close

LifeStyle

ถ้าเธอเหนื่อยล้า เดินเข้ามาที่ Makkha Health & Spa กัน!

Makkha (1)

ถ้าเธอเหนื่อยล้า เดินเข้ามาที่ Makkha Health & Spa สปาดีๆที่เชียงใหม่กัน!

ชีวิตยุค 4.0 ไหนจะต้อง ทำงานหน้าคอม เล่นโซเชียล ดูไลฟ์คนดัง

ยังไม่รวมเวลานั่งช็อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งถ้าลองนับดูดีๆ ก็แทบจะทั้งวันแล้วนะ XD

แล้วพอเราอยู่ท่าเดิมนานๆ มันก็มีอาการปวดเมื่อยเป็นธรรมดาอ่ะเนอะ

วันนี้เราเลยอยากมาชวนขยับแข้งขยับขา
แล้วออกไปเที่ยวพักผ่อนรักษากาย(และใจ)กันนะฮะ

รอบนี้ขอเอาใจคนติดนวดด้วยน้าาา ^^

วันนี้เราจะไปลุยกันที่จังหวัดที่เป็น Top destination ของทั้งคนไทยและต่างชาติฮะ

นั่นก็คื้ออออ เชียงใหม่ ไอ่ ไอ่ ไอ่ (เพิ่มเอคโค่ให้ดูอลัง ฮ่าๆ)

ถ้าพูดถึงเชียงใหม่ เชื่อว่าเกินครึ่งจะต้องคิดถึงร้านคาเฟ่ชิคๆ (ซึ่งก็จริงนะ เยอะสุด 555)

แต่รู้มั้ยว่า เชียงใหม่ ยังเป็นเมืองที่มีร้านนวดและสปาเด็ดๆด้วยนะเออ!

Makkha Health & Spa – เชียงใหม่

นอกจากความเหนื่อยล้าจากการเรียนหรือการทำงานที่พกมาเต็มกระเป๋า

เวลาขับรถหรือเดินทางนานๆ ความเมื่อยและตะคริวอาจจะมาถามหาได้ ><

การนวด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบรรเทาได้ดีเลยล่ะฮะ

อย่างที่บอก เชียงใหม่เนี่ยมีร้านนวดและสปาค่อนข้างเยอะเลยล่ะ

เคยมีบางคนบอกเราว่า นวดไปเถอะ นวดที่ไหนก็ได้ เหมือนกันทั้งนั้น

แต่เรากลับไม่คิดอย่างนั้นนะ จะจ่ายเงินไปนวดทั้งทีต้องขอให้ฉันสบายหน่อยเถอะ
จริงมั้ย ^^

ที่ Makkha Health and Spa เค้าแบ่งเป็น 2 สาขาฮะ

แต่อยู่ในละแวกเดียวกันสามารถเดินถึงกันได้

ซึ่งความแตกต่างอย่างเดียวของทั้งสองที่คือ บรรยากาศ!

ถ้าใครชอบบรรยากาศแบบไทยๆ (Ancient House) แนะนำให้ไปสาขาแรกฮะ

บ้านไม้โบราณ 2 ชั้นที่ดูเรียบง่ายแต่มีเรื่องราว

แสงแดดอุ่นๆลอดผ่านลายไม้ แค่ก้าวเข้ามาก็รู้สึกผ่อนคลายละฮะ

ที่นี่เค้าก็มีแพ็คเกจและบริการนวดให้เลือกหลากหลายดีฮะ

จะนวดไทย นวดน้ำมัน นวดเฉพาะจุด(ศรีษะ/ไหล่/มือ/เท้า) นวดประคบสมุนไพร
หรือแม้แต่นวดประคบด้วยหิน

เยอะจนเลือกไม่ถูกจริงๆนะ เพราะทุกอย่างดูสบายไปซะหมด XD

ข้าวแต๋น ขนมโบราณของทางภาคเหนือถูกเสิร์ฟมาคู่กับน้ำมะตูมอุ่นๆหอมๆ

เป็นการต้อนรับที่อร่อยมากเลยฮะ XD

ก่อนจะเริ่มนวด จะมีการล้างเท้าก่อนฮะ น้ำอุ่นๆแค่จุ่มก็สบายยย

เสร็จแล้วก็จะเดินไปที่ห้องนวดฮะ

ซึ่งแต่ละแพ็คเกจ/โปรแกรมก็จะแยกห้องกันไป

ถ้าใครพอมีประสบการณ์ด้านการนวด ก็สามารถเลือกแพ็คเกจนวดแบบที่ชอบได้เลยฮะ

แต่ถ้าใครยังไม่มีไอเดีย ลองเริ่มด้วย Aroma Oil Massage หรือการนวดน้ำมัน ดูได้น้า

ที่นี่เค้าใช้น้ำมันสกัดจากธรรมชาติ ใครที่ผิวแพ้ง่ายก็ไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้

ข้อดีอย่างนึงของการนวดน้ำมันคือจะไม่ได้เน้นการกดจุดหรือรีดเส้นไรพวกนั้นฮะ

จะเป็นการนวดแบบสบายๆ เน้นให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เหมาะสำหรับมือใหม่หัดนวดเลยล่ะ

การนวดแบบนี้น่าจะถูกใจสาวๆที่เน้นงานผิวเป็นพิเศษด้วยฮะ

เพราะน้ำมันจะซึมเข้าผิว ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม น่าโดนสัมผัส โดน touch เป็นที่สุด XD

WAN WAAN Aroma Oils

แต่เรื่องความสวยความงาม งานโชว์ผิวยังไม่จบแค่นี้ฮะ

Body Salt Scrub เป็นอีกแพ็คเกจที่อยากให้ลองเลย

ไม่รู้ใครเคยเป็นเหมือนกันมั้ย อยากสวยเลยซื้อสครับมาขัดผิวเองที่บ้าน

แต่พอล้างตัวออกมาเท่านั้นแหระ ทั้งแสบทั้งแดงไปหมด >//<

แต่สครับที่นี่ไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บเลยนะ เพราะเนื้อสครับที่ใช้ละเอียดมากกกก

อย่างที่รู้กันฮะว่าการขัดผิวคือการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป

พูดง่ายๆคือไล่น้องขี้ไคลและเจ้าสิ่งสกปรกต่างๆ ทำให้ผิวสะอาดขึ้น

นอกจากตัวสครับแล้ว น้ำหนักมือของ therapist ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรหนักหรือเบาเกินไป

ซึ่งที่นี่โอเคเลยฮะ ไม่ทำให้รู้สึกระคายเคืองเลย

พอขัดผิวเสร็จก็ต่อด้วยการ mask ผิวต่อฮะ

พอผิวเราสะอาดไม่มีน้องไคลมาบดบัง พวกครีมต่างๆก็จะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายและลึกขึ้น

จบโปรแกรมออกมา รู้สึกตัวเบาเลยล่ะฮะ สงสัยขี้ไคลหายไปหลายกิโล >//<

ส่วนใครที่ชอบความโมเดิร์น ชอบบรรยากาศเรียบหรู ดูทันสมัย

ที่ Makkha Health & Spa เค้าก็มีสาขา 2 ไว้รับรองนะฮะ

บรรยากาศนี่พูดได้ว่าฉีกออกไปอีกฟีลเลยล่ะ

สาขานี้จะเน้นโทนสีขาว-เขียวแบบ Colonial Gardens ฮะ หลังคาสูงโปร่งยิ่งช่วยให้ดูกว้าง

แผงต้นไม้สีเขียวและบ่อน้ำตรงกลาง ยิ่งทำให้รู้สึกสดชื่นและสบายตาทุกครั้งที่มอง

เอาเป็นว่าจะมองไปทางไหนก็ดีไปหมด <3

ความแกรนด์ของที่นี่คือเค้ามีอ่าง Jacuzzi ในห้องสปาด้วยนะเออ!

เอาใจสาวๆที่ชอบอาบน้ำแร่แช่น้ำนมไปเลยเต็มๆ

ปิดท้ายด้วย ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นของว่างหลังการนวด

ไม่ได้สวยแค่รูปนะฮะ มะม่วงสุกรสหวานฉ่ำทานกับข้าวเหนียวอัญชัญอร่อยสุดๆ

เราเชื่อว่าวิธีการพักผ่อนของหลายคนมีความแตกต่างกันไป

ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาว วัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ใหญ่ มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน

ที่นี่เป็นอีกที่ที่เราคิดว่าน่าจะถูกใจคนแทบทุกกลุ่มฮะ

เพราะนอกจากจะมีบริการให้เลือกหลายหลาย เพื่อให้คนที่เข้ามาได้รับความสบายที่สุด

บรรยากาศ ความสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เป็นสิ่งช่วยบำบัดความเหนื่อยล้า

ที่สำคัญคือมาตรฐาน Therapist ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ

และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ไม่เป็นอันตรายต่อผิวทุกคน

จริงๆชีวิตคนเราก็เหมือนเส้นนั่นแหระฮะ เดี๋ยวตึงเดี๋ยวหย่อน

วันไหนตึงมากไปก็แค่หาเวลาพักผ่อน หาจุดศูนย์กลางให้มันพอดี

ไม่ต้องเดินเข้าป่า แต่เดินเข้าสปาดีๆแบบ Makkha Health & Spa ดูซักที

ตัวเบาเลยยยย <3


Makkha Health & Spa

Service Hour:
Mon – Suday 10.00-22.00
(Last booking 21.00)

Website : www.makkhahealthandspa.com
E-Mail : makkhaspa@gmail.com
Facebook Page: https://www.facebook.com/makkhaspa/

Makkha Heatlh & Spa (Ancient House)
Address : 38/1 Soi Ratchamanka 8 Phra Sing Amphoe Mueang, Chiang Mai 50200, Thailand
Telephone : +66 (0) 53271423 , 098-239-9088
Location : https://goo.gl/maps/Q4bxj92K3ix

Makkha Health & Spa (Colonial Gardens)
Address : 4 Sam Lan 2 Alley, Phra Sing, Mueang, Chiang Mai 50200, Thailand
Telephone : +66 (0) 53279324 , 065-478-5358
Location : https://goo.gl/maps/JmrRF34iAwv


Read More

Mera Mare – นอนหรู ดูวิวสวย ติดทะเลพัทยาแบบใกล้แค่เอื้อม

COVER MERA MARE

Mera Mare – นอนหรู ดูวิวสวย ติดทะเลพัทยาแบบใกล้แค่เอื้อม

ซัมเมอร์ปีนี้ หากใครกำลังหาที่พักติดทะเลแบบเก๋ๆ เรามีของดีมาแนะนำกันฮะ

รอบนี้มีโอกาสมาเที่ยวพัทยาเลย Search หาที่พักสวยๆติดทะเลดูซักหน่อย

ก็เจออยู่ที่นึงฮะ ค่อนข้างสะดุดตาเลยล่ะ ดีไซน์ด้านนอกอาจจะดูธรรมดา

แต่ด้านในนี่บอกเลยว่าประทับใจ เรียบหรูดูแพง ถ่ายรูปได้ทุกมุมเลยจ่ะ

Mera Mare (เมร่า มาเร่) สารภาพตามตรงตอนแรกอ่านว่า เมร่า แมร์ 555555

คิดว่าที่นี่น่าจะถูกอกถูกใจสาวๆที่ชอบที่พักสไตล์ Luxury แน่นอนเลยล่ะฮะ

แม้ภายนอกอาจจะไม่ได้ดูหวือหวามาก แต่อยากให้เข้ามาสัมผัสด้านในจริงๆ

เราแนะนำให้ใส่เดรสสวยๆซักตัว เดินฟูลเทิร์นแบบนางงามฟิลิปปินส์

เข้ามาเช็คอิน ทำท่าเผลอๆหน่อย จะได้ SnapShot ที่ดีมาก 5555

อลังการตั้งแต่ล็อบบี้เลยฮะ ด้วยการตกแต่งโทนสีน้ำเงิน-ดำ ดูสุขุม นุ่มลึก น่าค้นหา

บวกกับอินทีเรีย เฟอร์นิเจอร์ดูผู้ดี มีมูลค่ามากๆ ให้ Mood & Tone แบบดาร์คๆหน่อย

บอกเลยว่าลงตัวมาก แนะนำว่าใส่เป็นชุดหนังมานั่งโพสจะเหมาะกับตรงนี้เป็นที่สุด!


ในส่วนของห้องพัก ทริปนี้เราพักห้อง Deluxe Room และได้มุม Seaview ด้วย

ไซส์ห้องพักไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปฮะ ดีไซน์ก็ตามสไตล์ของ Mera Mare

คือเรียบหรูแบบง่ายๆ แต่ดูดีมีราคา โทนก็ให้ฟิลลิ่ง Warm Welcome ดูอบอุ่นฮะ

ความน่าสนใจคือจะเน้นกระจกใสกั้น ช่วยให้ห้องดูกว้างและดูมี Value มากขึ้นเลยทีเดียว

สำหรับ Amenities ก็มีให้ทุกอย่างพร้อม ตามมาตรฐานระดับโรงแรมดีๆเลย

และไฮไลท์ที่น่าสนใจของห้องนี้ คือการ Enjoy กับวิวทะเล บริเวณริมระเบียงส่วนตัว

ห้องน้ำคืออีกมุมที่ดีมาก เน้นตกแต่งเน้นเป็นลายหินอ่อน มีอ่างอาบน้ำและ Rain Shower

สามารถนอนแช่อ่างแบบมองเห็นวิวด้านนอกได้แบบสบายๆเลยฮะ

สำหรับ Facilites อื่นๆของโรงแรม ที่นี่ก็จะมีทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนสฮะ

ใครบอกมาเที่ยวและกลัวหุ่นไม่ฟิต มาพักที่นี่ไม่ต้องกังวลเลย

ออกกำลังกายแบบมองวิวทะเลนะจ๊ะ ไม่ใช่ธรรมดา!

หรือถ้าใครเบื่อๆไม่อยากว่ายและสระว่ายน้ำ ก็เดินออกมาหน้าโรงแรม

ก็จะเจอกับทะเลแล้วล่ะฮะ ช่วงเช้าๆนี่บอกเลย แสงดี ฟิลดีมากกกก


มาถึงอาหารเช้ากันบ้างดีก่าฮะ สำหรับอาหารเช้าจะลงมาทานที่ห้องอาหาร October Sky

ก็ยังคงตกแต่งได้เข้าคอนเซปต์สไตล์ Luxury ของที่นี่ฮะ 🙂

ที่พักส่วนใหญ่ก็จะมีเมนูอาหารไทย ABF และอาจจะมีอาหารจีนบ้างประปราย

แต่ความคูลของที่นี่คือเค้ามีอาหารญี่ปุ่นเสิร์ฟด้วยนะ

ถูกใจคนชอบทานอาหารเจ(แปนนิส)อย่างเราเลยทีเดียว 5555555

โซนอาหารญี่ปุ่นเค้าจะมีเป็นพวกเมนูข้าวปั้นซูชิฮะ ใครชอบหน้าไหนก็คีบกันไป

หรือถ้าอยากทานอะไรร้อนๆ แนะนำอุด้งเลยฮะ เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปหอมกลมกล่อมมากกกก

สรุปคือเป็นอีกหนึ่งที่พักบรรยากาศดี ติดทะเลพัทยาแบบใกล้แค่เอื้อมจริงๆ

อยากจะแนะนำ สำหรับใครที่ชอบดีไซน์แบบ Luxury ในราคากลางๆ ห้ามพลาดที่นี่นะ

ดีไซน์มีความโดดเด่น น่าสนใจเลยฮะ เหมาะกับวันพักผ่อน เตรียมชุดสวยๆไปถ่ายรูปได้เลย

หนำซ้ำยังมีคาเฟ่สวยๆด้านหน้าให้ได้ชิลล์ จิบเครื่องดื่ม ทานขนมกันเพลินๆ

ส่วนเรื่องความเห็นอื่นๆเราว่าที่นี่ ที่จอดรถค่อนข้างคับแคบไปนิดฮะ

เพราะว่ามีทั้งลูกค้าคาเฟ่ และ ลูกค้าโรงแรม ถ้าช่วงคนเยอะๆอาจจะชุลมุนนิดนึง

แต่ยังไงก็อยากแนะนำให้ไปอยู่ดี การันตีว่าห้อง Seaview สวยและเห็นวิวแบบสุดจริง!!

ข้อมูลเพิ่มเติม & ติดต่อจองที่พัก >>

Website : https://www.meramarehotel.com/

Facebook : https://www.facebook.com/meramarehotel/

โทรสอบถาม : 038-111-800


ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทาง แล้วไว้เจอกันใหม่ในทริปหน้านะฮะ บ๊ายย บายยย 

:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

Read More

พัทยา vs หัวหิน วันหยุดนี้ ไปเที่ยวไหนดี?

Pattaya huahin travel guide

หากคิดถึงที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ พักผ่อนสบายๆ ริมทะเล

พัทยา และ หัวหิน คงเป็นตัวเลือกที่เกิดขึ้นในใจหลายคนไม่มากก็น้อยล่ะฮะ

สำหรับทริปนี้จะมาแนะนำ ที่เที่ยวพัทยา vs หัวหิน ที่เที่ยวน่าสนใจต้อนรับทริปใหม่ปี 2019

ถ้ามีเวลาวันหยุดสั้นๆ 2-3 วัน ควรจะเลือกไปที่ไหนดีนะ?

เอ๊ะ! หรือว่าจะเที่ยวทั้งพัทยาและหัวหินพร้อมกันเลย เลือกไม่ได้สำหรับคนหลายใจ 5555

ถ้าพร้อมแล้ว ไม่รอช้า ไปอัพเดทความน่าสนใจของพัทยาและหัวหินกันเถอะฮะ :3

พัทยา – อัพเดทที่เที่ยว ที่กิน พัทยา ปี2019

01 – RubberLand พัทยา : พิพิธภัณฑ์ยางพาราแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย

ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว&ศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับยางพารา ครบเครื่องตั้งแต่ต้นจนปลายทาง

เปิดโลกความรู้เกี่ยวกับยางพารามากๆ ว่าในชีวิตคนเรา จริงๆยางพาราแฝงตัวอยู่ทั่วทุกแห่ง

ข้าวของเครื่องใช้ สิ่งของรอบตัว มีส่วนผสมของยางพาราทั้งสิ้น

พื้นที่ด้านในแบ่งเป็นโซนการจัดแสดง & สื่อการเรียนรู้แบบสมัยใหม่

ที่ทำให้ทุกคนที่เข้ามาได้เอ็นจอยและได้ความรู้กลับไปด้วย คือดีมากๆเลย

และหากทริปนี้พาลูกหลานมาด้วย คือที่นี่เพอร์เฟ็กต์เลยล่ะฮะ

มีกิจกรรมสนุกๆให้น้องๆเล่นกันในโซนมหัศจรรย์ยางพารา

ให้ผจญภัยไปกับสิ่งจำลองกันแบบสนุกๆ ตามธีม เล่นแบบไม่ต้องกังวลอุบัติเหตุรุนแรง

เพราะทุกอย่างเซฟตี้ไปในตัว ด้วยวัสดุทั้งห้องที่ทำมาจากยางพาราทั้งหมด

ทั้งพื้น ผนัง วัสดุของเล่น เรียกได้ว่า เหมาะกับทริปครอบครัวสุดๆไปเลย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/Thairubberland/


02 – The Frost เมืองน้ำแข็ง พัทยา

ไม่น่าเชื่อว่าพัทยาจะรวบรวมที่เที่ยวเจ๋งๆไว้อยู่หลายที่เลยล่ะ อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวน่าไป

The Frost เมืองน้ำแข็งที่ติดอันดับใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ให้ทุกคนได้มาเปิดประสบการณ์ความเย็นแบบถึงใจ ในอุณหภูมิ -10 C

จะได้พบกับประติมากรรมน้ำแข็งแกะสลัก สไลเดอร์น้ำแข็ง บ้านเอสกิโม

มีบาร์ที่เป็นน้ำแข็ง Soft Drink ดื่มในแก้วน้ำแข็งส่วนตัว เรียกได้ว่า แข็งไปหมดเลยจ้าาาา

นอกจากเมืองน้ำแข็ง พื้นที่ด้านนอกยังมีประติมากรรมทรายขาวแกะสลัก

ถ่ายทอดเรื่องราวสยามประเทศออกมาอย่างมีเอกลักษณ์สุดๆเลยล่ะฮะ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/frostpattaya/


03 – Koon’s Cafe Garden Coffee & Restaurant (คูณ คาเฟ่)

ถ้าจะเรียกที่นี่ว่า Secret Cafe ในพัทยาก็คงจะไม่ผิด

ร้านอาหารและคาเฟ่ที่อยู่ห่างจากถนนหลักพอสมควร แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่ากับการแวะไป

บ้านหลังน้อยในสวนสวย กับบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น

เหมาะกับการจิบเครื่องดื่มพักผ่อนชิลล์ๆที่สุด

ที่ร้านจะแบ่งออกเป็นหลายโซนฮะ ทั้งโซนห้องแอร์ในบ้าน สวนด้านนอก และเรือนกระจก

นอกจากบรรยากาศร้านที่ใกล้ชิดธรรมชาติ

ที่นี่ยังมีทั้งอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ เค้กและขนมที่ตกแต่งมาอย่างสวยงาม

เพิ่มเสน่ห์และความน่าหลงไหลให้คนที่แวะเวียนมาได้อย่างดีเลยล่ะฮะ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://bit.ly/2rZDqMl


04 – ครัวเคียงสวรรค์ พัทยา

ถ้าการไปเที่ยวคือการพักผ่อน การได้ทานอาหารดีๆก็เป็นอีกหนึ่งความสุข

แต่จะดีกว่าถ้าจะได้ทานแบบเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องราคา เพราะที่นี่มายังไงก็คุ้ม!

ร้านซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์และชาบูที่เป็นสวรรค์ของคนหิว อยากทานอะไรที่นี่จัดให้ได้หมด

แถมยังมีมุมถ่ายรูปชิคๆเป็นประตูแกะสลักทรายขาว ยิ่งใหญ่อลังการ เป็นทางสู่สวรรค์จริงๆ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/KKSseafoodBuffetShabu/

อ่าน รีวิวครัวเคียงสวรรค์ พัทยา >> คลิกที่นี่


05 – ตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว พัทยา

ความคลาสสิคที่ไม่คิดว่าจะได้มาสัมผัสที่พัทยา! ต้องบอกว่าเป็นอีกสถานที่ที่เซอร์ไพรส์มาก

ไม่คิดว่า พัทยา จะมีมุมแบบนี้ให้เรามาสัมผัสฮะ ที่นี่เป็นชุมชนจีนโบราณอายุมากกว่า 100 ปี

สองข้างทางเป็นบ้านไม้เรียงยาวกันไปตลอดแนว และยังมี Tourist Spot อื่นๆ

ทั้งศาลเจ้าแม่ทับทิม โรงหนังเก่า(ชากแง้วราม่า) โรงฝิ่นโบราณ

เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย-จีนที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยล่ะ

ตลาดจะเปิดเฉพาะวันเสาร์เวลาประมาณ 16.00 – 21.00 น. มีของกิน ของที่ระลึกต่างๆ

และยังมีมุมถ่ายรูปชิคๆให้ได้ถ่ายแบบเพลินๆด้วย ใครชอบแนวนี้บอกเลยว่าไม่ควรพลาด!

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/chakngeaw/


หัวหิน – อัพเดทที่เที่ยว ที่กิน หัวหิน ปี2019

01 – Eureka Beach Cafe Huahin

คาเฟ่ร้านดังในกทม.ที่ขยายสาขามาให้ได้ฟินกับเครื่องดื่มสุดคูล ในบรรยากาศริมทะเล

เมนูเครื่องดื่มที่สร้างชื่อเสียงให้หลายคนได้รู้จักร้านนี้ก็คือ ‘Kai Kem Latte’

ความครีเอทีฟ การผสมผสานกาแฟกับความนัวของไข่เค็ม ซึ่งมันเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนแก้วอื่นๆก็มีดีไม่แพ้กันเลย ซึ่งแต่ละแก้วมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆฮะ

ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม ที่นี่เค้ายังมีเมนูอาหารฟิวชั่นไว้บริการด้วยนะ

ส่วนตัวชอบทานเมนูแซ่บๆ เลยขอแนะนำสปาเก็ตตี้ปูนิ่มผัดพริกเกลือแล้วกันฮะ

อยากให้ลองแล้วจะร้องซี้ดดดดเหมือนกัน 😛

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/eurekanitrocoffee/


02 – 1d+ Day Artist Huahin

ให้หัวหินรอบนี้ของคุณเป็นอีกวันดีดี ที่คาเฟ่แสนสงบริมชายหาดแห่งนี้

คาเฟ่ที่สายอาร์ตและสายชิลล์ต้องชอบ! กับร้าน 1d+ Day Artist Huahin

เพราะนอกจากบรรยากาศดีๆ มีเสียงคลื่นและลมทะเลที่พัดมาแบบไม่ขาดสาย

การตกแต่งร้านของที่นี่ก็น่ารัก เหมาะกับการแชะภาพมากๆฮะ

ร้านคอนเทนเนอร์ในโทนขาวดำ เปลตาข่าย ชิงช้า

โต๊ะที่ตกแต่งด้วยผ้าและหมอนลวดลายต่างๆ รวมถึงเรือประมงที่จอดเทียบท่า

ทุกอย่างมันให้ฟีลบีชมากจริงๆ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/1dDayArtist/


03 – โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า

อ่างเก็บน้ำในโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ 9

พระองค์ทรงดำรัสให้สร้าง เพื่อชาวบ้านจะได้มีน้ำสะอาดไว้กินและใช้

เป็นจุดชมวิวอีกจุดที่อยากให้ลองแวะมา โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังจะตกดินฮะ

ทางเดินรอบอ่างเก็บน้ำถูกสร้างอย่างสวยงามและเป็นระเบียบ

คนทั่วไปสามารถเดินเข้ามาชมบรรยากาศและออกกำลังกายไปในตัว

แสงและเงาที่กระทบผิวน้ำ มันสวยงามและสงบ ดีต่อใจมากฮะ

แผนที่การเดินทาง >> https://goo.gl/maps/ehKhHgcWHMP2


04 – หาดทรายน้อย

หาดทรายน้อย – เขาเต่า

ชายหาดเล็กๆและมีความเป็นส่วนตัวมากกก ซ่อนตัวอยู่บริเวณเขาเต่าเนี่ยแหละ

ด้วยความที่คนไม่ค่อยรู้จักมันเลยค่อนข้างเงียบสงบมากๆ ที่สำคัญบรรยากาศไม่แพ้ใครเลยย

ไฮไลท์ของที่นี่คือมีลานหินให้ชมวิว แนะนำให้ไปถ่ายรูปกันได้! มุมดีมากกกกก

แม้หาดจะค่อนข้างแปลกตากว่าที่อื่นๆ แต่ค่อนข้างมีเสน่ห์เฉพาะตัวจริงๆ

แผนที่การเดินทางไปหาดทรายน้อย >> https://goo.gl/maps/v8Dz7sz75QS2


05 – Tamarind Market Huahin

เป็นตลาดกลางคืนที่เราชอบมากที่สุดและไปแทบทุกครั้งถ้ามาเที่ยวหัวหิน

แทมมารีน มาร์เก็ต ที่นี่เป็นแหล่งรวม Street Food ในราคารับได้และอร่อยด้วย

มีโต๊ะให้นั่ง ชอบฟิลนี้มากๆ ซื้อร้านที่อยากกินแล้วมาแชร์กับเพื่อน กินได้หลายอย่าง 555

แถมยังมีดนตรีสดให้ฟังเพลงเพราะๆ บรรยากาศชิลล์กลางหัวหินที่เพอร์เฟกต์สุด!

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม >> https://www.facebook.com/tamarindmarkethuahin/


และถ้าใครอยากสัมผัสมิติใหม่ของการเดินทางเที่ยวข้ามภาค สามารถทำได้แล้วนะฮะ!

อยากไปทั้งพัทยาและหัวหินในทริปเดียว ตอนนี้มีเรือเฟอร์รี่พัทยา-หัวหิน ข้ามอ่าวไทย

เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น จากพัทยาไปหัวหิน หรือจากหัวหินไปพัทยา

ตัวช่วยที่จะประหยัดเวลาเดินทางมากเลยล่ะ ที่สำคัญคือมีบริการเรือทุกวันจ้าาาา :3

เรือเฟอร์รี่พัทยา-หัวหิน ร่วมเดินทางไปกับ Royal Passenger Liner

เรือ The Royal Ferry เป็น High Speed Catamaran ความเร็วสูง

ที่จะพาทุกคนข้ามอ่าวไทยกันแบบฉลิว เพียงแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงจุดหมายแล้ว!

เรื่องความปลอดภัยก็อุ่นใจได้ อุปกรณ์เซฟตี้ครบครัน

ขั้นตอนการเข้าท่าเรือมีตรวจสแกนความปลอดภัยอย่างละเอียดด้วย

ที่สำคัญคือ ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากหน่วยงานรัฐและมาตรฐานสากล

สะดวกสบายด้วยการบริการของลูกเรือ ฟิลลิ่งคือเหมือนขึ้นเครื่องบินเลยฮะ

ที่นั่งกว้างขวาง มีที่นั่งทั้งแบบ Economy / Bussiness และมีห้อง VIP ด้วย

นั่งแป๊บๆถึงล่ะ ไวกว่าขับรถจากหนองแขมไปสาทรอีก 555555555

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม & จองตั๋วเรือเฟอร์รี่ >> https://royalferrygroup.com/th/


ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทาง แล้วไว้เจอกันใหม่ในทริปหน้านะฮะ บ๊ายย บายยย 🙂

:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

Read More

The Canal Garden Resort เพชรบุรี – ที่พักแก่งกระจาน เน้นธรรมชาติ บรรยากาศริมน้ำ สำหรับสายกิจกรรม

The Canal Garden Resort09

The Canal Garden Resort เพชรบุรี – ที่พักแก่งกระจาน เน้นธรรมชาติ บรรยากาศริมน้ำ สำหรับสายกิจกรรม

เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับเพื่อนๆหลายคนเลยล่ะฮะ ที่ได้รับมอบหมายให้หาสถานที่จัดกิจกรรม

ช่วงจะข้ามปีเนี่ยเป็นเทศกาลทริปจัดเลี้ยง Outing สังสรรค์ สัมมนา ประชุมของบริษัท

โจทย์หลักคือขอใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่เหนื่อย รองรับคนได้จำนวนเยอะๆ

ต้องมีกิจกรรมให้ทำด้วย ถ้าจะให้ดีขอที่มีห้องประชุมด้วย ไม่เอาสไตล์โรงแรมนะ เบื่อแล้วว ฮ่าๆ

รีเควสเยอะขนาดนี้ ไม่ต้องหนักใจไป 247Journey ตอบโจทย์ให้ทุกคนได้ 😉

ทริปนี้ขอป้ายยาให้สาย Activity ชอบทำกิจกรรมกันซักหน่อยฮะ :3

สำหรับทริปนี้เราจะพาไปสนุกกันที่ จังหวัดเพชรบุรี กันอีกล่ะ 55555

The Canal Garden Resort

รีสอร์ทในความลับ บนพื้นที่กว่า 65 ไร่ ตั้งอยู่เส้นทางไปแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เอาจริงๆเรามาเพชรบุรีหลายทีแล้ว แต่ยังไม่เคยแวะมาเส้นนี้เลยล่ะ

แอบชมเชยว่าถนนดีมาก เส้นเลียบคลองที่น่าจะตัดใหม่ แต่ถนนดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยฮะ

ที่นี่เป็นเหมือนอีกอาณาจักรนึงเลย จากถนนเส้นหลักก็ขับฝ่าดงไร่กล้วยเข้ามาอีกซักนิด

ก็จะเจอกับความอลังการงานสร้างที่ซ่อนตัวอยู่ด้านในจ้า

สำหรับใครที่เคยเจอที่พักสำหรับรองรับคนเยอะๆ ที่เอาไว้จัดแคมป์ เข้าค่าย

ก็จะพอเข้าใจว่าระดับความน่าพักของสถานที่ ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณเกรด C-D

คือแบบเอ้ออ..พออยู่ได้ แต่ถ้าให้เลือกมาพักเองก็คงไม่มางี๊ 55555

เราขอให้ลบภาพเหล่านั้นไปให้หมด เพราะที่นี่เป็นมิติใหม่ของที่พักที่รองรับคนจำนวนเป็นร้อย

คือมาตรฐานคุณภาพคือดี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบห้องพัก ความสะอาด การตกแต่ง ทุกอย่างคือเค้าละเอียดมาก

นอกเหนือไปกว่านั้น คือพนักงาน ชุดฟอร์มพนักงานคือเว่อร์วังสุด เหมือนแอร์จ้าาา

อยู่ท่ามกลางป่าเขาเนี่ยแหละ ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่ดีงามแค่ชุดนะ แต่การบริการของพนักงานคือประทับใจจริงๆฮะ

สไตล์ของรีสอร์ทหลักๆคือเน้นการพักผ่อมท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ให้ความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆไปเลย

บ้านพักเกือบทั้งหมดคือแยกเป็นหลัง มีสเปซพักผ่อนของตัวเอง มีความต่างตรงสไตล์ห้องนิดหน่อย

แต่ส่วนใหญ่คือมีระเบียงห้องพัก มีพื้นที่ให้นั่งชิลล์ ก็เลือกเอาได้เลยว่าชอบวิวประมาณไหน ชอบมากเลยล่ะ 😉

สำหรับห้องพักมีให้เลือกหลายแบบเลยล่ะฮะตั้งแต่บ้านไม้สไตล์วินเทจ สไตล์โมเดิร์น

ลากยาวไปจนถึงพูลวิลล่า ตอนจะจองลูกค้าอย่างเราก็จะหนักใจพอควร ลังเลไปอี๊กกก 55

ขอสรุป Type ห้องมาให้แบบสั้นๆคร่าวๆ เพื่อการตัดสินใจของทุกคนนะฮะ

..

บ้านไม้วิลล่า : บ้านหลังเดี่ยวกลางสวน ได้ฟิลธรรมชาติมากกกก

ห้องพักไซส์กะทัดรัดแต่บรรยากาศอบอุ่น

ระเบียงกว้างเว่อร์ เอาไว้เป็นสเปซสังสรรค์นั่งเม้าท์มอยได้ แต่ถ้านั่งสองคนอาจจะเหงาๆหน่อย (กว้างจริง)

บ้านชมพู่ : ด้านนอกเป็นสไตล์วินเทจ ส่วนด้านในคือโมเดิร์นมาเลย

ทีเด็ดคือวิวสวนหลังบ้าน มีลำธารสไตล์ญี่ปุ่น

ที่นั่งริมระเบียงสัมผัสวิวแบบเต็มๆ ได้ฟิลเจแปนนิสสไตล์

ถ้ามาตอนอากาศเย็นๆนึกว่าอยู่หมู่บ้านน้ำใสที่นู่นนนห้องพักตกแต่งเน้นแบบโมเดิร์นฮะ

วิวสวนหลังบ้าน คือท็อปฟอร์ม !

บ้านมะเฟือง : บ้านพักสไตล์โมเดิร์นแยกเป็นหลัง มีวิวมุมสูงให้ได้ชมแม่น้ำกันแบบเต็มๆ

บ้านต้นปีป : คล้ายๆกับบ้านมะเฟืองแต่แตกต่างกันตรงวิวหลังบ้าน ใช้วิวเดียวกันกับบ้านชมพู่

บอกเลยว่าสวนหลังบ้าน และลำธารเป็นของเรา

พูลวิลล่า : บ้านพักที่มีพื้นที่ติดสระว่ายน้ำเลย มีให้เลือกแบบ 2 แบบเลยล่ะฮะ

แบบ A : เตียงใหญ่ 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น เหมาะสำหรับครอบครัวหรือคู่รักฮะ

และแบบ B นอนรวมเหมาะสำหรับแก็งค์เพื่อน เตียงเดี่ยว12 เตียง 1 ห้องนั่งเล่นคือเหมาะมากสำหรับกลุ่มเพื่อนๆงี๊

สำหรับสระว่ายน้ำของรีสอร์ท จะเป็นสระน้ำเกลือนะฮะ ดูแลกันอย่างพิถีพิถันมาก

ปล.แอบกระซิบว่ามันจะมีโซนที่เป็นอาคารนอนรวม สำหรับกรุ๊ปใหญ่ด้วยนะ รองรับได้ 100 คนแหนะ

แต่เสียดายไม่ได้เข้าไปเก็บรูป สำหรับใครที่สนใจก็เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ >> คลิกเลย

..

อย่างที่บอกไปฮะ ไฮไลท์ของที่นี่ถูกใจคนรัก Activity แน่นอน

เพราะมีกิจกรรมให้เลือกเล่นมากมาย สนุกกันยกครอบครัวก็ได้ เล่นกันยกแก็งค์ก็ดี

ทั้งปีนผาจำลอง, Zipline โรยตัว, ขับเจ็ทสกี, ปั่นจักรยาน, ATV, ถีบเรือเป็ด

คือมีทั้งสไตล์ Adventure ผจญภัย และ กิจกรรมเบาๆ ก็ตอบโจทย์ได้หมด

และบอกเลยฮะว่า ราคาเข้าถึงได้แน่นอน!

นอกจากบรรยากาศเจ๋งๆแล้ว ในตัวที่พักเองก็ยังมีกิมมิคของสถานที่เอาไว้ให้ถ่ายรูปเล่นกันเพียบด้วยล่ะ

เค้าจัดสถานที่ ตกแต่งสวน หมุนเวียนเปลี่ยนแบบตลอด เรียกได้ว่า ถ้าลูกค้ากลับมาเที่ยวอีกครั้ง ไม่ต้องกลัวจะเบื่อ

เพราะว่าเค้าก็จะเปลี่ยนรูปแบบการตกแต่งไปเรื่อยๆน่ะแหละ จับนู่นผสมนี่เอาอะไรใหม่ๆมาเรื่อย

แบบว่าพัฒนากันอยู่ตลอด ไม่ทิ้งขว้าง ปล่อยพื้นที่ให้ทิ้งร้างกันแน่ๆ

หมดพลังไปกับกิจกรรมต่างๆของที่นี่ XD

เลยขอเติมพลังด้วยมื้อเที่ยที่ร้านอาหารโรงแรมกันก่อนฮะ

มาเที่ยวทั้งทีขอลองเมนูพื้นบ้านรสเด็ดซะหน่อย

เริ่มด้วย ‘ปลาคังผัดฉ่า’ ปลาสดๆจากแก่งกระจาน ชิ้นใหญ่ ผัดมาแบบหอมกลิ่นสมุนไพรสุดๆ

‘แกงป่าไก่บ้าน’ รสชาติดุดันถูกใจมาก เป็นแกงที่ไม่ใส่กะทิ เลยยิ่งได้กลิ่นหอมของพริกแกงแบบเต็มๆ

เบรกเมนูความแซ่บกันนิดด้วยเมนู ‘ปีกไก่อวบ’ ปีกไก่ยัดไส้มาแบบอวบๆสมชื่อ เมนูนี้น่าจะถูกใจตัวเล็กตัวน้อยเลยฮะ

สำหรับอาหารเช้าที่นี่ก็จัดมาให้เต็มที่ มีทั้งอาหารเช้าแบบ ABF และข้าวต้มพร้อมผลไม้ตบท้าย

จะชอบทานมื้อเช้าแบบฝรั่งหรือแบบไทยก็มีครบ

แต่ถ้ามาเป็นกลุ่มจำนวนมาก เค้าก็มีบริการเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ด้วยนะเออ

สำหรับเรา ความประทับใจอีกอย่างของที่นี่คือ เค้าค่อนข้างใส่ใจกับสถานที่มากๆ เรียกได้ว่าใส่ใจกันทุกตารางเมตร

คืออยากให้ทุกคนจินตนาการนึกภาพบรรยากาศรีสอร์ท 60 กว่าไร่ ต้องใช้พนักงานดูแลกี่คนกันน่ะ

แล้วคือทำออกมาได้ดีกว่าที่เราคิดไว้เยอะมากกกกก คือสะอาดเกินมาตรฐานที่พักสัมมนาทั่วไปมากๆ

สรุปนะฮะ สำหรับใครที่ชอบที่พักเน้นสายธรรมชาติ มีกิจกรรมให้เล่น ขับรถไปไม่ไกลกรุงเทพฯด้วย

มีห้องพักให้เลือกหลากหลายสไตล์ ถูกใจทั้งครอบครัว คู่รัก แก็งค์เพื่อน หรือจะกลุ่มใหญ่ๆก็รองรับได้ทุกแบบ

เราคิดว่าที่นี่เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยล่ะ งบประมาณก็สบายกระเป๋าเลยล่ะฮะ 🙂

..

สอบถามข้อมูลและติดต่อจองห้องพัก :  The Canal Garden Resort

Google Maps : https://goo.gl/maps/4tqCnhHJdss

Tel :  092 186 4114


24 Hours a day, 7 Days a week for Journey!

Facebook : 247Journey

Twitter : 247Journey

Instagram : 247Journeyy

Read More

Amdaeng Bangkok Riverside Hotel ความสง่างามที่มิอาจซ่อนเร้น ย่านธนบุรี

Amdaeng Hotel

Amdaeng Bangkok Riverside Hotel ความสง่างามที่มิอาจซ่อนเร้น ย่านธนบุรี

Bangkok Hidden Place ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด! เป็นบูธีค โฮเต็ล ที่มีการผสมผสานทุกอย่างได้อย่างลงตัว

ทั้งดีไซน์ของโรงแรม สีสันอันโดดเด่น สไตล์การตกแต่งแบบไทยประยุกต์ บวกกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดีงามมากๆ

ตัดภาพมาที่ Rooftop Bar ด้านบนก็ได้อีกฟิลลิ่ง แถมยังได้สัมผัสบรรยากาศวิวกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา

ถ้าพร้อมแล้วไปสัมผัส Amdaeng กันดีกว่า!

The Best Romantic Hotel in Bangkok คือคำนิยามของโรงแรมนี้ฮะ

ซึ่งหลังจากที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศของที่นี่ ก็เหมาะสมกับคำนิยามนี้จริงๆน่ะแหละ เราก็ไม่มีอะไรจะเถียงเลย!

รีวิวคราวนี้ขอละเมียดละไมกันซักนิด ขอพาไปสัมผัส Amdaeng กันแบบช้าๆ ก็เรายังคิดถึงฟิลลิ่งตอนที่ไปพักอยู่เลย 😛

มาเริ่มกันจาก ชื่อเสียงเรียงนาม ของโรงแรมกันดีกว่า!

อำแดง – พอได้ยินครั้งแรก แล้วรู้สึกว่ามันต้องสไตล์โบร๊าณ โบราณ ภาพเรือนไม้แบบไทยๆนี่โผล่มาเลยล่ะฮะ

จริงๆแล้ว อำแดง เป็นภาษาไทยโบราณเนี่ยแหละ

ความหมายก็คือเป็นคำขึ้นต้นชื่อผู้หญิงสมัยก่อนฮะ (อารมณ์เหมือน นาง/นางสาว สมัยนี้)

..

สไตล์ของโรงแรม โทนสีหลักๆจะใช้เป็นสีแดงชาดฮะ การตกแต่งก็จะเน้นแนวย้อนยุคหน่อยๆ

ได้กลิ่นอายทั้งความเป็น ไทย จีน ตะวันตก ผสมกันอย่างลงตัว และดีเทลคือละเอียดดีฮะ ทั้งลายกระเบื้อง

มุมแสง โทนสี ลวดลายฉลุแบบไทยๆอย่างขนมปังขิง

แม้พื้นที่จะค่อนข้างกะทัดรัด ก็ไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไหร่ฮะ มัวแต่เพลินไปกับอินทีเรียของที่นี่มากกว่า

ในส่วนของห้องพักที่นี่มีเพียงแค่  10 ห้องเท่านั้นฮะ เป็นโรงแรมไซส์กะทัดรัด แต่บอกได้เลยว่าอิมแพ็คในการพักผ่อนที่แรงมาก

เพราะด้วยความที่ห้องพักมันน้อยเนี่ยแหละ ก็เลยค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวมากๆ รวมไปถึงการตกแต่งแต่ละห้อง ก็จะไม่เหมือนกันฮะ

นอกจากเตียงนอนที่นุ่มละมุน เหมาะแก่การทิ้งตัวแล้ว ระเบียงด้านนอก ก็จะเจอกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบใกล้ชิด

อดไม่ได้เลยที่จะโบกไม้ โบกมือให้กับเรือที่แล่นผ่านไปมา (เฟรนด์ลี่เว่อร์) 5555555

ตอกย้ำกับความเป็น The Best Romantic Hotel คือส่วนของห้องน้ำฮะ

ที่มีเพียงม่านสีขาวกั้นบางๆ ฉลุลายลูกไม้เป็นรูปหัวใจ

ไฮไลท์เด็ดคืออ่างอาบน้ำดีไซน์เก๋ นอกจากได้นอนแช่ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบฟินๆแล้ว ยังเป็นฉากถ่ายภาพเก๋ๆได้ด้วย

หลังจากเต็มอิ่มไปกับห้องพักแล้ว จะพาขึ้นไปชมวิวด้านบนกันต่อฮะ ซึ่งเป็น Rooftop Bar คูลๆ

ให้ได้เพลิดเพลินกับวิวเจ๋งๆกันอย่างหนำใจ แค่มีเครื่องดื่มดีๆซักแก้ว ก็นั่งได้ยาวแล้วล่ะ

ไม่ใช่แค่บรรยากาศที่เด็ดนะฮะ บริเวณด้านล่างเค้ามีร้านอาหารที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดด้วยฮะ

แม้จะไม่ได้พักที่นี่ ก็แวะเวียนกันมานั่งทานอาหารกันได้ 🙂

ร้าน NYE ที่มาจากคำว่า ‘นาย’ คำนำหน้าชื่อของผู้ชายในสมัยก่อนฮะ

ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับชื่อของโรงแรมนั่นเอง เจ๋งเนอะ

ที่นี่เป็นทั้งร้านคาเฟ่บรรยากาศเก๋ๆ สามารถมานั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

บรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยสีแดงดูแล้วอบอุ่นมีพลัง ตัดกับสีดำที่ดูลึกลับน่าค้นหา

พร้อมของตกแต่งต่างๆที่ทำให้นึกถึงยุคสมัยก่อน แต่ก็ยังไม่ทิ้งความทันสมัยไปซะทีเดียว

อาหารของที่นี่ยังเป็นแบบฟิวชั่น ที่ดัดแปลงอาหารไทยมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

มาเริ่มที่เมนูอาหารว่างฟิวชั่นแบบเบาๆ

‘กระทงทอง’ ใบน้อยที่บรรจุยำแซลม่อนรสแซ่บไว้ด้านใน

กลิ่นหอมตะไคร้แบบไทยๆกับความสดของแซลมอน และความกรอบของกระทง ทำให้ทุกอย่างลงตัว

อีกเมนูเบาๆเอาใจสาวๆ ‘ซีซ่าสลัดเสิร์ฟกับปลากระพง’

ปลากระพงชิ้นใหญ่ ไม่คาว ทานกับผักสลัดสด เลค่อน และกรูตองซ์ อร่อยนัวเลยทีเดียว

ต่อกันด้วย ‘แกงคั่วหมูระกำ’ เมนูนี้เรียกได้ว่าครบรสมาก หมูสามชั้นชิ้นใหญ่ เคี่ยวนานจนนุ่ม

ให้ความหวานมันและหอมเข้ากับน้ำกะทิมาก ใช้ความเปรี้ยวจากระกำ รสชาติกล่มกล่อม ลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ

มาถึงแกงโบราณหาทานยาก ที่เชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ (รวมถึงเราด้วย)

มันคือ แกงขี้กลัว เอ้ย! ‘แกงระแวง’ ฮ่าๆๆ

แกงนี้จะเป็นลูกครึ่งผสมระหว่างแกงแดงหรือพริกแกงเผ็ด และแกงเขียวหวาน

รสชาติเข้มข้นเพราะมีน้ำแกงขลุกขลิก หอมกลิ่นตะไคร้และสมุนไพร

เมนูสุดท้ายกับ ‘แกงรัญจวนซี่โครงหมูอ่อน’ ซี่โครงหมูเปื่อยนุ่มแทบไม่ต้องเคี้ยว

น้ำซุปมีกลิ่นหอมและรสของน้ำพริกกะปิ รวมถึงกลิ่นของใบโหระพาและเครื่องเทศสมุนไพรต่างๆด้วย

ส่วนเมนูสุดท้าย บอกเลยทีเด็ด ห้ามพลาด!!

เป็นเมนูอาหารเช้าเราเองฮะ ‘ข้าวต้มกุ้ง หมูบะเต็ง’

คือดีงามมากถึงมากที่สุด ไปลองกันเถอะ 😘

จะว่าไปแล้ว บรรยากาศของที่นี่ก็ดูค่อนข้างลึกลับนะฮะ มีเสน่ห์ของความน่าค้นหาอยู่มากๆ

 แต่ก็นะ ด้วยความสวยงาม น่าดึงดูด ขนาดนี้ ต่อให้ซ่อนยังไงก็คงปิดไม่มิด 😛

ก็เพราะว่าอำแดง เปรียบเสมือนหญิงสาวที่ทรงเสน่ห์ดีๆนี่เองล่ะฮะ

และนี่แหละฮะ Amdaeng ที่พักสไตล์บูธีค โฮเต็ล บรรยากาศโรแมนติคที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หากใครกำลังมองหาที่พักดีๆในกรุงเทพฯ เราขอแนะนำให้ไปลองสัมผัสที่นี่ดู แล้วจะหลงรักหญิงสาวคนนี้แบบเรา 🙂

สอบถามข้อมูลและติดต่อจองห้องพัก >> http://www.amdaeng.com

Read More

สวีทแบบสบาย ที่พักกาญจนบุรี นอนแพสุดหรู Rayaburi Resort

rayaburi resort กาญจนบุรี

สวีทแบบสบาย ที่พักกาญจนบุรี นอนแพสุดหรู Rayaburi Resort

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่พักสไตล์ Floating มาแรงมากจริงๆฮะ

และขุมทรัพย์ของแหล่งที่พักสไตล์นี้ ก็คงหนีที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากจังหวัด กาญจนบุรี นี่เอง!

ทริปกาญจนบุรีรอบนี้ บอกเลยว่าเน้นความ Exclusive สุด

เพราะเราจะไม่ได้นอน Floating แบบธรรมดา แต่เป็น Floating ที่เพียบพร้อมในการสวีทวี๊ดวิ้ว

มีอ่างจากุซซี่ให้นอนแช่ท่ามกลางบรรยากาศกลางน้ำแบบ360องศากันอีกด้วย!

และแอบแถมนิดนึงนะฮะ เราจะพาแวะไปร้านคาเฟ่เปิดใหม่แบบชิคๆ มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ให้ได้เก็บภาพกันอีกเพียบ

บอกเลยว่าทริปนี้โดนใจสายถ่ายรูปกันแน่นอน อิอิ

..

ต้องออกตัวไว้ก่อนเลย สำหรับคนที่จะมาเที่ยวกาญจนบุรีแบบนอนแพ

ขอแนะนำให้ออกจากบ้านกันไวกว่าปกตินิดนึงฮะ เพราะมันมีกิจกรรมให้เราเอ็นจอยอยู่ในที่พักพอควรเลยล่ะ 5555

และไม่ใช่แค่นั้น..ยังมีร้านคาเฟ่เปิดใหม่สุดชิค ที่อยากให้ทุกคนไปแวะระหว่างทาง

..

The Village Farm to Cafe

คาเฟ่ที่ถูกใจคนรักสายธรรมชาติฮะ นอกจากดีไซน์บรรยากาศร้านที่ดูเข้ากับธรรมชาติมาก

ด้านในยังมีกิจกรรมให้สามารถยืมจักรยานปั่นเล่น ชมความเขียวธรรมชาติ มีบึง มีภูเขา เหมือนสถานที่เที่ยวเจ๋งๆที่นึงเลยล่ะ

ไม่ใช่แค่นั้นนะฮะ ไฮไลท์อีกอย่างที่เซอร์ไพรส์สุดคืออุโมงค์ต้นไผ่ ที่ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหน ก็สวยไปหมดเลย

สำหรับพื้นที่คาเฟ่ก็ค่อนข้างใหญ่นะฮะ มีโต๊ะให้บริการลูกค้าเยอะพอควรเลยล่ะ

ก็ไม่ต้องกลัวนะ ถึงแม้ร้านจะฮอตเบอร์ไหน ก็พร้อมรองรับลูกค้าอยู่แล้วล่ะ

สำหรับใครที่จะอยากจะไปที่นี่ ขอแนะนำว่าแวะขาไปจะเวิร์คกว่า

แอบสังเกตว่าขากลับคนจะแน่นกว่าเล็กน้อยน่ะ

ตั้งแต่ชื่อร้านรวมถึงบรรยากาศรอบๆ แน่นอนฮะที่นี่ต้องมีเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเด็ดๆให้ลอง

ขี่จักรยานชมสวนไผ่มาเหนื่อยๆ ลองสั่ง น้ำอัญชัญมะนาว สีสวยมาเติมความสดชื่นหน่อยดีกว่า

น้ำอัญชัญมีรสหวานนิดๆเสิร์ฟมาเป็นก้อนน้ำแข็งในแก้ว พร้อมกับขวดน้ำมะนาวให้เรามาเทเอง

รสเปรี้ยวนิดหวานหน่อยแบบเย็นๆ ช่วยให้สดชื่นคลายร้อนดีจริงๆ

ต่อด้วย Capellini Olio Bacon ฮะ

หลายคนอาจไม่คุ้นกับเจ้าเส้นคาเปลลินี่อะไรนี่ จริงๆมันก็เหมือนเส้นสปาเก็ตตี้ทั่วไปเลยฮะแค่บางกว่า

ทำให้ตัวเส้นสามารถจับซอสได้ดี รสก็จะเข้มข้นกว่า

ผัดมากับพริกแห้ง กระเทียมและเบคอน จานนี้ใหญ่ใช้ได้เลยทีเดียว

มาสายสุขภาพทั้งทีต้องไม่พลาดเมนูนี้เลย สเต็กอกไก่นุ่ม

ซึ่งเค้าไม่ได้โกหกเลยฮะ ตัวไก่ผ่านการ Sous vide มานุ่มมากๆๆๆ

เนื้ออกไม่มีความแห้งหรือกระด้าง ไม่ต้องกลัวว่าทานแล้วจะฝืดคอ

เนื้อยังมีความฉ่ำ เสิร์ฟมาคู่กับซอสครีมเห็ด ทานกับสลัดด้วยดีต่อพุงมากฮะ

ทางร้านยังมีเมนูเพื่อสุขภาพอื่นๆอีกเยอะมากฮะ ทั้งขนม ชา กาแฟ และน้ำผลไม้สกัดเย็น

ถือว่าเป็นอีกร้านที่ใครมาพักที่กาญจะต้องแวะมาเลยฮะ

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/TheVillageFarmToCafe/

Google Maps : https://goo.gl/maps/wpBeXfG5P622

Tel : 034-540-599

 


Rayaburi Resort (รายาบุรี รีสอร์ท)

อีกหนึ่งที่พักสุดหรู แอบซ่อนตัวอยู่ในโซนลับของที่พักแพกาญจนบุรีฮะ

ด้วยทำเลที่ขับเลยโซนที่พักแพริมน้ำอื่นๆเข้ามาอีกหน่อย

ทำให้ความโดดเด่นอย่างแรกของที่นี่ คือเรื่องความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆเลยล่ะฮะ

บรรยากาศของ Rayaburi Resort โอบล้อมไปด้วยวิวสวยๆ น้ำใสๆ

ภูเขาล้อมรอบและความเงียบสงบ ได้ฟิลลิ่งของการพักผ่อนอย่างแท้ทรู

ซึ่งห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกทั้งแบบคนที่ชอบวิวกว้าง มุมสูง แบบพาโนรามา

หรือจะเป็นสไตล์ชิลล์ๆ เป็นแพที่พักกลางน้ำให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติกันแบบสุดๆก็มีฮะ

แต่ๆๆ อย่าเพิ่งคิดว่าการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติจะต้องลำบาก ต้องนอนร้อนตากยุง

ลบภาพพวกนั้นออกไปให้หมด เพราะที่รายาบุรี ทุกห้องพักคือเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

..

และอย่างที่บอกครั้งนี้ Exclusive สุดๆ ทริปนี้ห้องพักของเราเป็นโซนเปิดใหม่ด้วยล่ะฮะ

Raya Island Jacuzzi Suite ซึ่งทั้งที่พักมีแค่ 2 ห้องเท่านั้น!

ซึ่งไฮไลท์ของห้องนี้ จะมี อ่างจากุซซี่ ริมระเบียงห้องเลยฮะ

ให้ทุกคนได้นอนแช่อ่าง จิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมบรรยากาศสุดฟิน ทั้งสายน้ำ ทั้งภูเขาล้อมรอบ

โอยย ขับรถมาเหนื่อยๆ เจออะไรแบบนี้ บอกเลยว่าลืมความเหนื่อยล้าทั้งหมดเลยล่ะ 5555

หลังจากอินไปกับห้องพักสวยๆแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมอื่นให้ได้ทำกันอีกด้วยนะฮะ

ทั้งคายัค / ล่องแพ (มีทั้งล่องชมวิวแบบสวยๆและล่องแพเปียก)

บอกเลยว่า เอ็นจอยกับบรรยากาศเจ๋งๆและกิจกรรมสนุกๆกันได้เต็มที่ไปเลย ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินเลยล่ะ

เพราะทางที่พักมีห้องอาหารเป็นของตัวเอง ไม่ต้องขับรถออกไปให้เหนื่อยจ้า

หรืออยากจะสั่งอาหารมาทานที่ห้องพัก นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกก็ได้ เอาเท้าจุ่มน้ำ นั่งๆนอนๆ ดีงามไปอีก!

พอตื่นเช้ามาก็แนะนำนะฮะ ออกมาแช่อ่างกันอีกรอบ

คราวนี้ขอแปลงโฉมเป็นคุณแพร นี่มันรายการเรียลลิตี้ This is me VATANIKA ชัดๆ

พร้อมกับจินตนาการเรียก สาจ๋า! มาถูหลังให้ฉันหน่อยซิ .. บอกเลยว่าลุคนี้ ฟิลมันได้ 5555555

อ่ะๆๆ ก่อนกลับบ้านขอเก็บอากาศดีๆให้เต็มปอดอีกซักนิด

อย่างที่บอกฮะว่าที่นี่เค้ามีทั้งแพเปียก เผื่อใครอยากจะโดดน้ำโครมๆกับกลุ่มเพื่อน

หรือถ้าใครอยากนั่งชมวิวเย็นๆสวยๆก็เลือกล่องแพแบบนี้ก็ได้ฮะ

เผื่อใครอยากมาสวีทกับแฟน พาลูกพาหลานหรือมากันแบบครอบครัวก็ได้

บนเรือเค้าก็จะมีทั้งผลไม้ ของว่าง และน้ำผลไม้ไว้บริการด้วย มโนว่าอยู่บนเรือยอร์ชส่วนตัวก็ไม่ปาน ฮ่าๆๆ

และสำหรับใครที่กำลังมองหา ที่พักสไตล์ Floating นอนแพกลางน้ำ

เน้นเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัว ขอแนะนำที่นี่เลยล่ะฮะ Rayaburi Resort

เป็นอีกที่พักนึงที่บรรยากาศเจ๋งจริง วิวภูเขา ธรรมชาติ พร้อมกับสายน้ำเย็นๆล้อมรอบ

เป็นการชาร์จแบต เติมพลังชีวิตได้อย่างดีเลยอ่ะ ลองไปกันดู!

และไว้เจอกันใหม่รีวิวหน้าฮะ บ๊าย บายยยย >3

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/Rayaburi/

Google Maps : https://goo.gl/maps/sjePfX4CBHm

Tel :  096-356-2945


24 Hours a day, 7 Days a week for Journey!

Facebook : 247Journey

Twitter : 247Journey

Instagram : 247Journeyy

Read More

STOCK ร้านลับย่านรามคำแหง : บาร์เบอร์และคราฟท์เบียร์ดีๆ ที่คุณไม่ควรจะพลาด

Stock คราฟท์เบียร์

เปิดวาร์ป ร้านลับย่านรามคำแหง บาร์เบอร์และบาร์คราฟท์เบียร์ดีๆ ที่คุณไม่ควรจะพลาด!

“ทำในสิ่งที่รัก แล้วเราจะสามารถอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข” หลายคนคงเคยได้ยินแบบนั้นฮะ

บางคนก็ชอบเดินทาง บางคนก็ชอบทำอาหาร หรือแม้แต่ชอบทำงานคราฟท์

ซึ่งงานคราฟท์ที่พูดถึงเนี่ย ไม่ใช่แค่พวกเครื่องสานเครื่องทอ หรือดอกไม้ประดิษฐ์ตกแต่งแบบที่เข้าใจ

วันนี้จะมาเปิดโลกกับงานฝีมืออีกรูปแบบ นั่นคือ คราฟท์เบียร์ (Craft Beer) ฮะ

..

เผื่อใครไม่ใช่คอเบียร์ มาทำความรู้จักเจ้าคราฟท์เบียร์ก่อนดีกว่า!

คราฟท์เบียร์ คือเบียร์ที่เกิดจากการหมักเบียร์แบบดั้งเดิม

อารมณ์แบบต้มเบียร์เองอ่ะฮะ และที่สำคัญผลิตในจำนวนไม่เยอะ (เป็นผู้ผลิตไซส์ย่อย) น่ะฮะ

ซึ่งความเจ๋งของคราฟท์เบียร์นี่คือ คนหมักจะใส่วัตถุดิบอะไรก็ได้ตามชอบ

เหมือนการทำอาหารน่ะแหละ สไตล์ใครสไตล์มัน ปรุงออกมาก็ได้รสชาติที่ต่างกันไป

ซึ่งมันทำให้คนทำทั้งเสี่ยงและรู้สึกสนุกที่จะลอง

เพราะแบบนี้น่ะแหละฮะ..คราฟท์เบียร์แต่ละที่ก็เลยมีความยูนีคและมีรสชาติเฉพาะตัว

อ่านมาถึงตรงนี้รู้สึกได้ถึงความคูลเลยใช่มั้ยล่ะ? แฮ่ๆ 😛

วันนี้เราเลยอยากชวนไปรู้จักร้านคราฟท์เบียร์ดีๆอีกร้านฮะ

ที่เจ้าของร้านเค้าค่อนข้างหลงใหลในการดื่มและทำเบียร์ทานกันเอง

เรียกได้ว่าร้านนี้เกิดได้ เพราะมาจาก Passion ส่วนตัวล้วนๆฮะ!

..

STOCK รามคำแหง112

จริงๆหลายคนย่านนั้น น่าจะรู้จักร้านนี้ในนามของ แต๋ง บาร์ ฮะ

เพราะร้านพี่แต๋งเนี่ยเป็นร้านนั่งดื่มชิลล์ๆประจำหมู่บ้านสัมมากร ซอยรามคำแหง 112 นี้เลยล่ะ

เปิดกิจการมานานมากฮะ ตั้งแต่สมัยเป็นบาร์ที่มี Rooftop

จนตอนนี้ปรับรูปแบบร้านลงมาให้เหลือเพียงแค่ชั้นล่างเท่านั้น

แต่ใครเอยจะไปรู้! ว่าตอนนี้พื้นที่ชั้น 2 ของร้าน จะมีทีเด็ดซ่อนอยู่ฮะ

Stock เป็นเหมือนคอมมูนิตี้ย่อมๆสำหรับคนรัก Craft Beer เลย

เพราะที่นี่เค้ารวบรวมเบียร์จากเพื่อนๆ คนรู้จักที่ชื่นชอบการทำคราฟท์เบียร์มาให้ชิมกันฮะ แต่ละตัวนี่เด็ดๆแน่นอน

จริงๆแล้วพื้นที่ตรงนี้มันเริ่มมาจากความชอบของเจ้าของร้านฮะ

เป็นกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบการกินเบียร์ การทำคราฟท์เบียร์

เลยเริ่มจากการทดลองทำและผลัดกันชิม แลกเปลี่ยนกันไป-มา

จนพัฒนาเป็นรูปแบบเฉพาะของตัวเองเนี่ยแหละฮะ

โดยที่ร้านจะมีโต๊ะให้นั่งชิลล์กันเพลินๆ ลมเย็นๆผ่านหน้าต่าง มีวิวต้นไม้

ฟังเพลงเพราะๆ ก็ถือว่าเป็นช่วงโมเมนท์ดีๆเลยล่ะฮะ

ส่วนถ้าใครต้องการกับแกล้มมาทานเพลินๆ ก็สามารถซื้อจากข้างนอกเข้ามาทานได้เลยฮะ

โคตรเยี่ยมอ่ะตรงนี้ คิดว่าหลายคนอาจจะจัดขนมไปหลายห่อ (กินเยอะกว่าเบียร์อีกงี๊ ฮ่าๆๆ)

คือชอบมาก ดูแบบ Open สุดๆ อยากให้ทุกคนได้มาลอง!

ที่ร้านก็จะมีแท็ปเบียร์อยู่พอควรเลยฮะ ซึ่งแต่ละแท็บ(หัวกด)ก็จะมีรสชาติเฉพาะตัวมากๆเลย

บางตัวอาจจะเข้ม บางตัวก็รสละมุน แล้วแต่ความชอบส่วนตัวเลย

โดยราคาของคราฟท์เบียร์ร้านนี้ เซอร์ไพรส์หลายคนแน่ๆฮะ

ปกติคราฟท์เบียร์แต่ละแก้วจะราคาค่อนข้างเอาเรื่องอยู่

แต่ร้านนี้อยากปล่อยของ อยากให้ทุกคนได้มาลองชิมคราฟท์เบียร์ดีๆในราคาที่เอื้อมถึงได้

ตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ : ราคา 100.- ทุกแก้ว

เอ้า! ไปชนกันได้ 😛

และนอกจากเป็นร้านคราฟท์เบียร์สัญชาติไทยแท้แล้ว

ความเจ๋งอีกอย่างของที่นี่คือ

ก็ยังมีโซนบาร์เบอร์ บริการตัดผมชายสไตล์วินเทจ ที่เวลาเปิด-ปิดไม่เหมือนใครอีกด้วยล่ะฮะ

ซึ่งเค้าจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง ตี 2 เท่านั้น

เหมาะมาก! สำหรับหนุ่มๆที่ไม่มีเวลา เลิกงานช้า และยังมีงานด่วนตอนเช้าอีก

หาร้านตัดผมเสริมลุคไม่ทัน แวะมาที่นี่ได้เลยฮะ

ซึ่งเราว่ามันเวิร์คมากอ่ะ

เพราะนอกจากฝีมือการตัดผมที่พูดได้ว่าเนี๊ยบและใส่ใจรายละเอียดแล้ว

ที่นี่เค้ายังมีโปรคูลๆ ตัดผมแถมคราฟท์เบียร์เย็นๆ เสริมหล่อไปจิบเบียร์ไป โอยยย ชิลล์ไปอี้ก!

นั่นแหละฮะ คงไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร

แต่ก็มีหลายคนที่โชคดี รู้จักตัวเองและมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่รัก

เหมือนกับ STOCK บาร์เบอร์และบาร์คราฟท์เบียร์เล็กๆแห่งนี้

ความมุ่งมั่นในการทำร้านที่เต็มไปด้วย Passion อยากให้ที่นี่เป็นเหมือนคอมมูนิตี้สำหรับคนรักคราฟท์เบียร์

หากใครมีโอกาสผ่านไปโซนนี้ เราก็อยากให้ลองแวะไปเยี่ยมหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับพี่ๆเค้ากันนะฮะ

นอกจากได้ลองเบียร์รสชาติใหม่แล้ว ยังได้มิตรภาพดีๆอีกด้วยฮะ 🙂

ข้อมูลเพิ่มเติม : STOCK


24 Hours a day, 7 Days a week for Journey!

Facebook : 247Journey

Twitter : 247Journey

Instagram : 247Journeyy

Read More

แบกเป้เที่ยวสวนสนุกดรีมเวิลด์(Dream World) พร้อมแนะนำที่พักใกล้ๆ ทริปนี้ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้!

DreamworldTrip Cover

แบกเป้เที่ยวสวนสนุกดรีมเวิลด์(Dream World) พร้อมแนะนำที่พักใกล้ๆ ทริปนี้ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้!

เชื่อว่าความฝันตอนเด็กๆของหลายคนคือ ได้ไปเที่ยวสวนสนุกดรีมเวิลด์ (Dream World) กับแฟน

เดินจูงมือ ตั้งกล้องถ่ายรูปทำมือประกบเป็นรูปหัวใจ(นึกภาพท่าซารางเฮโยออกม๊ะ5555) ตรงสวนด้านหน้าอ่ะฮะ

เข้าไปถ่ายรูปในบ้านยักษ์ หรือถ้าชอบหวาดเสียวหน่อยก็เล่นไวกิ้งอ้อนแฟน

แหม่! แค่คิดนี่ก็รู้สึกกลับไป14อีกครั้งละ ฮ่าๆๆ

ไปค่ะ..ทริปนี้เราจะพาไปย้อนวัยในโลกแห่งความฝัน Dream World ไงจะใครล่ะ อิอิ

สำหรับวิธีการเดินทางก็ไม่ยากเลยฮะ เนื่องจากโลเคชั่นของดรีมเวิลด์เนี่ย ติดถนนใหญ่เลย

ที่สำคัญก็มีรถ Shuttle Bus รับส่งจากทางเข้าด้วย

การเดินทางมีทั้งรถเมล์ รถตู้ รถสองแถว ตามความสะดวกของแต่ละคนฮะ

แต่ของเราเดินทางมากจากพระราม 2 ก็เลือกนั่งรถตู้จากพระราม 2 มาลงฟิวเจอร์รังสิต

และต่อรถสองแถวฮะ ถามคนแถวนั้นได้เลย ว่าไปยังไง มีหลายทางเลือกมากๆ 55555

เรานั่งสองแถวมาลงฝั่งตรงข้ามฮะ เห็นสะพานสีชมพู ป้ายดรีมเวิลด์คือใช่

ข้ามสะพานลอยมาก็จะเจอทางเข้า ต่อรถ Shuttle Bus ไปซื้อตั๋วโลดด!

..

ในส่วนของค่าบัตรเครื่องเล่น Dream World ก็มีให้เลือกหลักๆ 3 แบบฮะ

บัตรผ่านประตู : 250 บาท

บัตรรวมเครื่องเล่น (เล่นได้ทุกเครื่องเล่น อย่างละ 1 รอบ) : 500 บาท

บัตรวีซ่า (เล่นได้ทุกเครื่องเล่น ไม่จำกัดจำนวนรอบ) : 600 บาท

ปล.แนะนำให้เช็คโปรโมชั่นก่อนซื้อนะฮะ เพราะว่าที่นี่ชอบมีโปรฯร่วมกับที่อื่นๆ

เอามาเป็นส่วนลดได้ อย่างเราช่วงที่ไปมี โปรโมชั่นกับทาง AIS

ซื้อบัตรรวมเครื่องเล่น 2 ใบได้ในราคา 900 บาท (เซฟเงินไปได้อีก 100 แหนะ)

เป็นธรรมเนียมของการเข้ามาที่นี่ จุดแรกที่หลายคนใช้เวลาซักพักใหญ่คือการถ่ายรูปตามทางเดิน

 มีลูกโลกสีฟ้า เป็นตัวแทนของโลกแห่งความฝัน เข้ามาสู่พื้นที่ของความสุขกันเรียบร้อยแล้ว!

ดูไปดูมาก็คล้ายๆ Universal เมืองนอกเหมือนกันนะเนี่ยยย 😛

 

นี่บอกเลยว่าสำหรับเราดรีมเวิลด์เนี่ยเป็นสถานที่ในตำนานมากๆฮะ

ก่อเกิดมากับยุคที่โด่งดัง บูมมาก พีคมากกับเมืองหิมะ ช่วงนั้นใครได้ไปคือเท่สุดๆไปเลยอ่ะ

มาๆๆเข้าไปชมบรรยากาศกันเลยดีกว่า!

ความร่มรื่นมีอยู่ทุกอณูเลยฮะ เข้ามานี่คือกิจกรรมเยอะสุด ไม่มีเบื่อ

ทั้งสวนสนุก สวนน้ำ จัดเต็มที่นี่มีหมด!

แต่สำหรับเราวันนี้มาย้อนวัย เครื่องเล่นฮอตฮิตสมัยเด็ก ที่ติดใจจนถึงทุกวันนี้

ขอคัดเฉพาะเครื่องเล่นเด็ดๆ ที่ชอบมาให้ชมกันนะฮะ อิอิ

..

ไวกิ้งส์ : เรือเหาะ สวิงกลางอากาศ สัมผัสลมและความเสียวแบบลอยฟ้า

เวลาเล่นแล้วเหมือนจะหลุดออกจากเรือ งงมากไม่ได้มึนไรเลย แต่ลงมาทำไมจะอ้วก 55555555

แร๊พเตอร์ : บอกเลยนี่ไม่ได้ดังแค่เป็นวงนักร้องสมัยก่อน

แร็ปเตอร์ที่ดรีมเวิลด์คือทีเด็ด 5555555

ฟิลลิ่งคือเหมือนนั่งในกะละมังและหมุนๆๆๆติ้วๆๆ เหมือนจะลอยเคว้งคว้างไปในอวกาศ

ความมันส์คือเสียงเพลงแบบตื๊ดๆ และ คนพากษ์ ฮาได้อีกกกกก

รถบั๊ม : คือยังไงอ่ะ เล่นที่ไหนก็ไม่มันส์เท่าที่นี่ 555

อาจจะเพราะด้วยพื้นที่และจำนวนรถที่เยอะแยะ เลือกชนไม่ถูก ก็ยังเป็นเครื่องเล่นฮอตฮิตน่าติดใจ

 

สกายโคสเตอร์ : รถไฟเหาะที่เหมือนลอยอยู่กลางอากาศ มันส์ดี แหกปากสนุกมาก 555555

แบล็คโฮล โคสเตอร์ : รถไฟตะลุยอวกาศ

ดื่มด่ำไปกับความสนุกแบบมืดมิด เหมือนอยู่ในอวกาศ ฟิลลิ่งกำลังทะยานออกสู่นอกโลก

แล้วเวลาเล่นเป็นอะไรไม่รู้ จินตนาการเยอะงี๊ คือต้องเกร็งและก้มหัว กลัวจะชนอะไรอยู่ตลอด 555

และเครื่องเล่นสุดท้ายที่ขาดไม่ได้

ซุปเปอร์สแปลซ : เรืออะไรลงน้ำที คลื่นใหญ่ขนาดนี้ ไม่เห็นเรือแล้ววว 555 เล่นทีก็เปียกกันไปเลยจ้าาา!

ส่วนใครที่อยากเปียกแต่ไม่อยากล่องเรือ ก็สามารถขึ้นไปความชุ่มฉ่ำจากสายน้ำได้ที่สะพานตรงเครื่องเล่นโลดด

เนี่ยแหละฮะ ด้วยความที่ฝนตก เลยเก็บมาได้เฉพาะบางเครื่องเล่นเองฮะ เสียดาย Y_Y

ใครจะไปเที่ยวก็เปิดดูพยากรณ์อากาศกันไว้ก่อนเน้อออ

จริงๆยังมีเครื่องเล่นให้เล่นอีกเยอะเลย และมีกิจกรรมโชว์ด้วย เรียกได้ว่าสนุกกันแบบเต็มวัน ไม่มีเบื่ออ่ะ!

รายละเอียดเพิ่มเติม : Dream World

 


Triple Trees Hotel

เป็นอีกหนึ่งที่พักน่าสนใจมากฮะ สำหรับใครที่มีแพลนไปเที่ยวสวนสนุกดรีมเวิลด์

เป็นที่พักเปิดใหม่ได้ไม่นานนัก และก็อยู่ใกล้ๆกัน บริเวณลำลูกลา คลอง 4 เองอ่ะ

แม้ตัวที่พักจะไม่ได้ติดถนนหลัก แต่เรื่องของการเดินทาง ก็ไม่เป็นปัญหานะฮะ

เพราะมันจะมีรถสองแถวตรงปากซอย หรือ ถ้าใครขี้เกียจจะนั่งรถมาจากดรีมเวิลด์เลยก็ได้

สไตล์ของที่นี่จะเป็นโรงแรมขนาดกลางฮะ

มีให้บริการห้องพักทั้งแบบระยะยาว(รายเดือน)และ ระยะสั้น(รายวัน)

จำนวนห้องพักมีมากพอที่จะรองรับกรุ๊ปใหญ่ๆแน่นอน ไม่ต้องกังวลเลยล่ะ

ที่สำคัญความพิเศษของ Triple Trees Hotel คือเป็นเรื่องของคุณภาพ ความสะอาด

และทีเด็ดสุดคือเรื่องราคา บอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆเลยล่ะฮะ!

หลายๆคนพอบอกว่าเป็นโรงแรมราคาอาจจะแพง

แต่บอกเลยว่าที่นี่ราคาหลักร้อยแต่ความสะอาดและความสะดวกสบาย

ระดับเทียบเท่าโรงแรมหลักพันฮะ

มุมถ่ายรูปชิคๆก็มีเน้ออออ ฟิลนางแบบไปอี๊กก

สำหรับในส่วนของห้องพัก มีให้เลือกอยู่ 3 แบบฮะ (Deluxe / Twin / Suite)

ไฮไลท์ของที่นี่คือห้องพักกว้างเว่อร์ กว้างจริงๆฮะ และสัมผัสได้ถึงความสะอาดอ่ะ

บรรยากาศดูดีมาก เกินราคา ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 690.-/คืน

(หารเฉลี่ยนี่คือตกคนละ 350 บาท มีทอนไปอี๊ก)

..

สำหรับห้องพักแบบแรกฮะ Deluxe Room ใครที่ชอบนอนเตียงใหญ่ ก็จัดห้องนี้โลด!

ส่วนห้องพักแบบ Twin Room : จะเป็นเตียงเล็ก 2 เตียง แต่ไซส์ห้องยังใหญ่เหมือนเดิมนะ 555555

และสำหรับ Type ห้องสุดท้าย อันนี้ชอบมากฮะ

Suite Room : ห้องพักสำหรับ 3 ท่าน (เตียงใหญ่ 1 เตียงเล็ก 1)

นานๆทีจะเจอห้องพักสำหรับ 3 คนอ่ะ และที่สำคัญ พื้นที่ห้องยิ่งกว้างขึ้นไปอี๊กกก

สำหรับดีไซน์ภายใน จะเน้นความเรียบง่ายฮะ แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน

มีมุมโซนทำงาน นั่งอ่านหนังสือ ริมหน้าต่าง ซึ่งวิวดีมากเลยฮะ ไม่มีตึกบังเลย

มีแอร์เย็นๆ บวกกับ Wifi แรงๆให้บริการ (มีสาย LAN ให้ต่อเลยล่ะจ้าาา)

นอกจากนี้ในที่พักจะมีขนมและเครื่องดื่มจำหน่าย

สามารถซื้อขนมและเครื่องดื่มขึ้นมากินข้างบนได้ด้วย

ส่วนใครจะเตรียมเสบียงมาเอง ก็ไม่ว่ากันเน้ออ

และสำหรับใครที่หิวโหยมา บอกเลยว่าร้านอาหารชั้นล่างคือทีเด็ด

ราคาไม่แพง ให้เยอะ และรสชาติอร่อย ติดใจฝีมือแม่ครัวที่นี่ไปล่ะจ้าาา

อย่างที่บอกน่ะแหละฮะ ที่นี่ค่อนข้างแตกต่างจากจากโรงแรมขนาดกลางทั่วไป

ความสะอาด การบริการ บรรยากาศที่พัก น่าจะเกินราคาที่จ่ายไปจริงๆน่ะแหละฮะ

สำหรับผู้ที่สนใจเที่ยวสวนสนุกดรีมเวิล์ด หรือ แถวปทุมธานี แนะนำเลยฮะ

รายละเอียดและช่องทางการติดต่อตามนี้เลย

Tel. 02-102-4532 , 02-102-4533 หรือ 064-980-0523

Line : @tripletreeshotel

คลิกเพื่อแอดไลน์ : http://line.me/ti/p/~@tripletreeshotel

รับชมเว็บไซต์เพิ่มเติมที่ http://www.tripletreeshotel.com

Facebook : https://www.facebook.com/tripletreeshotel/

คลิกเพื่อ Chat Inbox : https://m.me/tripletreeshotel

instagram : https://www.instagram.com/tripletreeshotel/

📍Google map : https://goo.gl/FFyJ4W


ถือว่าเป็นอีกทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ที่พาไปย้อนวัย ชาร์จแบต คิดถึงความสนุกในวัยเด็ก 🙂

และจริงๆเส้นทางนั้นยังมีที่เที่ยวให้ไปอีกหลายที่เลยนะฮะ

ทั้งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปทุมธานีThai Wake Park /พิพิธภัณฑ์โชคชัยรังสิต

ส่วนห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงก็จะมี ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต / Zpell / Zeer Rangsit

แถมยังไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองด้วยล่ะฮะ

ใครมีโอกาสก็ลองไปเที่ยวกันดูเน้ออ!

24 Hours a day, 7 Days a week for Journey!

Facebook : 247Journey

Twitter : 247Journey

Instagram : 247Journeyy

Read More

Cozy Space : Co-Working Space สุดคูล ย่านงามวงศ์วาน

Cozy Space Co-Working Space

Cozy Space : Co-Working Space สุดคูล ย่านงามวงศ์วาน

เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว..ที่แท้ทรู!

เป็นทั้งที่นั่งทำงาน / นั่งอ่านหนังสือ / มีขนมและน้ำบริการ / มีบอร์ดเกมส์ให้เล่นคลายเครียด

มีห้องประชุมส่วนตัว / ร้านอาหาร / คาเฟ่

เอ้า..เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ 5555555

คิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูก ลองเปลี่ยนที่(นั่ง)ทำงานกันดูมั๊ยฮะ?

วันนี้เราจะพาไปพบกับพื้นที่ทำงาน Co-Working Space แบบคูลๆ ย่านงามวงศ์วานกันฮะ

เอาใจหนุ่มสาวม.ธรุกิจบัณฑิตย์ / เกษตรฯ

หรือว่าจะเป็นคนทำงานย่านงามวงศ์วาน ชินเขต ดอนเมือง เดินทางสะดวกแน่นอน!

 

Cozy Space Co-Working Space

ที่นี่เป็น Co-Working Space สุดคูล ที่พร้อมจะเติมไอเดียเก๋ๆของทุกคนให้ลื่นไหลฮะ!

ด้วยสเปซในการนั่งทำงานที่ให้ฟิลลิ่งแบบโมเดิร์นๆ

พื้นที่ค่อนข้างกว้าง โปร่ง สบายตา เป็นความเรียบง่ายแบบเท่ๆ

จะทำให้การนั่งทำงาน-อ่านหนังสือ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เฮ้..ฮัลลูเลยา!

สำหรับโซนที่นั่งก็จะมีให้เลือกเปลี่ยนบรรยากาศได้พอควรเลยล่ะฮะ เรียกได้ว่าไม่มีเบื่อ

ทั้งมุมแบบส่วนตัว(ริมหน้าต่าง) / โซฟาสบายๆ / รวมไปถึงมุมที่นั่งทำงานกับเพื่อนได้

บวกกับแอร์เย็นๆ + ปลั๊กไฟ + Wifi แรงๆ แค่นี้ก็ฝังตัวอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันล่ะฮะ!

และด้วยความที่ทาง Cozy Space อยากจะดีไซน์ให้บรรยากาศมันออกมาแบบสบายๆ

สมองจะได้แล่นๆเวลาทำงานงี๊ การจัดสรรพื้นที่ก็ไม่ได้แออัดเลยฮะ

เหลือสเปซโล่งๆให้พอเดินจิบกาแฟไปมาได้ เผื่อคิดอะไรไม่ออก 55555

แถมยังมีบาร์ขนมและน้ำดื่มไว้บริการฟรีด้วย!

แต่ก็นะ..หากใครที่อยากได้เครื่องดื่มอื่นๆนอกเหนือจากที่เค้ามีบริการ

ก็สามารถสั่งมาได้ฮะ เพราะด้านล่างของ Cozy Space เองก็มีทั้งคาเฟ่และร้านอาหารให้บริการด้วยล่ะ

แต่จะสั่งขึ้นมาทานข้างบนได้ ก็เฉพาะเครื่องดื่มเท่านั้นฮะ

*เดี๋ยวกลิ่นอาหารจะกวนความหิวลูกค้าท่านอื่นเอาน่ะ 😛

นอกจากพื้นที่ในการนั่งทำงานที่หลากหลายแล้ว

ที่นี่ยังมีห้องประชุม Meeting Room เพื่อความเป็นส่วนตัวด้วยนะฮะ

จะมีให้เลือก 2 ไซส์ คือ ห้องไซส์ S (ไม่เกิน 6 คน) และ ห้องไซส์ M (ประมาณ 8 -10 คน)

เหมาะมากเลย หากใครจะนัดประชุม สัมมนา หรือจะเป็นห้องติว ไซส์แบบกระชับ พอดิบพอดีเลยจ้า

..

ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น Co-Working Space ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องไม้เครื่องไม้ในการทำงานอ่ะเนอะ

เพราะเค้ามีให้ครบทั้ง Printer / Scanner / Projector / Flip Chart

สะดวกสบายแบบสุดๆไปเลยฮะ!

หลังจากหมกตัวอยู่กับงานทั้งวัน ที่นี่ก็เข้าใจลูกค้า

อยากจะหากิจกรรมบันเทิง คลายความมึนๆอึนๆในหัวให้เล่นผ่อนคลายกันด้วยฮะ

อย่าง “บอร์ดเกมส์” ที่มีมีเกมส์ให้เลือกสนุกเยอะแยะเลยล่ะ

แต่บางเกมส์ก็แอบคิดนะ..หรือว่าจะทำให้ปวดหัวกว่าเดิมหว่า 55555555

และสำหรับใครที่กำลังมองหา ที่ทำงาน-อ่านหนังสือ แบบจัดเต็มครบเซ็ทขนาดนี้

ขอแนะนำที่นี่เลยฮะ ยิ่งตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่น นั่งเหมาทั้งวันแค่ 69.-บาท  เท่านั้น

จ่ายราคาเดียวนั่งไปยาวๆ ตั้งแต่ 7.00 – 23.00 น. บอกเลยว่าคุ้มเว่อร์!

หรือถ้าใครคิดว่าจะอยู่แป๊บๆ ชั่วโมงเดียวงี๊

ตอนนี้ก็ราคาเริ่มต้นแค่ชั่วโมงละ 19.- บาทเท่านั้น

แค่เข้าไปนั่งกินขนมและน้ำ ชาร์ตแบตมือถือ ก็คุ้มแล้วล่ะฮะ 555555

ปล.นี่ก็เพิ่งเคยเห็นราคา Co-Working ที่ถูกขนาดนี้เด้อออออ >3

รายละเอียดเพิ่มเติม :

FB : https://www.facebook.com/cozyspacebkk

Tel : 094 -963-4999

Location : ชั้น 2 โรงแรม The Riche Boutique Hotel

ถ.งามวงศ์วาน เขตหลักสี่ กทม.

GPS : 13.869752, 100.559267


 

24 Hours a day, 7 Days a week for Journey!

Facebook : 247Journey

Twitter : 247Journey

Instagram : 247Journeyy

Read More

TAIWAN : พาแม่เที่ยวไต้หวัน 2018 ฉบับคุณแม่ปลื้ม!

Taiwan – Mom Travel Guide

 

TAIWAN : พาแม่เที่ยวไต้หวัน 2018 ฉบับคุณแม่ปลื้ม!

ต้องบอกว่า EP.นี้เป็นฉบับพิเศษสุดๆไปอีกฮะ ก็เพราะว่าเป็นทริปที่ตอบสนอง คุณแม่ ไงล่ะฮะ 55555

ฉะนั้นจะทำอะไร จะวางแพลนไปที่ไหน ก็ต้องนึกถึงอายุอานามกันนิดนึง ฮ่าๆๆๆ

จะไปเที่ยวสายธรรมชาติ เดินขึ้นเขา เข้าป่า อย่างรีวิวก่อน (คลิกอ่าน)

มันก็ไม่ได้แล้วซินะ แฮ่ 😛

หากใครที่กำลังวางแพลน จะพาคุณพ่อคุณแม่เที่ยวต่างประเทศ

หรือคนที่กำลังเล็งๆว่าจะแพลนเองดี หรือ จะซื้อทัวร์ดี?

เราคิดว่าทริปนี้ ก็น่าจะพอเป็นไกด์ไลน์ได้นิดนึงล่ะฮะ (หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะ 5555)

และก็เนี่ยแหละฮะ เป็นจุดเริ่มต้นของทริปนี้

พาแม่เที่ยวไต้หวัน แต่ทริปนี้อาจจะฉีกออกไปนิด เพราะว่าไม่ใช่แพลนที่เราเลือกเอง

รอบนี้เราเลือกเที่ยวไต้หวันแบบไปกับทัวร์ฮะ เปิดประสบการณ์ไปอีก

เกิดมานี่ก็ครั้งแรกฮะเที่ยวกับทัวร์ ไปแต่ตัวของจริง!

ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปลุยไต้หวันกันเลย >3

..

 

DAY 1

จะเรียกว่าเป็น Day 1 ได้ไหมเนี่ยย..ตามโปรแกรมทัวร์คือเครื่องบินออกตอนตี 2 ของอีกวันฮะ

เริ่มทริปของวันแรกด้วยการอยู่ที่สนามบินตอน 4 ทุ่ม ซึ่งคิวเช็คอินยาวมากก ยาวจนน่ากลัว 55555

แต่ด้วยความที่มีผู้ช่วยที่ดีฮะ อิอิ ตามคำแนะนำของพี่ยุ่ง (ไกด์ประจำทริป)

แนะนำให้มาไวหน่อย มาต่อแรกๆ จะได้ไม่ต้องยืนรอนานฮะ

ซึ่งจุดนัดหมายก็จะบอกชัดเจนในโปรแกรมทัวร์ที่ได้รับทาง E-mail ล่ะฮะ

นั่นก็คืออาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ Gate 3 – 5

ซึ่งพี่ยุ่งก็จะโทรคอนเฟิร์มก่อนวันเดินทางด้วยนะ(กลัวเราลืมงี๊ 5555)

ซึ่งไม่ต้องกลัวหลงเลยฮะ เพราะบริเวณจุดนัดหมาย มีพี่เค้าถือป้ายรอต้อนรับอยู่  😛

 


 

DAY 2

เราเดินทางถึงสนามบินตอนประมาณ 7 โมงเช้าฮะ

แวะล้างหน้าแปรงฟันกันนิดหน่อย และก็มุ่งหน้าสู่ Sun Moon Lake เป้าหมายแรกของทริปวันนี้

รอบนี้เราใช้ Pocket Wifi นะฮะ คำนวณแล้วประหยัดกว่า

หากใครสนใจเช่า Pocket WiFi ใช้งานที่ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น (คลิกที่นี่)

เนื่องจากเป็นทริปที่มากับคุณแม่ ฉะนั้นต้องตัวติดกันไม่ห่างอยู่ล่ะ 55555

ข้อดีของการมาทัวร์คือค่อนข้างสะดวกสบายฮะ การเดินทางนี่คือมีรถบัสมาจอดรอรับ-ส่งตลอด

ที่สำคัญเดินไม่ไกลฮะ สามารถพาผู้สูงอายุที่บ้านมาเที่ยวกันได้น้าาาา

มื้อเช้ามีเสริ์ฟให้บนรถเลยฮะ ไกด์บอกว่าอันนี้เป็นมื้อเช้าแบบคนไต้หวันสไตล์เลย

เค้าจะชอบทานข้าวปั้นกับน้ำเต้าหู้กัน หน้าตาก็ประมาณนี้!

อย่าเรียกฉันว่าข้าวปั้นเลย เรียกเราว่าข้าวหลามดีกว่า 5555555

ข้าวเหนียวมาแบบอุ่นๆเลยฮะ และทีเด็ดอยู่ด้านใน ไส้ปาท่องโก๋ยักษ์ที่โคตรกรอบ

มีหมูหยองกับอะไรกรุบๆ เคี้ยวและมี Texture คาดว่าจะเป็นไชโป๊วล้อมรอบ

ไม่น่าเชื่อว่าอร่อยลงตัวมากกก อยากกินอีก  อ่อ..มีน้ำเต้าหู้แก้วโตอีกแก้ว อิ่มแล้วนอนได้ แฮ่ 😛

สำหรับการมาเที่ยวกับทัวร์ไต้หวันรอบนี้ คือแทบจะรวมอาหารทุกมื้ออยู่ล่ะฮะ

อย่างอาหารกลางวันเนี่ย ก็จะพาเลี้ยวเข้าภัตตาคารจีน กินหรู อยู่สบายกันทุกมื้อ

ก็จะเสิร์ฟแบบโต๊ะจีนน่ะแหละฮะ โต๊ะนึงนั่งประมาณ 9-10 คน

อาหารเสิร์ฟแบบจัดแน่นจริงๆ  นี่เอามาอวดแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นฮะ 555555

..

สำหรับเมนูเด็ดของที่นี่เลยคือเมนูปลา

ไกด์ท้องถิ่นได้เล่าเรื่องราวว่า มันคือปลาประธานาธิบดีที่จับมาจากทะเลสาปสุริยันจันทราเชียวนะ

แต่เราว่ามันก็คล้ายๆกับปลาดอลลี่นึ่งซีอิ๊วนั่นเอง 555555

ส่วนจานนี้เราว่ามันแปลกดีฮะ หน้าตาคล้ายๆผัดพริก ตอนแรกก็กลัวจะเผ็ด แต่ลองไม่เผ็ดเลย อร่อยด้วย

..

Sun Moon Lake (ทะเลสาบสุริยันจันทรา)

มาถึงจุดหมายแรกของเราคือที่นี่ฮะ ทะเลสาบสุริยันจันทรา

แลนด์มาร์คดังของไต้หวันที่ใครไม่ได้มาเยือน ถือว่ายังมาไม่ถึงไต้หวัน!

สำหรับไฮไลท์หลักๆเวลามาเที่ยวที่นี่คือการล่องเรือชมความงามของธรรมชาติฮะ

บริเวณ Sun Moon Lake เค้าจะมีท่าเรือทั้งหมด 3 ท่าเรือนะฮะ

สำหรับคนที่แพลนเที่ยวเองลองดูนะฮะ ว่าอยากไปเที่ยวไหน

วางแพลนลงรถ ขึ้นเรือกันให้ดีๆ แต่สำหรับคนที่มาทัวร์อย่างเรารอบนี้

บอกเลยว่า โนสน โนแคร์ แผนที่และสิ่งอื่นใด ไม่รู้แม้แต่ท่าเรือที่ลงชื่ออะไร 555555555

มิติใหม่ของการท่องเที่ยว พอจ่ายเงินแล้วจบ แบบนี้ก็สะดวกไปอีกแบบเนอะ ฮ่าๆ

และจุดหมายปลายทางของ Tourist Visitor ที่ทุกทัวร์ต้องมาแวะก็คือ

Xuanguang Temple (วัดพระถังซัมจั๋ง) 

จุดนี้ก็ต้องมีการเดินนิดหน่อยนะ ขึ้นบันไดไปบนเขาฮะ

เค้าจะพาเราเดินขึ้นไปนมัสการพระอัฐิของพระถังซัมจั๋งน่ะฮะ

ด้านบนจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเชิญพระไตรปิฎก

มีก้อนหินแกะสลักเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูปกัน

และยังมีวิวเจ๋งๆให้ได้ชมบรรยากาศของทะเลสาบกันอีกด้วยฮะ

ทีเด็ดของที่นี่นอกจากเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์แล้ว

ยังมี ‘ไข่ต้มใบชา’ แม้อาจจะเห็นว่ามีขายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อหรือสถานที่ท่องเที่ยวฮะ

แต่สิ่งที่ทำให้ร้านไข่ต้มใบชาที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นก็คือ..

เค้าจะใช้น้ำจากทะเลสาปสุริยันจันทรานี้มาต้มเลย เพราะน้ำที่นี่สะอาดและใสมากกกก

เอามาต้มกับซีอิ๊วและเห็ดหลินจือ รสชาติคล้ายไข่ต้มพะโล้บ้านเรา แต่จะมีกลิ่นหอมไม่เหมือนกัน

และที่สำคัญร้านนี้เป็นร้านเดียวที่ได้รับการอนุญาตจากท่านเจียงไคเชกให้ขายที่ทะเลสาปแห่งนี้้เลยล่ะฮะ!

..

Wenwu Temple (วัดเหวินหวู่ / วัดกวนอู)

หลังจากล่องเรือเสร็จก็จะเดินทางมาอีกสถานที่นึงฮะ ซึ่งอยู่บริเวณทะเลสาบเนี่ยแหละ ยังไม่ไปไหน

ส่วนตัวค่อนข้างอินกับที่นี่มากกว่าสถานที่ก่อนหน้าฮะ ที่บอกว่าค่อนข้างอิน เพราะว่าแว๊บแรกเห็น คือชอบเลยล่ะฮะ

สำหรับวัดเหวินหวู่ ไฮไลท์สำคัญคือการสักการะเทพเจ้ากวนอู และสิงโตหินอ่อนด้านหน้าวัด ที่มูลค่าตัวละ 1 ล้านเหรียนไต้หวัน!

ภาพจำนี่เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้า รวมถึงตัวสถาปัตยกรรมค่อนข้างใหญ่โต โอ่อ่า และสะดุดตามาก

นี่น่าจะเป็นวัดริมทะเลสาบที่บรรยากาศดีที่สุดเท่าที่เคยรู้จักมาฮะ

อยากถามที่นี่ว่ารับเด็กวัดตาดำๆสักคนมั๊ย 555555

เอ้อออ เป็นวัดที่สวยจริงๆล่ะฮะ ดูแกรนด์เว่อร์ และวิวแต่ละจุดประทับใจมากจริงๆ

สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดที่ทุกคนนิยมมาขอพรกันนั่นก็คือ รูปปั้นสิงโต ขอเรื่องเงินทอง ความสำเร็จ ต่างๆนานาฮะ

ไฮไลท์วัดนี้ยังไม่จบนะ MUST THING ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด

คือร้านขายถั่ว & มันหน้าวัด

ที่มาในรูปแบบของ Food Truck แฮ่ 😛

พบเจอด้วยความบังเอิญที่คุณลุงเรียกชิมฮะ 555555

ถั่วลิสงอันนี้คือเพลินมากกกกก จัดมา 3 ถุง ปกติที่ไทยเค้าจะเอามาต้มหรือนึ่งขาย

แต่ที่นี่เค้าเหมือนจะเอาไปคั่วมา มันจะแห้งๆแต่เคี้ยวเพลินมากกกกก

 

 

Noted : Sun Moon Lake 

  • ทะเลสาบมีไซส์ที่ใหญ่จริงๆ ใหญ่มากกก กว้างสุดลูกหูลูกตา
  • น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา น้ำมีสีฟ้า สีเขียว ใสจริงๆ
  • ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ รวมถึงมีกฏควบคุมเรือ อย่างเคร่งครัด
  • จากข้อที่ผ่านมาทำให้ทะเลสาบที่นี่ดูดี น้ำทะเลสีเขียวๆ ฟ้าๆ และใสเว่อร์ (ใสกว่าหน้าเราอีก 555555)
  • แต่ทั้งนี้ถ้าใครอยากไปว่ายน้ำที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา มันก็จะมีเฟสติวัลประจำปีนะ ใครสนใจก็หาข้อมูลไปว่ายน้ำข้ามทะเลสาบกันดู!
  • มีกิจกรรมน่าสนใจให้เลือกเที่ยวในสไตล์ที่ตัวเองชอบอยู่นะ ทั้งปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ / นั่งกระเช้าลอยฟ้าชมความงามแบบ 360 องศางี๊ ใครชอบความสงบ อากาศสบายๆ มองฟ้าและทะเลสาบงี๊ แนะนำให้หาเวลามานอนค้างสักคืน เคยได้ยินว่าวิวตอนพระอาทิตย์ขึ้น สวยใช่ย่อยเลยล่ะ
  • ถั่ว & มัน หน้าวัดเหวินหวู่ เป็น’สุดยอดถั่วคั่ว’ที่ทุกคนต้องห้ามพลาด ใครไปฝากส่งมาให้ถุงนึงนะ พลีสสสส

 

Taichung City

หลังจากนั้นก็เดินทางสู่เมืองไทจงฮะ สถานที่ต่อไปของเราก็คือ แหล่งผลิตและส่งออกชาน่ะ (ช็อปแรก)

อย่างที่รู้กันว่าไต้หวันเนี่ยลือชื่อเรื่องชามาก แต่ไม่ได้มีแค่ชานมชาไข่มุกเท่านั้นนะ ใบชาที่นี่ก็หอมใช่เล่นเลย

ที่ร้านมีใบชาหลายแบบเลยฮะ ทั้งชาอู่หลง ชาเขียว หรือใบชาสดที่สามารถชงได้ทั้งในน้ำร้อนและเย็นฮะ

เค้าจะมาอธิบายถึงสรรพคุณ วิธีการชงและดื่ม มีตัวอย่างให้ลองด้วย

กลิ่นหอมๆของชากับรสชาติที่ดื่มง่าย เลยลองไปหลายแก้ว ทำเอาตาเกือบค้างกันเลยทีเดียว

ระหว่างที่นั่งฟังสรรพคุณของชาอยู่นั้น เราจะเจอเมล็ดฟักทองอบใบชาแบบนี้บนโต๊ะ

กลิ่นมันจะหอมชาเบาๆ แบบแทะแล้วหยุดไม่อยู่อ่ะ อยากให้ลอง

..

Fengjia Night Market

มาไต้หวัน ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยคือ ตลาดกลางคืน! เป็นสีสันความครึกครื้นที่เจอได้เกือบทุกเมืองฮะ

อย่างวันนี้เรามาเยือนเมืองไทจง ตลาดที่ไม่ควรพลาดก็คือที่นี่ฮะ “Fengjia Night Market”

เรามีเวลาประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงฮะ ในการเที่ยวที่นี่

และค่อยกลับมาเจอกันที่จุดนัดหมายฮะ ลุย!

นี่คือเห็นร้านชานมแล้วพุ่งเข้าหา 5555555

ขอยกให้เป็นอีกร้านตำนานของชานมไข่มุก อยากให้ทุกคนท่องให้ขึ้นใจ

Diagon Alley ตอนแรกก็คิดว่าจะสักเท่าไหร่กันเชียว

โอยยยย ดีเว่อร์ เหมือนไข่มุกด้านล่างยังอุ่นๆอยู่เลย ไข่มุกมันนุ่มมากเลยยง่ะ

สูสีกับร้านลุงที่เคยไปกินตรง ตลาดกงกวน แต่ร้านนี้ตัวนมดูดีกว่าเลยล่ะฮะ

โดยสรุปคือ ห้ามพลาดดดดดนะ งื้ออออ!

จริงๆแวะตลาดกลางคืนวันนี้พอเป็นพิธีเท่านั้นฮะ เพราะมื้อค่ำทางทัวร์จะพาเราไปกิน ชาบู น่ะฮะ

เลยอาจจะเก็บอะไรมาฝากได้เล็กๆน้อย เพราะเป็นแค่มื้อรองท้องกันเบาๆน่ะ แฮ่

ร้านนี้สวรรค์คนรักหอยเชลล์ฮะ ไม้ละ 40 ถ้าซื้อ 3 ไม้ 100

มีซอสให้เลือกหลายรสเลยฮะ เลยลองสั่งมา3แบบ จิ้มมั่ว 5555

ร้อนๆซอสชุ่ม อร่อยยยยย

ส่วนร้านต่อมาเป็นขนมไข่ชิ้นจิ๋ว เดินผ่านและกลิ่นมันปะทะ ทนไม่ไหว 5555555

จริงๆมันมีไส้ให้เลือกนะ แต่สั่งผิด เลยได้แบบไม่มีไส้มา ออริจินัลดี

อีกหนึ่งอาหารขึ้นชื่อ เห็นร้านนี้ใหญ่ดี มีคนนั่งทานเยอะด้วย น่าจะมีชื่ออยู่เลยลองดูฮะ

ดูท่าทางจะขายดีไม่น้อย กระทะแล้วกระทะเล่า รอคิวแอบนาน

ในที่สุดก็ได้มา ขึ้นชื่อว่าเต้าหู้เหม็น ก็เหม็นสมชื่อจริงๆล่ะ 555555

แต่ไหนๆก็มาละ ลองดูซักคำ มันก็ไม่แย่อย่างที่กลิ่นมันฟ้องนะ มีผักเปรี้ยวๆด้านบนด้วย ชิ้นนึงก็พอได้อยู่

แต่บางคนก็บอกอร่อยไม่เหม็นนะ อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเนอะ

เรียกได้ว่าในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่ฮะ เนื่องจากกรุ๊ปทัวร์ลงค่อนข้างเยอะ

คิวที่ร้านชาบูก็เลยดีเลย์ประมาณ 20-30 นาที ก็เลยได้นั่งรถชมความงามค่ำคืนของเมืองไทจง

ก็เลยได้มาแวะ ดูความชิคๆเก๋ๆ ที่

National Taichung Theater

เป็นโรงละครแห่งชาติที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น

เป็นตึกที่มีดีไซน์คูลมากกก มาตอนกลางวันมุมถ่ายรูปเยอะชัวร์ ถูกใจสายมินิมอลแน่นอนฮะ

มีความโชคดี แว๊บมาแป๊บเดียวแต่ทันตอนน้ำพุเปิดด้วย อิอิ

 

..

 SHABU

อย่าถามถึงชื่อร้าน เพราะมันเป็นภาษาจีน อ่านไม่ออก แง Y_Y

แต่เอาเป็นว่าถ้ามากับทัวร์ ก็น่าจะได้กินร้านนี้แน่ล่ะฮะ

ส่วนของน้ำซุปฮะ มีหลายแบบมากอ่านไม่ออก 55555

แต่เค้าแนะนำให้เลือกเป็นน้ำซุปแบบธรรมดาแล้วผสมน้ำซุปหมาล่าไปหน่อย

เพราะถ้าหมาล่าเพียวๆอย่างเดียวต้มนานๆไปอาจจะเผ็ดลิ้นชาได้ ฮ่าๆๆ

ตรงนี้จะเป็นโซนน้ำจิ้มฮะ มีหลายแบบเช่นกัน เราขอเลือกเซฟๆแบบที่เคยทาน

ใส่พริก ผักโรย และไข่แดงด้วย

ชาบูที่นี่จะเป็นแบบแยกหม้อฮะ หม้อของใครของมันเลย

สำหรับตัววัตถุดิบเค้าจะเป็นแบบแช่แข็งมา มีทั้งหมูและเนื้อ ไก่ ปลา อาหารทะเล และลูกชิ้นต่างๆ

ตักได้ไม่อั้น มื้อนี้ถือว่าถูกใจฮะ

INHOUSE HOTEL

หลังจากกินอิ่ม ก็มาทิ้งตัวลงนอนกันเถอะฮะ!

จริงๆเวลาไปเที่ยวต่างประเทศเนี่ย เหมือนไปท่องเที่ยวบ้านเมืองเค้าอ่ะเนอะ

เวลาไปเอง แพลนเอง เราก็ไม่ค่อยได้พักที่สวยๆหรูๆเท่าไหร่ล่ะฮะ

เน้นงบประหยัดมากกว่า เพราะเอาไว้แค่นอนจริงๆ 55555

ที่พักคืนนี้บอกเลยว่า ดีมากกกกกกก ถ้าใครมาเที่ยวไทจง คือแนะนำ 55555

ทิ้งความคิดว่ามาเที่ยวทัวร์จะได้นอนโรงแรมกะโหลกกะลาไปเลย

Inhouse Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆน่ะฮะ คิดว่าน่าจะเป็นเชนในไต้หวัน (อันนี้ไม่ชัวร์)

แต่เท่าที่หาดู คือมีเจอในเมืองอื่นๆของไต้หวันด้วยฮะ

คือ Inhouse เมืองอื่นไม่รู้เป็นไง แต่ที่ Taichung คือดีมากกก ชอบมาก ประทับใจ 555555

ดีไซน์จะออกแนว Luxury แบบดาร์คๆหน่อย โทนนี้ชอบบบ

วาร์ปมาในส่วนของห้องนอน (เราพัก 3 คนฮะ) เตียงนุ่ม สบายย

แม้พื้นที่ห้องจะไม่ใหญ่มาก แต่ห้องน้ำใหญ่มากนะ มีอ่างให้แช่ด้วย เก๋ไม่เบา

และสำหรับในพาร์ทอาหารเช้าก็ทำได้ดีฮะ ไลน์บุฟเฟ่ต์มีให้เลือกหลายอย่างเลย

ตักไปตักมาก็เต็มโต๊ะ ฟิวชั่นไปอีก 5555555


 

DAY 3

Start Your Day กับการไปแวะซื้อ พายสัปปะรด ของฝากชื่อดังของไต้หวัน (ช็อปที่สอง)

พอไปถึงเค้าก็จะอธิบายสินค้าและให้ชิมตัวเด่นๆฮะ

สำหรับใครที่มากับทัวร์บ่อยๆ ก็จะชินกับการแวะจุดช็อปปิ้งอยู่ล่ะ

..

อ่อ..คืองี๊ฮะ มันเป็นเหมือนข้อตกลงในการทำทัวร์ของแต่ละประเทศอยู่ล่ะ

ว่าแต่ละประเทศต้องแวะช็อปกี่จุดอะไรแบบนี้ แต่เค้าไม่ได้บังคับซื้อนะ (แค่ให้แวะเฉยๆ)

สำหรับไต้หวันทางรัฐบาลก็กำหนดไว้ 5 ร้านช็อปฮะ ก็แวะวนไป อิอิ

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่เมืองไทเปจ้า และก่อนที่จะถึงเวลาไปเที่ยวกันต่อ

แน่นอน ก็พาเราไปที่ภัตตาคารเช่นเคยฮะ

สำหรับร้านนี้ เมนูเด็ดต้องยกให้เมนูนี้เลยฮะ ขาหมูน้ำแดง มันจุ๊ยซี่เซ็กซี่สุดๆ 5555555

อีกจานที่แนะนำคือข้าวอันนี้ฮะ อารมณ์คล้ายๆบะจ่าง กลิ่นหอมอร่อยดี

เมนูอื่นๆก็โอเคเลยฮะ

ซุปไก่นี่มาเป็นตัวเลย มีที่คีบให้เราแงะเนื้อกินกันเอง เพิ่มอรรถรสในการกินมาก

ปิดท้ายด้วยขนมหวานเย็นๆ หนึบหนับอร่อยดีฮะ

 

Chiang-Kai-Shek Memorial Hall (อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก)

เป็นอีกแลนด์มาร์คที่ทุกคนมาเที่ยวไทเปแล้วต้องมาฮะ เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไต้หวัน

สถานที่นี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงท่านประธานาธิบดี เจียง ไค เช็ก ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของไต้หวัน

เป็นผู้นำสำคัญที่ทำให้ไต้หวันก้าวมาเป็นประเทศที่พัฒนาได้อย่างมากจนถึงทุกวันนี้อ่ะฮะ

ไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนไม่ควรพลาด ในการมาเที่ยวที่นี่คือ ช่วงเปลี่ยนผลัดเวร มีทุกๆต้นชั่วโมงนะฮะ

ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. แวะมาชมกันได้!

และหลังจากที่ชมพิธีเสร็จ ก็เหลือเวลาให้ถ่ายรูปเล่นอีกนิดหน่อยฮะ

มีมุมคูลให้เก็บภาพกันเพียบบบ!

..

ศูนย์ Germanium Power

อันนี้ก็คือช็อปที่สามหลังจากพายสัปปะรด ที่ถูกระบุอยู่ในแพลนทัวร์ด้วยฮะ

นี่ก็เพิ่งรู้จัก Germanium มันก็คือธาตุที่นิยมนำมาใช้โยงกับเรื่องของการรักษา

แต่ว่าที่นี่คือดังมาก เรื่องของสร้อยข้อมือสุขภาพ (อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณนะฮะ)

เค้าเคลมว่าใส่แล้วจะช่วยกันคลื่นไม่ดีเข้าสู่ร่างกาย ทั้งรังสีจากคอมพิวเตอร์ ทีวี บลาๆๆ

เรื่องนี้แล้วแต่คนเลยล่ะฮะ ส่วนตัวคือเฉยๆ แต่ด้วยความที่สร้อยมีให้เลือกเยอะ

ล่ะมันก็หน้าตาดูสวยดีงี๊ คุณแม่ก็เข้าไปดูๆ

แป๊บๆ ก็ออกมาพร้อมข้อมือตามภาพเลยจ้าาา ไม่ได้สนใจเรื่องกันคลื่นนู่นนี่อะไร 5555555

..

Ximending Night Market

แหล่งช็อปและของกินฟินกระจาย รอบที่แล้วที่มา เรียกได้ว่าล้มละลายพอตัว

ซึ่งที่นี่ก็จะมีทั้งอาหาร เสื้อผ้า สินค้าแบรนด์เนมให้เลือกช็อปกันได้แบบไม่หวั่นไม่ไหวเลยล่ะ

พาคุณแม่ไปตระเวนชิม

เมนูฮิตติด Top List มาแล้วต้องลอง!

ไก่ป็อป 1973 : เคเอฟซีชิดซ้าย ฮ็อตสตาร์ชิดขวา ไก่ทอดชิ้นพอดีคำ ร้อนๆอร่อยมาก

น้ำมะระปั่น : ไม่ขมอย่างที่คิด แต่ก็ไม่เชิงอร่อย ปั่นแบบผสมน้ำผึ้งด้วย เดินดูดไปเรื่อยๆก็ชื่นใจดี

บะหมี่อาจง : น้ำซุปข้นๆคล้ายกระเพราะปลา มีเส้นหมี่กับไก่ฉีกในถ้วย ใส่พริกป่นน้ำส้มหน่อยนี่อร่อยมากฮะ

ชานม 50 :ชอบไข่มุกร้านนี้ เม็ดเล็กๆเพลินดี เลือกระดับความหวานและน้ำแข็งได้ด้วย มีหลายสาขาเลยฮะ

เห็ดย่าง : เห็ดออรินจิยักษ์ย่างซอสชุ่มฉ่ำ อาจเห็นว่าเป็นเมนูธรรมดา แต่เอ้ยอร่อยอ่า

ขนมครกไต้หวัน : แป้งคล้ายขนมครกญี่ปุ่นแต่บางกว่า มีทั้งไส้คาวและหวาน ส่วนตัวชอบไส้มันหวานสุดฮะ

น้ำมะเฟือง : อันนี้ชื่นในมาก เปรี้ยวๆเค็มๆแก้เลี่ยนดีฮะ

..

จริงๆที่ Ximending ยังมีอีกอย่างอื่นให้ชิมอีกเพียบนะฮะ แต่ด้วยปัจจัยเรื่องเวลา

เลยต้องแบ่งเวลาเผื่อชอปปิ้งกันบ้างฮะ 😛

Charming City Songshan hotel

ที่พักในไทเปของทริปนี้ฮะ และเราจะพักที่นี่กัน 2 คืนนะ (จนถึงวันกลับ)

แม้ที่พักจะไม่ได้ใหม่มาก ไม่ได้ว้าวเหมือนตอนไทจง แต่ข้อดีของโรงแรมนี้คือ โลเคชั่น ฮะ

เพราะมันใกล้ MRT มาก ที่สำคัญใกล้ Raohe Night Market อีกด้วย

ก็แปลว่าเราจะได้ไปเยือนตลาดนัดกลางคืนอีกแห่ง(นอกแพลนทัวร์ฮะ)

ห้องน้ำที่นี่มีทั้งจากุซซี่ และ ก็ซาวน่าส่วนตัวในห้องพักเลย

ส่วนดีไซน์ก็จะอารมณ์ผู้ใหญ่ๆหน่อยฮะ 🙂


 

DAY 4

ส่วนตัวนี่คิดว่าเมื่อวานไม่ค่อยมีไร เหมือนทางไกด์เค้าจะสลับแพลนตามความเหมาะสม

แต่สถานที่ที่เราได้ไปยังครบเหมือนเดิมนะ แค่สลับวันกันบ้างอะไรบ้าง

 

Jiufen

เช้าวันนี้เรามุ่งหน้าไปที่ จิ่วเฟิน เป็นโลเคชั่นแรกฮะ

จิ่วเฟินเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่มีความคลาสสิคและเพลินมากในการเดินเล่นฮะ

บวกกับธรรมชาติเจ๋งๆ รอบๆเป็นภูเขา มีลมและหมอกเย็นๆลอยผ่าน

ไม่แปลกใจว่าทำไมนักท่องเที่ยวทุกคนถึงมุ่งหน้ามาที่นี่!

ไต้หวันรอบที่แล้วของเรามาจิ่วเฟินตอนเย็นๆ รอบนี้มาแต่เช้าเลยจ้าาา

และแน่นอนฮะ มาเช้าขนาดนี้ ร้านค้าก็ยังเปิดกันไม่หมดอ่ะนะ

แต่ข้อดี(มาก)คือมันเป็นจิ่วเฟินอีกอารมณ์เลยอ่ะ ดูสงบ และไม่วอแว ฟิลดีมากกก

ใครมาจิ่วเฟิน ห้ามพลาดที่จะมาถ่ายรูปกับโคมแดงนะฮะ 🙂

มาถึง The Must ของดีย่านจิ่วเฟิน ‘ไอติมถั่วตัดผักชี’

ไอติมโบราณห่อด้วยแป้งโรตี ผงป่นๆที่เห็นคือผงที่มาจากถั่วตัดก้อนยักษ์

แป้งหนึบหนับ กับความหวานชื่นใจของไอติม เข้ากับกลิ่นของผักชีได้แบบไม่น่าเชื่อ

และอีกหนึ่งเมนู Taro Ball ของหวานสัญชาติไต้หวันที่ตอนนี้ฮิตมากในไทย

เนื้อแป้งจะหนึบมากฮะ สามารถทานได้ทั้งแบบร้อนและเย็น มีท็อปปิ้งให้เลือกหลายอย่างเลยด้วยฮะ

 

Pingxi

ผิงซี เป็นเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ฮะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตเลย

บรรยากาศจะเป็นสถานีรถไฟเล็กๆฮะ สองข้างทางรถไฟ จะมีร้านค้าให้เดินเล่นเพียบ

ไฮไลท์ของการเที่ยวที่ ผิงซี ที่พลาดไม่ได้เลย คือการปล่อยโคมลอย!

เราแอบเห็นมุมถ่ายรูปที่นี่เยอะอยู่เหมือนกันฮะ

สำหรับที่นี่เราได้เวลาไม่เยอะเลย ประมาณ 30-40 นาทีเท่านั้นฮะ

แค่เขียนขอพรบนโคมก็หมดเวลาแล้ว 55555

ถือเป็นจุดที่ปล่อยเที่ยวน้อยไปหน่อยฮะ แอบเสียดาย อยากอยู่นานกว่านี้ แง Y_Y

เพราะเห็นมุมถ่ายรูปที่นี่เยอะอยู่ ยิ่งมุมธรรมชาตินี่ดูสงบมากๆเลยล่ะฮะ

หลังจากนั้นเราก็มุ่งสู่ Yehliu กันต่อฮะ ซึ่งก็จะแวะกินร้านอาหารซีฟู้ดหน้า อุทยานเย่หลิวกัน!

เมนูที่เสิร์ฟก็ไม่ต่างกันมากฮะ พาร์ทนี้ขอข้ามไปที่อุทยานเลยล่ะกัน 😛

..

Yehliu Geopark (อุทยานเย่หลิว)

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติฮะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ หินที่มีรูปร่างประหลาดๆ

ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ลมทะเล และเกิดเป็นหินหน้าตาแปลกๆ

ผสมกับจินตนาการของคนก็เลยมีชื่อเรียกหินต่างๆเพียบเลยล่ะฮะ ลองไปตามหากันดู!

ด้วยโลเคชั่นที่อยู่ริมทะเล และอุทยานเค้าทำดี มีทางเดินเท้าชมธรรมชาติและชายฝั่งทะเล

ทางเรียบได้ทั้งเดินชิลล์เรื่อยๆ หรือรถเข็นผู้สูงอายุ ตอบโจทย์หมด

ทำให้ที่นี่เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวฮิตสำหรับทุกวัยเลยล่ะฮะ

 

Taipei 101

สัญลักษณ์ของไทเป ที่ตึกนี้จะมีจุดชมวิวที่สูงที่สุดในไทเปด้วยนะฮะ (เสียค่าขึ้นชั้น 89)

..

จริงๆในแพลนทัวร์คือบอกว่า พาไปที่ตึกไทเป 101 นะฮะ แต่พอมาถึงจริงๆเราไม่ได้ไปน่ะ

แต่เค้าพาไปหามุมเก็บภาพตึกไกลๆแทนฮะ (ซึ่งก็ดีอย่างเสียอย่าง 55555)

ซึ่งมุมตรงที่พาไปเก็บภาพ มีความสตรีทอยู่เบาๆ เลยได้ภาพมาเพิ่ม (ที่ไม่เกี่ยวกับตึกไทเป 101 เลยยย) 555555

ก่อนที่เราจะไปตลาดกลางคืนกันนะฮะ ทางทัวร์เค้าก็พาเราไปแวะอีก 2 ช้อปสุดท้าย (ลำดับสี่และห้า)

นั่นก็คือ Y Charme (Beauty) และ Everrich Dutyfree

ซึ่งลูกทัวร์ทุกคนก็ร่วมมือร่วมใจกันฮะ เดินทำเวลากันเลยทีเดียว 555555

Shilin Night Market

แพลนสุดท้ายของทริปนี้ก็คือ ตลาดกลางคืน ชือหลิน นะฮะ

และเนื่องจากเป็นคืนสุดท้ายแล้ว ยังไม่ได้หาของฝากเลย กลัวว่าจะไม่ทันเวลา

ก็เลยแจ้งทางไกด์ไว้ว่า ขอกลับเองฮะ ค่ำนี้ขอปล่อยเวลาให้ตัวเองยาวไปๆ 5555555

อีกอย่างคืออยากให้แม่เดินทางเองด้วยฮะ สัมผัสพื้นที่สาธารณะอื่นๆที่แท้ทรู

ได้สัมผัสบรรยากาศรถไฟฟ้าและผู้คนที่นี่มากขึ้นด้วยฮะ  (ถามแม่ก่อนยัง ฮ่าๆๆ)

กลับมาสู่ตลาด Shilin  นี่ก็ยังคงเป็นอีกตลาดฮะ ที่ไม่ว่าจะกลับมากี่ครั้งก็คึกคักเช่นเคย

ส่วนตัวเราชอบที่นี่มากกว่า Ximending อีกนะ อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศมันไม่ดูเมืองเกินไป

ยังมีความเป็น Night Market ที่ค่อนข้างจะ Local อยู่ฮะ

ด้วยความที่อยากช็อปปิ้งเลยเน้นกินอะไรง่ายๆฮะ

และทุ่มเทเวลาไปกับการช็อปอย่างเดียวเลย! 5555555

อ่ะๆ ตัวเบาขึ้นเยอะเลยฮะ 55555555

พอหมดตัวแล้ว และก็มาถึงเวลาเดินทางกลับเองฮะ

เราจะเดินทางกันด้วยรถไฟฟ้าฮะ

วิธีการเดินทางก็ง่ายมาก ไปกดตู้ซื้อบัตร เลือกสถานีที่ลงเหมือนรถไฟฟ้าของไทยได้เลย

ความเจ๋งไปกว่านั้นคือ ตู้มีภาษาไทย นะฮะ บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวหลง! กดเลยสถานี Songshan

และอย่างที่บอกไปฮะ ว่าโรงแรมที่เราพักนั้นใกล้กับตลาดกลางคืนอีกแห่ง

ซึ่งทีเด็ดของที่นี่ เค้ามีร้านมิชลินไกด์ 1 ดาว ซ่อนอยู่ในตลาดกลางคืนแห่งนี้ด้วยล่ะ

Raohe Street Night Market

เป็นตลาดกลางคืนที่ไม่ค่อยวุ่นวายเท่ากับ 2 ที่ที่ไปมาฮะ

ทำให้เดินได้เรื่อยๆสบายๆกว่า และมีร้านอาหารให้เลือกเยอะมากกก

และมีร้านที่ติด Michelin Guide @ Raohe Night Market ด้วยนะฮะ

แล้วเราก็ได้ไปชิมมา 2 ร้าน อร่อย สมคำร่ำลือ บร๊ะเจ้ามิชลิน

เริ่มจากซาลาเปาอบโอ่งเจ้าดัง ตัวแป้งอบมาจนกรอบ กัดไปเจอไส้หมูสับฉ่ำๆแน่นๆ ยอมมม

 Fuzhou Black Pepper Bun

Chen Dong Pork Ribs Medical Herbs Soup

ซุปกระดูกหมูสมุนไพรร้อนๆ

กระดูกหมูที่นี่ให้มาชิ้นใหญ่มาก มันน้อย เนื้อเยอะดีฮะ

น้ำซุก็หอมกลิ่นสมุนไพร มีรสหอมหวานที่ปลายลิ้น ซดร้อนๆนี่คือโล่งคอมาก

เคล็ดลับการกินให้อร่อยคือต้องใช้มือหยิบแทะเลยฮะ จิ้มน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวไปด้วยก็ยิ่งดี

เห็นคนที่นี่ชอบสั่งข้าวมาทานด้วยก็เลยอยากลองดูบ้าง ข้าวสวยร้อนๆราดผัดหมูสับมาด้วย

ทุกอย่างดีงาม อร่อยจนต้องเบิ้ล!

..

เนี่ยแหละฮะ ขอสรุปสั้นๆ ทริปไต้หวันของเรา จ่ายเงินไปคนละ 13,888 บาท

พก Pocket Money ติดตัวมาอีกนิดหน่อย กับทัวร์ 5 วัน 3 คืน และสิ่งที่ได้ คิดว่าเป็นเรทที่โอเคเลยนะฮะ

ข้อดีของการมากับทัวร์คือสะดวกสบายจริงๆแหละฮะ เหมาะมากเลยที่จะมาเที่ยวกับครอบครัว

พาพ่อแม่เที่ยว ไม่ต้องลุยมากงี๊ คุณแม่ไม่ต้องเดินต่อรถเยอะ

เก็บแรงไว้เดินตอนถึงที่เที่ยวได้ ชอปตลาดกลางคืนได้สบาย

อีกอย่างคือเวลาเหมาะเจาะ ไม่เหลือเวลาให้นั่งเบื่อเลย 5555

เป็นแพลนแบบที่สไตล์คุณแม่ถูกใจเลยล่ะ กิน เที่ยว ช้อป เก็บจุดแลนด์มาร์คครบ!

ส่วนข้อด้อยคืออาจจะเป็นเรื่องอิสระของเวลาฮะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เข้าใจได้ฮะ

และสำหรับใครนะฮะ ที่คิดว่าทางนี้คือใช่อ่ะ ขี้เกียจวางแพลนเอง

ก็ลองดูแพ็คเก็จทัวร์ราคาพิเศษที่ Tourkrub ดูนะฮะ

แม้ตัวเว็บไซต์เค้าจะไม่ได้ทำทัวร์เอง

แต่ทำหน้าที่เป็น Agency คอยคัดแพ็คเก็จเจ๋งๆบริษัททัวร์ชั้นนำมาขาย

ฉะนั้นเชื่อถือได้ ไม่โกง ไม่หลอกลวงแน่นอนฮะ

ที่สำคัญคือเรื่องราคาค่อนข้างจับต้องได้ ยิ่งทัวร์ที่ลดราคานะ โอ้โห! อยากจะสอยให้หมด 55555

คลิกจอง ทัวร์ไต้หวัน กันโลดดด !

 


24 hours a day, 7 days a week.It’s journey!

:: Contact Us ::
Facebook : https://goo.gl/HWYK38
Instagram : https://goo.gl/pXjtHZ
Twitter : https://goo.gl/6AULbo

Read More