ได้แล้วซินะ แฮ่ 😛

หากใครที่กำลังวางแพลน จะพาคุณพ่อคุณแม่เที่ยวต่างประเทศ

หรือคนที่กำลังเล็งๆว่าจะแพลนเองดี หรือ จะซื้อทัวร์ดี?

เราคิดว่าทริปนี้ ก็น่าจะพอเป็นไกด์ไลน์ได้นิดนึงล่ะฮะ (หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะ 5555)

และก็เนี่ยแหละฮะ เป็นจุดเริ่มต้นของทริปนี้

พาแม่เที่ยวไต้หวัน แต่ทริปนี้อาจจะฉีกออกไปนิด เพราะว่าไม่ใช่แพลนที่เราเลือกเอง

รอบนี้เราเลือกเที่ยวไต้หวันแบบไปกับทัวร์ฮะ เปิดประสบการณ์ไปอีก

เกิดมานี่ก็ครั้งแรกฮะเที่ยวกับทัวร์ ไปแต่ตัวของจริง!

ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปลุยไต้หวันกันเลย >3

..

 

DAY 1

จะเรียกว่าเป็น Day 1 ได้ไหมเนี่ยย..ตามโปรแกรมทัวร์คือเครื่องบินออกตอนตี 2 ของอีกวันฮะ

เริ่มทริปของวันแรกด้วยการอยู่ที่สนามบินตอน 4 ทุ่ม ซึ่งคิวเช็คอินยาวมากก ยาวจนน่ากลัว 55555

แต่ด้วยความที่มีผู้ช่วยที่ดีฮะ อิอิ ตามคำแนะนำของพี่ยุ่ง (ไกด์ประจำทริป)

แนะนำให้มาไวหน่อย มาต่อแรกๆ จะได้ไม่ต้องยืนรอนานฮะ

ซึ่งจุดนัดหมายก็จะบอกชัดเจนในโปรแกรมทัวร์ที่ได้รับทาง E-mail ล่ะฮะ

นั่นก็คืออาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ Gate 3 – 5

ซึ่งพี่ยุ่งก็จะโทรคอนเฟิร์มก่อนวันเดินทางด้วยนะ(กลัวเราลืมงี๊ 5555)

ซึ่งไม่ต้องกลัวหลงเลยฮะ เพราะบริเวณจุดนัดหมาย มีพี่เค้าถือป้ายรอต้อนรับอยู่  😛

 


 

DAY 2

เราเดินทางถึงสนามบินตอนประมาณ 7 โมงเช้าฮะ

แวะล้างหน้าแปรงฟันกันนิดหน่อย และก็มุ่งหน้าสู่ Sun Moon Lake เป้าหมายแรกของทริปวันนี้

รอบนี้เราใช้ Pocket Wifi นะฮะ คำนวณแล้วประหยัดกว่า

หากใครสนใจเช่า Pocket WiFi ใช้งานที่ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น (คลิกที่นี่)

เนื่องจากเป็นทริปที่มากับคุณแม่ ฉะนั้นต้องตัวติดกันไม่ห่างอยู่ล่ะ 55555

ข้อดีของการมาทัวร์คือค่อนข้างสะดวกสบายฮะ การเดินทางนี่คือมีรถบัสมาจอดรอรับ-ส่งตลอด

ที่สำคัญเดินไม่ไกลฮะ สามารถพาผู้สูงอายุที่บ้านมาเที่ยวกันได้น้าาาา

มื้อเช้ามีเสริ์ฟให้บนรถเลยฮะ ไกด์บอกว่าอันนี้เป็นมื้อเช้าแบบคนไต้หวันสไตล์เลย

เค้าจะชอบทานข้าวปั้นกับน้ำเต้าหู้กัน หน้าตาก็ประมาณนี้!

อย่าเรียกฉันว่าข้าวปั้นเลย เรียกเราว่าข้าวหลามดีกว่า 5555555

ข้าวเหนียวมาแบบอุ่นๆเลยฮะ และทีเด็ดอยู่ด้านใน ไส้ปาท่องโก๋ยักษ์ที่โคตรกรอบ

มีหมูหยองกับอะไรกรุบๆ เคี้ยวและมี Texture คาดว่าจะเป็นไชโป๊วล้อมรอบ

ไม่น่าเชื่อว่าอร่อยลงตัวมากกก อยากกินอีก  อ่อ..มีน้ำเต้าหู้แก้วโตอีกแก้ว อิ่มแล้วนอนได้ แฮ่ 😛

สำหรับการมาเที่ยวกับทัวร์ไต้หวันรอบนี้ คือแทบจะรวมอาหารทุกมื้ออยู่ล่ะฮะ

อย่างอาหารกลางวันเนี่ย ก็จะพาเลี้ยวเข้าภัตตาคารจีน กินหรู อยู่สบายกันทุกมื้อ

ก็จะเสิร์ฟแบบโต๊ะจีนน่ะแหละฮะ โต๊ะนึงนั่งประมาณ 9-10 คน

อาหารเสิร์ฟแบบจัดแน่นจริงๆ  นี่เอามาอวดแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นฮะ 555555

..

สำหรับเมนูเด็ดของที่นี่เลยคือเมนูปลา

ไกด์ท้องถิ่นได้เล่าเรื่องราวว่า มันคือปลาประธานาธิบดีที่จับมาจากทะเลสาปสุริยันจันทราเชียวนะ

แต่เราว่ามันก็คล้ายๆกับปลาดอลลี่นึ่งซีอิ๊วนั่นเอง 555555

ส่วนจานนี้เราว่ามันแปลกดีฮะ หน้าตาคล้ายๆผัดพริก ตอนแรกก็กลัวจะเผ็ด แต่ลองไม่เผ็ดเลย อร่อยด้วย

..

Sun Moon Lake (ทะเลสาบสุริยันจันทรา)

มาถึงจุดหมายแรกของเราคือที่นี่ฮะ ทะเลสาบสุริยันจันทรา

แลนด์มาร์คดังของไต้หวันที่ใครไม่ได้มาเยือน ถือว่ายังมาไม่ถึงไต้หวัน!

สำหรับไฮไลท์หลักๆเวลามาเที่ยวที่นี่คือการล่องเรือชมความงามของธรรมชาติฮะ

บริเวณ Sun Moon Lake เค้าจะมีท่าเรือทั้งหมด 3 ท่าเรือนะฮะ

สำหรับคนที่แพลนเที่ยวเองลองดูนะฮะ ว่าอยากไปเที่ยวไหน

วางแพลนลงรถ ขึ้นเรือกันให้ดีๆ แต่สำหรับคนที่มาทัวร์อย่างเรารอบนี้

บอกเลยว่า โนสน โนแคร์ แผนที่และสิ่งอื่นใด ไม่รู้แม้แต่ท่าเรือที่ลงชื่ออะไร 555555555

มิติใหม่ของการท่องเที่ยว พอจ่ายเงินแล้วจบ แบบนี้ก็สะดวกไปอีกแบบเนอะ ฮ่าๆ

และจุดหมายปลายทางของ Tourist Visitor ที่ทุกทัวร์ต้องมาแวะก็คือ

Xuanguang Temple (วัดพระถังซัมจั๋ง) 

จุดนี้ก็ต้องมีการเดินนิดหน่อยนะ ขึ้นบันไดไปบนเขาฮะ

เค้าจะพาเราเดินขึ้นไปนมัสการพระอัฐิของพระถังซัมจั๋งน่ะฮะ

ด้านบนจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเชิญพระไตรปิฎก

มีก้อนหินแกะสลักเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูปกัน

และยังมีวิวเจ๋งๆให้ได้ชมบรรยากาศของทะเลสาบกันอีกด้วยฮะ

ทีเด็ดของที่นี่นอกจากเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์แล้ว

ยังมี ‘ไข่ต้มใบชา’ แม้อาจจะเห็นว่ามีขายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อหรือสถานที่ท่องเที่ยวฮะ

แต่สิ่งที่ทำให้ร้านไข่ต้มใบชาที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นก็คือ..

เค้าจะใช้น้ำจากทะเลสาปสุริยันจันทรานี้มาต้มเลย เพราะน้ำที่นี่สะอาดและใสมากกกก

เอามาต้มกับซีอิ๊วและเห็ดหลินจือ รสชาติคล้ายไข่ต้มพะโล้บ้านเรา แต่จะมีกลิ่นหอมไม่เหมือนกัน

และที่สำคัญร้านนี้เป็นร้านเดียวที่ได้รับการอนุญาตจากท่านเจียงไคเชกให้ขายที่ทะเลสาปแห่งนี้้เลยล่ะฮะ!

..

Wenwu Temple (วัดเหวินหวู่ / วัดกวนอู)

หลังจากล่องเรือเสร็จก็จะเดินทางมาอีกสถานที่นึงฮะ ซึ่งอยู่บริเวณทะเลสาบเนี่ยแหละ ยังไม่ไปไหน

ส่วนตัวค่อนข้างอินกับที่นี่มากกว่าสถานที่ก่อนหน้าฮะ ที่บอกว่าค่อนข้างอิน เพราะว่าแว๊บแรกเห็น คือชอบเลยล่ะฮะ

สำหรับวัดเหวินหวู่ ไฮไลท์สำคัญคือการสักการะเทพเจ้ากวนอู และสิงโตหินอ่อนด้านหน้าวัด ที่มูลค่าตัวละ 1 ล้านเหรียนไต้หวัน!

ภาพจำนี่เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้า รวมถึงตัวสถาปัตยกรรมค่อนข้างใหญ่โต โอ่อ่า และสะดุดตามาก

นี่น่าจะเป็นวัดริมทะเลสาบที่บรรยากาศดีที่สุดเท่าที่เคยรู้จักมาฮะ

อยากถามที่นี่ว่ารับเด็กวัดตาดำๆสักคนมั๊ย 555555

เอ้อออ เป็นวัดที่สวยจริงๆล่ะฮะ ดูแกรนด์เว่อร์ และวิวแต่ละจุดประทับใจมากจริงๆ

สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดที่ทุกคนนิยมมาขอพรกันนั่นก็คือ รูปปั้นสิงโต ขอเรื่องเงินทอง ความสำเร็จ ต่างๆนานาฮะ

ไฮไลท์วัดนี้ยังไม่จบนะ MUST THING ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด

คือร้านขายถั่ว & มันหน้าวัด

ที่มาในรูปแบบของ Food Truck แฮ่ 😛

พบเจอด้วยความบังเอิญที่คุณลุงเรียกชิมฮะ 555555

ถั่วลิสงอันนี้คือเพลินมากกกกก จัดมา 3 ถุง ปกติที่ไทยเค้าจะเอามาต้มหรือนึ่งขาย

แต่ที่นี่เค้าเหมือนจะเอาไปคั่วมา มันจะแห้งๆแต่เคี้ยวเพลินมากกกกก

 

 

Noted : Sun Moon Lake 

  • ทะเลสาบมีไซส์ที่ใหญ่จริงๆ ใหญ่มากกก กว้างสุดลูกหูลูกตา
  • น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา น้ำมีสีฟ้า สีเขียว ใสจริงๆ
  • ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ รวมถึงมีกฏควบคุมเรือ อย่างเคร่งครัด
  • จากข้อที่ผ่านมาทำให้ทะเลสาบที่นี่ดูดี น้ำทะเลสีเขียวๆ ฟ้าๆ และใสเว่อร์ (ใสกว่าหน้าเราอีก 555555)
  • แต่ทั้งนี้ถ้าใครอยากไปว่ายน้ำที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา มันก็จะมีเฟสติวัลประจำปีนะ ใครสนใจก็หาข้อมูลไปว่ายน้ำข้ามทะเลสาบกันดู!
  • มีกิจกรรมน่าสนใจให้เลือกเที่ยวในสไตล์ที่ตัวเองชอบอยู่นะ ทั้งปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ / นั่งกระเช้าลอยฟ้าชมความงามแบบ 360 องศางี๊ ใครชอบความสงบ อากาศสบายๆ มองฟ้าและทะเลสาบงี๊ แนะนำให้หาเวลามานอนค้างสักคืน เคยได้ยินว่าวิวตอนพระอาทิตย์ขึ้น สวยใช่ย่อยเลยล่ะ
  • ถั่ว & มัน หน้าวัดเหวินหวู่ เป็น’สุดยอดถั่วคั่ว’ที่ทุกคนต้องห้ามพลาด ใครไปฝากส่งมาให้ถุงนึงนะ พลีสสสส

 

Taichung City

หลังจากนั้นก็เดินทางสู่เมืองไทจงฮะ สถานที่ต่อไปของเราก็คือ แหล่งผลิตและส่งออกชาน่ะ (ช็อปแรก)

อย่างที่รู้กันว่าไต้หวันเนี่ยลือชื่อเรื่องชามาก แต่ไม่ได้มีแค่ชานมชาไข่มุกเท่านั้นนะ ใบชาที่นี่ก็หอมใช่เล่นเลย

ที่ร้านมีใบชาหลายแบบเลยฮะ ทั้งชาอู่หลง ชาเขียว หรือใบชาสดที่สามารถชงได้ทั้งในน้ำร้อนและเย็นฮะ

เค้าจะมาอธิบายถึงสรรพคุณ วิธีการชงและดื่ม มีตัวอย่างให้ลองด้วย

กลิ่นหอมๆของชากับรสชาติที่ดื่มง่าย เลยลองไปหลายแก้ว ทำเอาตาเกือบค้างกันเลยทีเดียว

ระหว่างที่นั่งฟังสรรพคุณของชาอยู่นั้น เราจะเจอเมล็ดฟักทองอบใบชาแบบนี้บนโต๊ะ

กลิ่นมันจะหอมชาเบาๆ แบบแทะแล้วหยุดไม่อยู่อ่ะ อยากให้ลอง

..

Fengjia Night Market

มาไต้หวัน ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยคือ ตลาดกลางคืน! เป็นสีสันความครึกครื้นที่เจอได้เกือบทุกเมืองฮะ

อย่างวันนี้เรามาเยือนเมืองไทจง ตลาดที่ไม่ควรพลาดก็คือที่นี่ฮะ “Fengjia Night Market”

เรามีเวลาประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงฮะ ในการเที่ยวที่นี่

และค่อยกลับมาเจอกันที่จุดนัดหมายฮะ ลุย!

นี่คือเห็นร้านชานมแล้วพุ่งเข้าหา 5555555

ขอยกให้เป็นอีกร้านตำนานของชานมไข่มุก อยากให้ทุกคนท่องให้ขึ้นใจ

Diagon Alley ตอนแรกก็คิดว่าจะสักเท่าไหร่กันเชียว

โอยยยย ดีเว่อร์ เหมือนไข่มุกด้านล่างยังอุ่นๆอยู่เลย ไข่มุกมันนุ่มมากเลยยง่ะ

สูสีกับร้านลุงที่เคยไปกินตรง ตลาดกงกวน แต่ร้านนี้ตัวนมดูดีกว่าเลยล่ะฮะ

โดยสรุปคือ ห้ามพลาดดดดดนะ งื้ออออ!

จริงๆแวะตลาดกลางคืนวันนี้พอเป็นพิธีเท่านั้นฮะ เพราะมื้อค่ำทางทัวร์จะพาเราไปกิน ชาบู น่ะฮะ

เลยอาจจะเก็บอะไรมาฝากได้เล็กๆน้อย เพราะเป็นแค่มื้อรองท้องกันเบาๆน่ะ แฮ่

ร้านนี้สวรรค์คนรักหอยเชลล์ฮะ ไม้ละ 40 ถ้าซื้อ 3 ไม้ 100

มีซอสให้เลือกหลายรสเลยฮะ เลยลองสั่งมา3แบบ จิ้มมั่ว 5555

ร้อนๆซอสชุ่ม อร่อยยยยย

ส่วนร้านต่อมาเป็นขนมไข่ชิ้นจิ๋ว เดินผ่านและกลิ่นมันปะทะ ทนไม่ไหว 5555555

จริงๆมันมีไส้ให้เลือกนะ แต่สั่งผิด เลยได้แบบไม่มีไส้มา ออริจินัลดี

อีกหนึ่งอาหารขึ้นชื่อ เห็นร้านนี้ใหญ่ดี มีคนนั่งทานเยอะด้วย น่าจะมีชื่ออยู่เลยลองดูฮะ

ดูท่าทางจะขายดีไม่น้อย กระทะแล้วกระทะเล่า รอคิวแอบนาน

ในที่สุดก็ได้มา ขึ้นชื่อว่าเต้าหู้เหม็น ก็เหม็นสมชื่อจริงๆล่ะ 555555

แต่ไหนๆก็มาละ ลองดูซักคำ มันก็ไม่แย่อย่างที่กลิ่นมันฟ้องนะ มีผักเปรี้ยวๆด้านบนด้วย ชิ้นนึงก็พอได้อยู่

แต่บางคนก็บอกอร่อยไม่เหม็นนะ อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเนอะ

เรียกได้ว่าในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่ฮะ เนื่องจากกรุ๊ปทัวร์ลงค่อนข้างเยอะ

คิวที่ร้านชาบูก็เลยดีเลย์ประมาณ 20-30 นาที ก็เลยได้นั่งรถชมความงามค่ำคืนของเมืองไทจง

ก็เลยได้มาแวะ ดูความชิคๆเก๋ๆ ที่

National Taichung Theater

เป็นโรงละครแห่งชาติที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น

เป็นตึกที่มีดีไซน์คูลมากกก มาตอนกลางวันมุมถ่ายรูปเยอะชัวร์ ถูกใจสายมินิมอลแน่นอนฮะ

มีความโชคดี แว๊บมาแป๊บเดียวแต่ทันตอนน้ำพุเปิดด้วย อิอิ

 

..

 SHABU

อย่าถามถึงชื่อร้าน เพราะมันเป็นภาษาจีน อ่านไม่ออก แง Y_Y

แต่เอาเป็นว่าถ้ามากับทัวร์ ก็น่าจะได้กินร้านนี้แน่ล่ะฮะ

ส่วนของน้ำซุปฮะ มีหลายแบบมากอ่านไม่ออก 55555

แต่เค้าแนะนำให้เลือกเป็นน้ำซุปแบบธรรมดาแล้วผสมน้ำซุปหมาล่าไปหน่อย

เพราะถ้าหมาล่าเพียวๆอย่างเดียวต้มนานๆไปอาจจะเผ็ดลิ้นชาได้ ฮ่าๆๆ

ตรงนี้จะเป็นโซนน้ำจิ้มฮะ มีหลายแบบเช่นกัน เราขอเลือกเซฟๆแบบที่เคยทาน

ใส่พริก ผักโรย และไข่แดงด้วย

ชาบูที่นี่จะเป็นแบบแยกหม้อฮะ หม้อของใครของมันเลย

สำหรับตัววัตถุดิบเค้าจะเป็นแบบแช่แข็งมา มีทั้งหมูและเนื้อ ไก่ ปลา อาหารทะเล และลูกชิ้นต่างๆ

ตักได้ไม่อั้น มื้อนี้ถือว่าถูกใจฮะ

INHOUSE HOTEL

หลังจากกินอิ่ม ก็มาทิ้งตัวลงนอนกันเถอะฮะ!

จริงๆเวลาไปเที่ยวต่างประเทศเนี่ย เหมือนไปท่องเที่ยวบ้านเมืองเค้าอ่ะเนอะ

เวลาไปเอง แพลนเอง เราก็ไม่ค่อยได้พักที่สวยๆหรูๆเท่าไหร่ล่ะฮะ

เน้นงบประหยัดมากกว่า เพราะเอาไว้แค่นอนจริงๆ 55555

ที่พักคืนนี้บอกเลยว่า ดีมากกกกกกก ถ้าใครมาเที่ยวไทจง คือแนะนำ 55555

ทิ้งความคิดว่ามาเที่ยวทัวร์จะได้นอนโรงแรมกะโหลกกะลาไปเลย

Inhouse Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆน่ะฮะ คิดว่าน่าจะเป็นเชนในไต้หวัน (อันนี้ไม่ชัวร์)

แต่เท่าที่หาดู คือมีเจอในเมืองอื่นๆของไต้หวันด้วยฮะ

คือ Inhouse เมืองอื่นไม่รู้เป็นไง แต่ที่ Taichung คือดีมากกก ชอบมาก ประทับใจ 555555

ดีไซน์จะออกแนว Luxury แบบดาร์คๆหน่อย โทนนี้ชอบบบ

วาร์ปมาในส่วนของห้องนอน (เราพัก 3 คนฮะ) เตียงนุ่ม สบายย

แม้พื้นที่ห้องจะไม่ใหญ่มาก แต่ห้องน้ำใหญ่มากนะ มีอ่างให้แช่ด้วย เก๋ไม่เบา

และสำหรับในพาร์ทอาหารเช้าก็ทำได้ดีฮะ ไลน์บุฟเฟ่ต์มีให้เลือกหลายอย่างเลย

ตักไปตักมาก็เต็มโต๊ะ ฟิวชั่นไปอีก 5555555


 

DAY 3

Start Your Day กับการไปแวะซื้อ พายสัปปะรด ของฝากชื่อดังของไต้หวัน (ช็อปที่สอง)

พอไปถึงเค้าก็จะอธิบายสินค้าและให้ชิมตัวเด่นๆฮะ

สำหรับใครที่มากับทัวร์บ่อยๆ ก็จะชินกับการแวะจุดช็อปปิ้งอยู่ล่ะ

..

อ่อ..คืองี๊ฮะ มันเป็นเหมือนข้อตกลงในการทำทัวร์ของแต่ละประเทศอยู่ล่ะ

ว่าแต่ละประเทศต้องแวะช็อปกี่จุดอะไรแบบนี้ แต่เค้าไม่ได้บังคับซื้อนะ (แค่ให้แวะเฉยๆ)

สำหรับไต้หวันทางรัฐบาลก็กำหนดไว้ 5 ร้านช็อปฮะ ก็แวะวนไป อิอิ

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่เมืองไทเปจ้า และก่อนที่จะถึงเวลาไปเที่ยวกันต่อ

แน่นอน ก็พาเราไปที่ภัตตาคารเช่นเคยฮะ

สำหรับร้านนี้ เมนูเด็ดต้องยกให้เมนูนี้เลยฮะ ขาหมูน้ำแดง มันจุ๊ยซี่เซ็กซี่สุดๆ 5555555

อีกจานที่แนะนำคือข้าวอันนี้ฮะ อารมณ์คล้ายๆบะจ่าง กลิ่นหอมอร่อยดี

เมนูอื่นๆก็โอเคเลยฮะ

ซุปไก่นี่มาเป็นตัวเลย มีที่คีบให้เราแงะเนื้อกินกันเอง เพิ่มอรรถรสในการกินมาก

ปิดท้ายด้วยขนมหวานเย็นๆ หนึบหนับอร่อยดีฮะ

 

Chiang-Kai-Shek Memorial Hall (อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก)

เป็นอีกแลนด์มาร์คที่ทุกคนมาเที่ยวไทเปแล้วต้องมาฮะ เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไต้หวัน

สถานที่นี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงท่านประธานาธิบดี เจียง ไค เช็ก ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของไต้หวัน

เป็นผู้นำสำคัญที่ทำให้ไต้หวันก้าวมาเป็นประเทศที่พัฒนาได้อย่างมากจนถึงทุกวันนี้อ่ะฮะ

ไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนไม่ควรพลาด ในการมาเที่ยวที่นี่คือ ช่วงเปลี่ยนผลัดเวร มีทุกๆต้นชั่วโมงนะฮะ

ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. แวะมาชมกันได้!

และหลังจากที่ชมพิธีเสร็จ ก็เหลือเวลาให้ถ่ายรูปเล่นอีกนิดหน่อยฮะ

มีมุมคูลให้เก็บภาพกันเพียบบบ!

..

ศูนย์ Germanium Power

อันนี้ก็คือช็อปที่สามหลังจากพายสัปปะรด ที่ถูกระบุอยู่ในแพลนทัวร์ด้วยฮะ

นี่ก็เพิ่งรู้จัก Germanium มันก็คือธาตุที่นิยมนำมาใช้โยงกับเรื่องของการรักษา

แต่ว่าที่นี่คือดังมาก เรื่องของสร้อยข้อมือสุขภาพ (อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณนะฮะ)

เค้าเคลมว่าใส่แล้วจะช่วยกันคลื่นไม่ดีเข้าสู่ร่างกาย ทั้งรังสีจากคอมพิวเตอร์ ทีวี บลาๆๆ

เรื่องนี้แล้วแต่คนเลยล่ะฮะ ส่วนตัวคือเฉยๆ แต่ด้วยความที่สร้อยมีให้เลือกเยอะ

ล่ะมันก็หน้าตาดูสวยดีงี๊ คุณแม่ก็เข้าไปดูๆ

แป๊บๆ ก็ออกมาพร้อมข้อมือตามภาพเลยจ้าาา ไม่ได้สนใจเรื่องกันคลื่นนู่นนี่อะไร 5555555

..

Ximending Night Market

แหล่งช็อปและของกินฟินกระจาย รอบที่แล้วที่มา เรียกได้ว่าล้มละลายพอตัว

ซึ่งที่นี่ก็จะมีทั้งอาหาร เสื้อผ้า สินค้าแบรนด์เนมให้เลือกช็อปกันได้แบบไม่หวั่นไม่ไหวเลยล่ะ

พาคุณแม่ไปตระเวนชิม

เมนูฮิตติด Top List มาแล้วต้องลอง!

ไก่ป็อป 1973 : เคเอฟซีชิดซ้าย ฮ็อตสตาร์ชิดขวา ไก่ทอดชิ้นพอดีคำ ร้อนๆอร่อยมาก

น้ำมะระปั่น : ไม่ขมอย่างที่คิด แต่ก็ไม่เชิงอร่อย ปั่นแบบผสมน้ำผึ้งด้วย เดินดูดไปเรื่อยๆก็ชื่นใจดี

บะหมี่อาจง : น้ำซุปข้นๆคล้ายกระเพราะปลา มีเส้นหมี่กับไก่ฉีกในถ้วย ใส่พริกป่นน้ำส้มหน่อยนี่อร่อยมากฮะ

ชานม 50 :ชอบไข่มุกร้านนี้ เม็ดเล็กๆเพลินดี เลือกระดับความหวานและน้ำแข็งได้ด้วย มีหลายสาขาเลยฮะ

เห็ดย่าง : เห็ดออรินจิยักษ์ย่างซอสชุ่มฉ่ำ อาจเห็นว่าเป็นเมนูธรรมดา แต่เอ้ยอร่อยอ่า

ขนมครกไต้หวัน : แป้งคล้ายขนมครกญี่ปุ่นแต่บางกว่า มีทั้งไส้คาวและหวาน ส่วนตัวชอบไส้มันหวานสุดฮะ

น้ำมะเฟือง : อันนี้ชื่นในมาก เปรี้ยวๆเค็มๆแก้เลี่ยนดีฮะ

..

จริงๆที่ Ximending ยังมีอีกอย่างอื่นให้ชิมอีกเพียบนะฮะ แต่ด้วยปัจจัยเรื่องเวลา

เลยต้องแบ่งเวลาเผื่อชอปปิ้งกันบ้างฮะ 😛

Charming City Songshan hotel

ที่พักในไทเปของทริปนี้ฮะ และเราจะพักที่นี่กัน 2 คืนนะ (จนถึงวันกลับ)

แม้ที่พักจะไม่ได้ใหม่มาก ไม่ได้ว้าวเหมือนตอนไทจง แต่ข้อดีของโรงแรมนี้คือ โลเคชั่น ฮะ

เพราะมันใกล้ MRT มาก ที่สำคัญใกล้ Raohe Night Market อีกด้วย

ก็แปลว่าเราจะได้ไปเยือนตลาดนัดกลางคืนอีกแห่ง(นอกแพลนทัวร์ฮะ)

ห้องน้ำที่นี่มีทั้งจากุซซี่ และ ก็ซาวน่าส่วนตัวในห้องพักเลย

ส่วนดีไซน์ก็จะอารมณ์ผู้ใหญ่ๆหน่อยฮะ 🙂


 

DAY 4

ส่วนตัวนี่คิดว่าเมื่อวานไม่ค่อยมีไร เหมือนทางไกด์เค้าจะสลับแพลนตามความเหมาะสม

แต่สถานที่ที่เราได้ไปยังครบเหมือนเดิมนะ แค่สลับวันกันบ้างอะไรบ้าง

 

Jiufen

เช้าวันนี้เรามุ่งหน้าไปที่ จิ่วเฟิน เป็นโลเคชั่นแรกฮะ

จิ่วเฟินเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่มีความคลาสสิคและเพลินมากในการเดินเล่นฮะ

บวกกับธรรมชาติเจ๋งๆ รอบๆเป็นภูเขา มีลมและหมอกเย็นๆลอยผ่าน

ไม่แปลกใจว่าทำไมนักท่องเที่ยวทุกคนถึงมุ่งหน้ามาที่นี่!

ไต้หวันรอบที่แล้วของเรามาจิ่วเฟินตอนเย็นๆ รอบนี้มาแต่เช้าเลยจ้าาา

และแน่นอนฮะ มาเช้าขนาดนี้ ร้านค้าก็ยังเปิดกันไม่หมดอ่ะนะ

แต่ข้อดี(มาก)คือมันเป็นจิ่วเฟินอีกอารมณ์เลยอ่ะ ดูสงบ และไม่วอแว ฟิลดีมากกก

ใครมาจิ่วเฟิน ห้ามพลาดที่จะมาถ่ายรูปกับโคมแดงนะฮะ 🙂

มาถึง The Must ของดีย่านจิ่วเฟิน ‘ไอติมถั่วตัดผักชี’

ไอติมโบราณห่อด้วยแป้งโรตี ผงป่นๆที่เห็นคือผงที่มาจากถั่วตัดก้อนยักษ์

แป้งหนึบหนับ กับความหวานชื่นใจของไอติม เข้ากับกลิ่นของผักชีได้แบบไม่น่าเชื่อ

และอีกหนึ่งเมนู Taro Ball ของหวานสัญชาติไต้หวันที่ตอนนี้ฮิตมากในไทย

เนื้อแป้งจะหนึบมากฮะ สามารถทานได้ทั้งแบบร้อนและเย็น มีท็อปปิ้งให้เลือกหลายอย่างเลยด้วยฮะ

 

Pingxi

ผิงซี เป็นเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ฮะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตเลย

บรรยากาศจะเป็นสถานีรถไฟเล็กๆฮะ สองข้างทางรถไฟ จะมีร้านค้าให้เดินเล่นเพียบ

ไฮไลท์ของการเที่ยวที่ ผิงซี ที่พลาดไม่ได้เลย คือการปล่อยโคมลอย!

เราแอบเห็นมุมถ่ายรูปที่นี่เยอะอยู่เหมือนกันฮะ

สำหรับที่นี่เราได้เวลาไม่เยอะเลย ประมาณ 30-40 นาทีเท่านั้นฮะ

แค่เขียนขอพรบนโคมก็หมดเวลาแล้ว 55555

ถือเป็นจุดที่ปล่อยเที่ยวน้อยไปหน่อยฮะ แอบเสียดาย อยากอยู่นานกว่านี้ แง Y_Y

เพราะเห็นมุมถ่ายรูปที่นี่เยอะอยู่ ยิ่งมุมธรรมชาตินี่ดูสงบมากๆเลยล่ะฮะ

หลังจากนั้นเราก็มุ่งสู่ Yehliu กันต่อฮะ ซึ่งก็จะแวะกินร้านอาหารซีฟู้ดหน้า อุทยานเย่หลิวกัน!

เมนูที่เสิร์ฟก็ไม่ต่างกันมากฮะ พาร์ทนี้ขอข้ามไปที่อุทยานเลยล่ะกัน 😛

..

Yehliu Geopark (อุทยานเย่หลิว)

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติฮะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ หินที่มีรูปร่างประหลาดๆ

ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ลมทะเล และเกิดเป็นหินหน้าตาแปลกๆ

ผสมกับจินตนาการของคนก็เลยมีชื่อเรียกหินต่างๆเพียบเลยล่ะฮะ ลองไปตามหากันดู!

ด้วยโลเคชั่นที่อยู่ริมทะเล และอุทยานเค้าทำดี มีทางเดินเท้าชมธรรมชาติและชายฝั่งทะเล

ทางเรียบได้ทั้งเดินชิลล์เรื่อยๆ หรือรถเข็นผู้สูงอายุ ตอบโจทย์หมด

ทำให้ที่นี่เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวฮิตสำหรับทุกวัยเลยล่ะฮะ

 

Taipei 101

สัญลักษณ์ของไทเป ที่ตึกนี้จะมีจุดชมวิวที่สูงที่สุดในไทเปด้วยนะฮะ (เสียค่าขึ้นชั้น 89)

..

จริงๆในแพลนทัวร์คือบอกว่า พาไปที่ตึกไทเป 101 นะฮะ แต่พอมาถึงจริงๆเราไม่ได้ไปน่ะ

แต่เค้าพาไปหามุมเก็บภาพตึกไกลๆแทนฮะ (ซึ่งก็ดีอย่างเสียอย่าง 55555)

ซึ่งมุมตรงที่พาไปเก็บภาพ มีความสตรีทอยู่เบาๆ เลยได้ภาพมาเพิ่ม (ที่ไม่เกี่ยวกับตึกไทเป 101 เลยยย) 555555

ก่อนที่เราจะไปตลาดกลางคืนกันนะฮะ ทางทัวร์เค้าก็พาเราไปแวะอีก 2 ช้อปสุดท้าย (ลำดับสี่และห้า)

นั่นก็คือ Y Charme (Beauty) และ Everrich Dutyfree

ซึ่งลูกทัวร์ทุกคนก็ร่วมมือร่วมใจกันฮะ เดินทำเวลากันเลยทีเดียว 555555

Shilin Night Market

แพลนสุดท้ายของทริปนี้ก็คือ ตลาดกลางคืน ชือหลิน นะฮะ

และเนื่องจากเป็นคืนสุดท้ายแล้ว ยังไม่ได้หาของฝากเลย กลัวว่าจะไม่ทันเวลา

ก็เลยแจ้งทางไกด์ไว้ว่า ขอกลับเองฮะ ค่ำนี้ขอปล่อยเวลาให้ตัวเองยาวไปๆ 5555555

อีกอย่างคืออยากให้แม่เดินทางเองด้วยฮะ สัมผัสพื้นที่สาธารณะอื่นๆที่แท้ทรู

ได้สัมผัสบรรยากาศรถไฟฟ้าและผู้คนที่นี่มากขึ้นด้วยฮะ  (ถามแม่ก่อนยัง ฮ่าๆๆ)

กลับมาสู่ตลาด Shilin  นี่ก็ยังคงเป็นอีกตลาดฮะ ที่ไม่ว่าจะกลับมากี่ครั้งก็คึกคักเช่นเคย

ส่วนตัวเราชอบที่นี่มากกว่า Ximending อีกนะ อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศมันไม่ดูเมืองเกินไป

ยังมีความเป็น Night Market ที่ค่อนข้างจะ Local อยู่ฮะ

ด้วยความที่อยากช็อปปิ้งเลยเน้นกินอะไรง่ายๆฮะ

และทุ่มเทเวลาไปกับการช็อปอย่างเดียวเลย! 5555555

อ่ะๆ ตัวเบาขึ้นเยอะเลยฮะ 55555555

พอหมดตัวแล้ว และก็มาถึงเวลาเดินทางกลับเองฮะ

เราจะเดินทางกันด้วยรถไฟฟ้าฮะ

วิธีการเดินทางก็ง่ายมาก ไปกดตู้ซื้อบัตร เลือกสถานีที่ลงเหมือนรถไฟฟ้าของไทยได้เลย

ความเจ๋งไปกว่านั้นคือ ตู้มีภาษาไทย นะฮะ บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวหลง! กดเลยสถานี Songshan

และอย่างที่บอกไปฮะ ว่าโรงแรมที่เราพักนั้นใกล้กับตลาดกลางคืนอีกแห่ง

ซึ่งทีเด็ดของที่นี่ เค้ามีร้านมิชลินไกด์ 1 ดาว ซ่อนอยู่ในตลาดกลางคืนแห่งนี้ด้วยล่ะ

Raohe Street Night Market

เป็นตลาดกลางคืนที่ไม่ค่อยวุ่นวายเท่ากับ 2 ที่ที่ไปมาฮะ

ทำให้เดินได้เรื่อยๆสบายๆกว่า และมีร้านอาหารให้เลือกเยอะมากกก

และมีร้านที่ติด Michelin Guide @ Raohe Night Market ด้วยนะฮะ

แล้วเราก็ได้ไปชิมมา 2 ร้าน อร่อย สมคำร่ำลือ บร๊ะเจ้ามิชลิน

เริ่มจากซาลาเปาอบโอ่งเจ้าดัง ตัวแป้งอบมาจนกรอบ กัดไปเจอไส้หมูสับฉ่ำๆแน่นๆ ยอมมม

 Fuzhou Black Pepper Bun

Chen Dong Pork Ribs Medical Herbs Soup

ซุปกระดูกหมูสมุนไพรร้อนๆ

กระดูกหมูที่นี่ให้มาชิ้นใหญ่มาก มันน้อย เนื้อเยอะดีฮะ

น้ำซุก็หอมกลิ่นสมุนไพร มีรสหอมหวานที่ปลายลิ้น ซดร้อนๆนี่คือโล่งคอมาก

เคล็ดลับการกินให้อร่อยคือต้องใช้มือหยิบแทะเลยฮะ จิ้มน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวไปด้วยก็ยิ่งดี

เห็นคนที่นี่ชอบสั่งข้าวมาทานด้วยก็เลยอยากลองดูบ้าง ข้าวสวยร้อนๆราดผัดหมูสับมาด้วย

ทุกอย่างดีงาม อร่อยจนต้องเบิ้ล!

..

เนี่ยแหละฮะ ขอสรุปสั้นๆ ทริปไต้หวันของเรา จ่ายเงินไปคนละ 13,888 บาท

พก Pocket Money ติดตัวมาอีกนิดหน่อย กับทัวร์ 5 วัน 3 คืน และสิ่งที่ได้ คิดว่าเป็นเรทที่โอเคเลยนะฮะ

ข้อดีของการมากับทัวร์คือสะดวกสบายจริงๆแหละฮะ เหมาะมากเลยที่จะมาเที่ยวกับครอบครัว

พาพ่อแม่เที่ยว ไม่ต้องลุยมากงี๊ คุณแม่ไม่ต้องเดินต่อรถเยอะ

เก็บแรงไว้เดินตอนถึงที่เที่ยวได้ ชอปตลาดกลางคืนได้สบาย

อีกอย่างคือเวลาเหมาะเจาะ ไม่เหลือเวลาให้นั่งเบื่อเลย 5555

เป็นแพลนแบบที่สไตล์คุณแม่ถูกใจเลยล่ะ กิน เที่ยว ช้อป เก็บจุดแลนด์มาร์คครบ!

ส่วนข้อด้อยคืออาจจะเป็นเรื่องอิสระของเวลาฮะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เข้าใจได้ฮะ

และสำหรับใครนะฮะ ที่คิดว่าทางนี้คือใช่อ่ะ ขี้เกียจวางแพลนเอง

ก็ลองดูแพ็คเก็จทัวร์ราคาพิเศษที่ Tourkrub ดูนะฮะ

แม้ตัวเว็บไซต์เค้าจะไม่ได้ทำทัวร์เอง

แต่ทำหน้าที่เป็น Agency คอยคัดแพ็คเก็จเจ๋งๆบริษัททัวร์ชั้นนำมาขาย

ฉะนั้นเชื่อถือได้ ไม่โกง ไม่หลอกลวงแน่นอนฮะ

ที่สำคัญคือเรื่องราคาค่อนข้างจับต้องได้ ยิ่งทัวร์ที่ลดราคานะ โอ้โห! อยากจะสอยให้หมด 55555

คลิกจอง ทัวร์ไต้หวัน กันโลดดด !

 


24 hours a day, 7 days a week.It’s journey!

:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

Tags : Fengjia Night MarketFood GuideInhouse HotelPingxishilinSun Moon LakeTaichungTaipeiTaiwantourkrubXimendingYehliuของกินงบประหยัดทัวร์ไต้หวันที่เที่ยวไต้หวันพาแม่เที่ยวพาแม่เที่ยวไต้หวันรีวิวอาหารเที่ยวเที่ยวต่างประเทศแพลนเที่ยวไต้หวัน
247journey

The author 247journey

Leave a Response